[Test Drive] Toyota CH-R Hybrid ขับสนุก แคบไปหน่อย ปล่อยของเล่นเต็มพิกัด

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 21/02/18 13:10

หลังจากเปิดตัวและคว้ายอดจองในช่วงแรกไปมากกว่า 3,000 คัน โตโยต้าก็จัดการทดสอบ Toyota CH-R ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ บนเส้นทางกทม.-บุรีรัมย์ พร้อมทั้งการจัดการทดสอบในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อย่างเต็มรูปแบบ

แน่นอนว่ารถที่นำมาทดสอบทั้งหมดย่อมต้องเป็นรุ่นท๊อปอย่างเอชวี ไฮ ที่มาพร้อมค่าตัว 1.159 ล้านบาท ซึ่งว่ากันว่าเป็นรุ่นยอดนิยมสำหรับการจับจองในช่วงแรกของลูกค้าในประเทศไทย แม้ราคาจำหน่ายจะสูงกว่าเพื่อน ๆ ในเซกเมนต์เดียวกันก็ตามที

ซีเอช-อาร์ คือความพยายามในการเปิดเซกเมนต์ครอสโอเวอร์ของโตโยต้า ประเทศไทย ที่มาพร้อมรถยนต์รูปลักษณ์ใหม่ที่โดดเด่นทั้งหน้าตาโฉบเฉี่ยวทันสมัย ของเล่นใหม่ที่อัดมาเพียบ และเทคโนโลยีไฮบริดเป็นครั้งแรกของรถยนต์กลุ่มครอสโอเวอร์จากประเทศญี่ปุ่น

Toyota CH-R

ครอสโอเวอร์​น้องใหม่ของโตโยต้าที่มาพร้อมสีสันสดใส

รูปร่างหน้าตานั้นแล้วแต่คนชอบ เพราะต้องบอกว่าเป็นการฉีกแบบการออกแบบรถยนต์ของโตโยต้าไปมากโข กับหน้าตาแบบโหด ๆ เปรี้ยว ๆ ใช้ลายเส้นและรูปทรงของตัวถังแบบเต็มที่ เล่นกับแสงเงาและมุมที่ทำให้รถดูปราดเปรียว แม้จะดูโป่งพองไปหน่อยในช่วงท้าย

กรอบโคมไฟหน้าแบบสปอร์ตดุดัน เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นสายด้านข้างของตัวถัง ที่ลากไปต่อเนื่องถึงไฟท้ายรูปตัวซีทรงแคบ ๆ ที่ทำให้รูปทรงของรถดูล้ำยุค แต่หากมองเข้าไปที่ด้านท้ายรถตรง ๆ กลับยังรู้สึกถึงความแน่นหนาของตัวรถอยู่บ้างพอสมควร

Toyota CH-R

ไฟท้ายรูปร่างหน้าตาโฉบเฉี่ยวดูดุดัน

ล้อแม็กซ์ขนาด 17 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นท๊อป ลายอาจจะดูธรรมดาไปบ้างเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แต่ก็น่าจะหาลายแบบสปอร์ตปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวรถได้ไม่ยาก ซึ่งต้องบอกว่าล้อแม็กซ์นี่ดูขัดตากับดีไซน์ภายนอกที่สุดแล้วสำหรับเวอร์ชั่นนี้

การพัฒนารถยนต์บนโครงสร้าง TNGA ที่โตโยต้าระบุว่าเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กของโตโยต้านับจากนี้ และซีเอช-อาร์ ก็เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในประเทศไทย ก่อนที่แพลตฟอร์มนี้จะถูกนำมาใช้อีกหลากหลายรุ่นในอนาคต

Toyota CH-R

มือจับประตูด้านหลังออกแบบมาเอาใจเด็กแนวโดยเฉพาะ

ความเด่นของรูปลักษณ์ภายนอกนอกเหนือจากลายเส้นโฉบเฉี่ยวแล้ว มือจับประตูหลังที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียนที่เสาซีก็เพิ่มมิติของตัวถังได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่บางคันมาพร้อมหลังคาสีดำตัดกับสีตัวถัง และสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ก็ดูลงตัวกับรูปทรงไม่หยอก

เปิดประตูที่มีน้ำหนักกำลังดีเหวี่ยงออกมา จะด้วยรีโมตหรือระบบสมาร์ทเอนทรีก็ตามแต่ กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ส่องรอบ ๆ ห้องโดยสารจะเห็นว่าโตโยต้ามีความพิถีพิถันกับห้องโดยสารมากพอสมควร และบอกเลยว่าเห็นห้องโดยสารแนวสปอร์ตที่ดูไม่แก่เลยแม้แต่น้อย

Toyota CH-R

สีเขียวมินท์คือสีที่เด่นที่สุดในฟลีตรถทดสอบวันนี้

ห้องโดยสารมีขนาดค่อนข้างจำกัดในเรื่องพื้นที่การใช้สอย โอเคล่ะว่ามันไม่ได้แคบไปกว่าคู่แข่ง แต่ตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ดูค่อนข้างล้ำหน้า ไม่ว่าจะส่วนของแผงคอนโซลก็ดี หรือบานประตูหลังที่กระจกค่อนข้างคับแคบ ทำให้ห้องโดยสารดูอึดอัดอยู่ไม่น้อย

ตำแหน่งการนั่งของเบาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีลักษณะสปอร์ตที่ดูบีบตัวผู้โดยสารพอสมควร การรองรับน้ำหนักที่กลางหลังอาจจะต้องปรับปรุงหากคิดถึงการเดินทางไกล ขณะที่เบาะด้านหลังดูนั่งสบายกว่า พื้นที่ด้านบนศีรษะเหลืออยู่ไม่มากนักเมื่อนั่งในตำแหน่งที่ถูกต้อง

Toyota CH-R

ถ้าถามว่าไม่ชอบอะไรในรถคันนี้ กระจกของที่นั่งหลังคือคำตอบ

ลองนั่งที่ด้านหลังสั้น ๆ ดู พบว่าเป็นตำแหน่งการนั่งที่ดีมากคันหนึ่งของโตโยต้าเลย เบาะขนาดใหญ่ รับน้ำหนักดีในทุกจุด แถมเปิดคอมนั่งพิมพ์ทดสอบรถคันนี้อยู่ด้านหลังก็ตำแหน่งกำลังดี ยกเว้นแต่เวลารถวิ่งก็อาจจะรับแรงกระแทกของช่วงล่างหลังมากไปนิดนึงเหมือนกัน

แต่ที่เกลียดจริงจังมากก็คือกระจกของห้องโดยสารตอนหลังจะเล็กไปไหนกัน ลองคิดว่าหากเกิดอุบัติเหตุแล้วจำเป็นต้องปีนออกทางกระจกด้านหลังนี่แทบร้อง อย่าว่าผมตัวใหญ่เลยออกไม่ได้กันนะครับ เพราะสาว ๆ ไซส์น่ารักก็ปีนออกยากเอาเรื่องแล้วเหมือนกัน

Toyota CH-R

ห้องโดยสารภายในออกแบบมาใหม่ และเต็มไปด้วยของเล่น

อุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้ใช้งานได้อย่างหลากหลายลงตัว ผมชอบที่วางแก้วตรงประตูของเบาะที่นั่งตอนหลังมาก ดูมีขนาดและตำแหน่งที่ดีในการใช้งานจริง ขณะที่ช่องเก็บแก้วด้านหน้าดูจะอยู่ลึกไปหน่อย เพื่อแลกกับการออกแบบที่เน้นความหรูหราเฟี๊ยวฟ๊าว

บานประตูหลังเปิดได้อย่างกว้างขวาง แต่เมื่อเปิดแล้วจะอยู่ค่อนข้างสูง ซึ่งสาว ๆ ไซส์เล็กอาจจะมีปัญหาในการปิด แต่นั่นก็คงไม่เท่ากับน้ำหนักของประตูบานหลังมที่หนักเอาเรื่อง ขณะที่ห้องเก็บของตอนหลังมีขนาดไม่ใหญ่มาก และเป็นหลุมลงไป ทำให้ต้องคิดสักนิดก่อนโยนของลงไปด้านหลัง

Toyota CH-R

โคมไฟหน้าแบบสปอร์ตดุดันในทุกมิติ

การออกแบบในห้องโดยสารนั้นดูมีดีไซน์ที่แปลกตา ยิ่งบอกว่าเป็นรถของโตโยต้ายิ่งแปลกตาไปใหญ่ แต่ก็ดูเข้ากันดีกับรูปลักษณ์ภายนอกที่เน้นลายเส้นเฉียบคม ในรุ่นนี้ แผงคอนโซลหน้าเป็นหนังที่เดินด้ายจริงเสียด้วย ให้ความรู้สึกหรูหราเบา ๆ แต่แผงประตูยังเป็นพลาสติกทั้งชิ้น

แผงคอนโซลหน้ามาพร้อมความหรูหราและอุปกรณ์ที่ดูเหมือนจะเหมาะสมกับโลกยุคดิจิตอล หน้าจอแบบสัมผัสที่มาพร้อมฟังชั่นส์การทำงานที่หลากหลายมากขึ้นจากรุ่นก่อน ๆ แม้จะดูใช้งานง่ายแต่ก็ต้องเรียนรู้อยู่มากพอสมควร หากต้องการใช้ฟังชั่นส์ได้อย่างคล่องแคล่ว

Toyota CH-R

ด้านท้ายของรถที่มองตรง ๆ แล้วดูตีบตีนกว่าที่คิด

แม้ผมจะชอบแผงคอนโซลหน้าแบบลอยตัวและเอนหน้าเข้าหาคนขับ แต่ต้องบอกก่อนว่ามันก็ดูเกะกะไม่น้อยเหมือนกัน  แถมทำให้พื้นที่ส่วนขาของห้องโดยสารตอนหน้าเล็กลงไปอีก แต่ก็เข้าใจว่าดีไซน์รถแบบวัยรุ่นก็คงออกมาแนว ๆ นี้ เพราะหลาย ๆ ค่ายก็ทำกัน

ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่ควบคุมด้วยสวิตช์ให้สัมผัสเหมือนกดจอยเกมสมัยโบราณ เย็นฉ่ำในช่วงด้านหน้า แต่ร้อนมากในที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง เพราะไม่มีระบบปรับอากาศสำหรับห้องโดยสารตอนหลังนะครับ แถมเบาะหน้าก็ใหญ่โตปิดทางเดินอากาศดีเหลือเกิน

ถ้าไม่บอกว่านี่คือรถยนต์ไฮบริดหรือมีจอแสดงผลให้ดูตรงหน้า ก็เอาเป็นว่าไม่ต้องคิดว่ามันจะใช้งานยากเย็นอะไร แถมยังมาพร้อมของเล่นมากมายรอบคันให้น่าใช้งาน

ซีเอชอาร์ เอชวี ไฮ มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ พร้อมแรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมสูงสุด 122 แรงม้า

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบอีซีวีที พร้อมชิฟท์ล็อก ดิสก์เบรก 4 ล้อ พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ช่วงล่างหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง ให้ความสะดวกแบบครบครัน

Toyota CH-R

เครื่องยนต์ไฮบริดที่เน้นสมรรถนะที่เหมาะสมลงตัว

การตอบสนองของเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นนี้เป็นไปอย่างกระตือรือล้น กดนิดหน่อยความเร็วก็วิ่งปรู๊ดปร๊าดไประดับ 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างง่ายดาย และลากไปที่ความเร็วสูงได้อย่างสนุกสนานและไม่เหน็ดเหนื่อย เรียกว่าใช้งานได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองอย่างไม่ติดขัด

การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างนุ่มเนียนและไม่มีอาการกระตุก แต่ถ้ามีแพดเดิลชิฟท์มาให้ด้วยน่าจะสนุกสนานกกว่านี้ ปุ่มควบคุมระบบความเร็วอัตโนมัตินั้นย้ายไปอยู่ที่ด้านล่างขวาของพวงมาลัย ทำให้รู้สึกผิดมือไปเล็กน้อย แต่ลูกค้าที่ซื้อมาใช้งานคงไม่รู้สึกอะไร

Toyota CH-R

คันเกียร์ที่สั้นและกระชับมือ ทำให้ห้องโดยสารดูดีขึ้น

ช่วงล่างของรถนั้นถูกเซตไว้สำหรับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลจนดูเหมือนจะนุ่มเกินไปเมื่อวิ่งผ่านโค้งและเนินที่ความเร็วปานกลางถึงสูง แต่ก็ยังให้ความมั่นใจที่ดี หากต้องการวิ่งด้วยความเร็วดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ถ้าไม่บอกว่านี่คือรถยนต์ไฮบริดหรือมีจอแสดงผลให้ดูตรงหน้า ก็เอาเป็นว่าไม่ต้องคิดว่ามันจะใช้งานยากเย็นอะไร การตอบสนองน่าจะดีกว่าในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรพอสมควรอยู่แล้ว แถมยังมาพร้อมของเล่นมากมายรอบคันให้น่าใช้งาน

Toyota CH-R

หน้าจอสัมผัสได้รับการติดตั้งระบบต่าง ๆ เข้ามามากขึ้น

ในรถคันนี้ติดตั้งระบบเทเลมาติกส์เหมือนผู้ช่วยส่วนตัวในการติดต่อผ่านระบบคอลล์เซนเตอร์ รวมถึงสามารถปล่อยไวไฟให้ใช้ได้ทุกที่มากสุด 9 เครื่อง นี่ตอนอัพคอนเทนต์ก็ลองใช้ระบบนี้อยู่เหมือนกัน ก็พบว่าสะดวกสบายดีเหมือนกัน

อินเตอร์เนตนี้ได้ถูกคิดราคาเข้ากับราคารถแล้ว 1 ปี โดยผู้ใช้งานสามารถใช้สปีดสูงสุดได้ 1 กิกกะไบต์ ก่อนที่จะลดสปีดลงมา หลังจากปีแรก จะมีค่าใช้จ่ายปีละ 1,500 บาท สำหรับการใช้งานดังกล่าว หรือลูกค้าจะเลือกไม่จ่ายก็ได้เหมือนกัน

Toyota CH-R

สีมาตรฐานอย่างสีเทาก็เป็นออพชั่นสำหรับสายเรียบเหมือนกัน

สรุปง่าย ๆ หลังจากขับรถมาแบบสั้น ๆ โตโยต้า ซีเอช-อาร์ น่าจะเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชอบความแปลกใหม่ได้เป็นอย่างดี ในฐานะรถยนต์ของโตโยต้าที่มีความน่าสนใจและดูไม่น่าเบื่อในแบบที่รถยนต์ของโตโยต้ามักจะทำการพัฒนาออกมาในยุคหลัง ๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากรู้หลังจากนี้ก็คือหากเป็นการขับขี่ในชีวิตประจำวันจริง ๆ รถยนต์คันนี้ในภาพรวมจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะบรรดาอุปกรณ์หลากหลายที่ติดตั้งมาให้เพียบ แต่ยังไม่มีเวลาได้ลองใช้ อีกคำถามก็คือเจ้าเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรรุ่นธรรมดาจะขับสนุกแบบนี้ได้หรือเปล่า

เดี๋ยวรอโตโยต้าปล่อยรถทดสอบเดี่ยวออกมาแล้วค่อยว่ากันละกัน…

สรุปง่าย ๆ หลังจากขับรถมาแบบสั้น ๆ โตโยต้า ซีเอช-อาร์ น่าจะเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชอบความแปลกใหม่ได้เป็นอย่างดี ในฐานะรถยนต์ของโตโยต้าที่มีความน่าสนใจและดูไม่น่าเบื่อ

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Man - 22/03 - 10:29

หนีร้อนไปเที่ยวสวนน้ำ Scenical World เขาใหญ่ แบบสุด FUN [เฮ้ยป่ะ! EP.1]

เข้าหน้าร้อนแบบนี้ วิธีหนีร้อนที่ดีที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการออกไปเล่นน้ำ!! โดยในวันนี้เราจะพากันไปที่ Scenical World เขาใหญ่ สวนน้ำและสวนสนุกน้องใหม่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีและโอโซนแจ่มๆ ของเขาใหญ่ โดย Scenical World นอกจากจะมีสวนน้ำสุดอลังการแล้ว ยังมีในส่วนของสวนสนุกและเครื่องเล่นสุดหวาดเสียว ที่ต้องบอกว่า FUN สมกิมมิค กรี๊ดลั่นมันส์สนั่นเขา กันเลย....

Ken - 15/01 - 18:20

AJ EV Bike พระเอกตัวจริงรุกตลาดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ลุยน้ำ ฝ่าฝน จดทะเบียนขนส่งได้

หนึ่งไฮไลท์แบบงงๆ ในงาน BMF 2020 ปีนี้คือ AJ EV Bike ที่มีรถมาเปิดตัวถึง 4 รุ่น ชูจุดเด่นทั้ง ลุยน้ำ ฝ่าฝน และในโบรชัวร์ยังบอกว่าจดทะเบียนขนส่งได้ด้วย AJ EV Bike หรือ....

Ken - 15/01 - 17:18

เดินร่อน Bangkok Motorbike Festival 2020 อีเว้นท์สุดคึกคักของชาวสองล้อตั้งแต่ต้นปี

Bangkok Motorbike Festival 2020 อีเว้นท์ยิ่งใหญ่ประจำปีของชาวสองล้อ ที่ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์วนมาถึงอีกครั้งในวันที่ 15 – 19 มกราคมนี้ หลายคนอาจจะกังวลว่ามีค่ายรถหลายค่ายที่ไม่เข้าร่วมในงานนี้ ถ้าเดินทางไปจะคุ้มค่าเดินไหม เราเลยรวบรวมมาให้ดูว่า ปีนี้มีค่ายรถแบรนด์ใดเข้าร่วมงานบ้าง และมีไฮไลท์เด็ดรุ่นไหน แต่จะให้สรุปคร่าวๆ คือมีดีลเลอร์ของหลากหลายยี่ห้อยังมากันคึกคัก รถรุ่นเด็ดๆ ก็มีมาให้ชม....

SK - 15/01 - 16:00

ไทยเอาบ้างไหม? ชาวอเมริกันล่ารายชื่อขอ Toyota ทำตลาด GR Yaris

Toyota GR Yaris เผยโฉมอย่างเป็นทางการที่งานโตเกียว ออโต้ ซาลอน 2020 มาพร้อมคุณสมบัติการเป็นรถเล็กพริกขี้หนูสุดแซบ แต่ทำตลาดในบางประเทศเท่านั้น GR Yaris จะออกจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่นและบางประเทศของยุโรปภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ทำให้ลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเกิดความเสียดายอย่างสุดซึ้งจึงประกาศล่ารายชื่อในเว็บไซต์รณรงค์แคมเปญ Change.org เพื่อเรียกร้องให้ Toyota นำรถแฮทช์แบ็ก 3 ประตูตัวแรงรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดด้วย....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

21/02/18 13:10

Volvo XC40 จะได้ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบเป็นรุ่นแรกของค่าย

ก่อน

Porsche 911 GT3 RS มาพร้อมสเปกเทพ 520 แรงม้า

ต่อไป

next article

Porsche 911 GT3 RS มาพร้อมสเปกเทพ 520 แรงม้า