[Test Drive] Ford Mustang EcoBoost และ GT ถ้ามีเงินเหลือควรมีติดโรงรถสักคัน!!!

เขียนโดย

เขียนโดย 07/01/19 14:15

Ford Mustang น่าจะเป็นความเร้าใจที่สุดของฟอร์ด ประเทศไทย ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะนอกจากจะเป็นสินค้าในกลุ่มรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ที่ดูซบเซาไปนาน นี่คือหนึ่งในรถยนต์ในตำนานสายพันธุ์เบ่งกล้าม ที่ค่ายรถอเมริกันตัดสินใจนำเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการเสียที

เพราะต้องไม่ลืมว่าข่าวคราวของฟอร์ด มัสแตง ที่ได้ยินกันมาในประเทศไทยก็ปากันเข้าไปร่วม ๆ จะ 2 ปีดีดัก แถมนอกจากจะเปิดตัวช้าในประเทศไทย ยังไปเปิดตัวกันในประเทศเพื่อนบ้านกันอย่างครึกครื้น เรียกว่าไม่หงุดหงิดก็ต้องหงุดหงิด สำหรับบรรดาแฟนพันธุ์แท้ชาวไทยที่อยากยลโฉม

และแน่นอนว่าเมื่อฟอร์ดตัดสินใจเปิดตัวในประเทศไทยอย่างจริงจัง ต้องถือว่าค่ายทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปิดตัวทั้ง 2 รุ่นย่อย และการทำราคาจำหน่ายที่น่าสนใจ โดยในรุ่นอีโคบูสต์ มาพร้อมราคาจำหน่าย 3.599 ล้านบาท และราคาจำหน่าย 4.799 ล้านบาทในรุ่นจีทีFord Mustang

กับค่าตัวที่ห่างกัน 1.2 ล้านบาท แน่นอนว่ามีการเปลี่ยนแปลงกันมากพอสมควร และมีคำถามมากมายจากผู้ที่สนใจซื้อว่า ถ้าต้องการเป็นเจ้าของจริง ๆ ควรเล่นคันไหนดี โอกาสดีสำหรับ Autostation ที่ได้มีโอกาสอยู่กับรถทั้ง 2 คันนี้ในช่วงก่อนวันหยุดปีใหม่ ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ เรื่องของรถ

บทสรุปสั้น ๆ ในหัวหลังจากคืนรถทดสอบคันที่ 2 ให้กับทางฟอร์ดไปก็คือ นี่คือรถยนต์ที่เหมาะสมที่จะจอดอยู่ในโรงรถสักคัน หากมีเงินเหลือเฟือเหลือใช้ แม้ว่าจะมีโอกาสในการใช้งานไม่ได้มากมายนัก แต่ทุกครั้งที่ขับรถคันนี้ออกมา ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะไม่รู้สึกผิดหวังในการอยู่ในรถคันนี้แน่นอน

Ford Mustang

แม้ทั้งรุ่น EcoBoost และ GT จะมีความแตกต่างกันไม่ค่อยมากในเชิงของรูปลักษณ์ แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนก็คือหัวใจของรถ ที่เรียกเสียงคำรามและการตอบสนองที่แตกต่างกันมากพอสมควร เรียกได้ว่าถ้าสลับกันขับแทบจะไม่รู้สึกว่าเป็นรถที่มาจากสายพันธ์เดียวกันแม้แต่น้อย

ถ้าอยากลองของก็ลองตัวล่างก็เพียงพอ แต่ถ้าอยากได้ความพึงพอใจอย่างสมบูรณ์แบบ จีทีคือคำตอบเดียวที่ต้องคบหาเพียงคันเดียวในนาทีนี้…

Ford Mustang

ภายนอกหน้าตาคล้ายคลึง ไม่บอกให้ดูก็ยากจะแยกแยะ

ต้องบอกก่อนว่าที่ภายนอกของรถทั้ง 2 รุ่นนี้มีความแตกต่างกันน้อยมาก เรียกว่าถ้าไม่จิ้มให้ดูกันเป็นจุด ๆ ก็ยากที่จะบอกได้เพียงแค่การมองผ่านแวบเดียว ถ้าจะเอาที่ชัดที่สุดก็คงจะเป็นสปอยเลอร์ท้ายของรถที่มีติดตั้งมาให้เฉพาะในรุ่นจีทีเท่านั้น แต่เชื่อว่าคนที่ซื้อรุ่นล่างก็คงซื้อหามาติดตั้งกันอยู่ดี

ล้อแมกซ์คนละลาย โดยในรุ่นท๊อปจะเป็นสีดำมัน ขณะที่รุ่นล่างเป็นสีดำด้าน ยางรถยนต์ที่ติดตั้งมาเป็นคนละยี่ห้อ โดยรุ่นพี่จะคบหากับมิชลินและรุ่นล่างเป็นยางพิเรลลี่ โดยที่ล้อคู่หน้าของจีทีจะมาพร้อมชุดเบรกของเบรมโบ ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถ

Ford Mustang

กระจังหน้าของรถมองเผิน ๆ เหมือนไม่แตกต่าง แต่จริง ๆ แล้วในรุ่นจีทีจะมาพร้อมกระจังหน้าซี่ถี่ ๆ กว่าในรุ่นอีโคบูสต์ นอกจากนี้ ในรุ่นท๊อปจะมีโลโก้ 5.0 ติดตั้งเอาไว้ที่แก้มด้านข้างของตัวรถ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างและความโดดเด่นของเครื่องยนต์ที่ติดตั้งมาในรถคันนี้

ที่ด้านท้ายของรถนั้น โลโก้ด้านหลังในรุ่นล่างจะเป็นโลโก้รูปม้า ขณะที่รุ่นท๊อปจะเป็นโลโก้ที่เขียนว่า GT ชุดท่อไอเสียเป็นท่อคู่ออกสองฝั่งทั้งคู่ แต่ในรุ่นท๊อปจะเป็นท่อคู่ออกสองฝั่ง ขณะที่รุ่นล่างเป็นท่อเดียวออกสองฝั่ง และมาพร้อมแผงดิฟฟิวเซอร์หลังที่แตกต่างกันเล็กน้อย

Ford Mustang

ตัวรถแบบสปอร์ต คูเป้ ที่เน้นฝากระโปรงแบบโป่งนูน ท้ายแบบตัด ทำให้การกะระยะต่าง ๆ ของตัวรถเป็นไปได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ว่าตำแหน่งการนั่งจะอยู่ค่อนข้างต่ำกว่ารถยนต์ทั่ว ๆ ไป ซึ่งถือว่าผู้ขับขี่จะต้องปรับตัวไม่มากนักในการควบคุมรถคันนี้บนท้องถนน

ระบบไฟด้านนอกของรถมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของฟอร์ด ด้วยระบบไฟแบบแอลอีดีทั้งคัน แถมยังเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับรถด้วยไฟส่องสว่างยามค่ำคืนที่ฉายออกมาจากไฟข้างทั้ง 2 ด้านเป็นรูปม้าโพนี่ ซึ่งทำให้ฟอร์ด มัสแตง รุ่นใหม่ มีความน่าสนใจมากขึ้นแม้จะยังคงรักษาความเป็นมัสเซิลคาร์เอาไว้เหมือนเดิม

Ford Mustang

เครื่องยนต์สายโหด มาทั้งเสียงดุดันและสมรรถนะ

เปิดฝาครอบเครื่องยนต์มาต้องร้องวู้ว เพราะว่าฝากระโปรงไม่มีค้ำโช๊คติดตั้งมาให้ ทำให้ต้องใช้แรงในการผลักฝากระโปรงมากหน่อย โดยรุ่นอีโคบูสต์ดูห้องโดยสารมีพื้นที่เหลือ ๆ มากกว่าในรุ่นจีที ที่ดูแน่น เต็ม และมีความบึกบึนกว่าอย่างมากในการดีไซน์ตำแหน่งของเครื่องยนต์

ฟอร์ด มัสแตง จีที มาพร้อมเครื่องยนต์วี8 ที่หาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ บนท้องถนนประเทศไทย เครื่องยนต์ 5.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาให้ได้พลังที่มากกว่าและรอบเครื่องเรดไลน์ที่สูงขึ้น ด้วยระบบหัวฉีด 2 ระบบ ผสานการทำงานของระบบไดเร็คอินเจคชั่นแรงดันสูง เข้ากับระบบฉีดเชื้อเพลิงที่ท่อแบบแรงดันต่ำ

Ford Mustang

การส่งกำลังเป็นหน้าที่ของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทำให้รถคันนี้รีดสมรรถนะได้ถึง 460 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 556 นิวตันเมตร โดยสามารถวิ่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาประมาณ​ 4 วินาที แต่ฟอร์ดคุยว่าประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 7.8 กิโลเมตรต่อลิตรและปล่อยไอเสียแค่ 297 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

ขณะที่เครื่องยนต์อีโคบูสต์ 2.3 ลิตรในรุ่นเล็ก ก็จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตรสามารถวิ่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาประมาณ​ 5 วินาที ประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 10.8 กิโลเมตรต่อลิตรและปล่อยไอเสียแค่ 217 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

Ford Mustang

เครื่องยนต์รุ่นเล็กนี้ยังมาพร้อมฟังชั่นโอเวอร์บูสต์ ที่ช่วยเพิ่มแรงดันอากาศจากเทอร์โบ เพื่อให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันใจในทุกการกดคันเร่ง และระบบควบคุมเกียร์อัตโนมัติ ที่ทำให้ปรับแต่งเครื่องตามโหมดการขับขี่ที่หลากหลายที่ติดตั้งมาให้มากมายในรถคันนี้ได้อย่างลงตัว

ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโหมดปกติ โหมดสปอร์ต (เปลี่ยนด้วยการเลือกเกียร์สปอร์ต)​โหมดแทร็ค โหมดหิมะ และยังมีเพิ่มโหมดแดร็ก สตริป สำหรับการแข่งรถทางตรง และโหมดส่วนตัว ที่เลือกปรับทุกอย่างได้ตามต้องการ ขณะที่พวงมาลัยก็มีให้เลือก 3 โหมด คอมฟอร์ต ปกติและสปอร์ต

Ford Mustang

มัสแตงยังมาพร้อมระบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเบิร์นยางหลังได้อย่างง่ายดาย ซึ่งติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงยังได้มีการปรับแต่งโช๊คอัพให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นคง ปรับแต่งช่วงล่างเพื่อลดการบิดตัวของตัวถัง ทำให้สามารถควบคุมรถได้อย่างเฉียบคมมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญก็คือ รถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้คำนึงถึงคนรอบข้างมากขึ้น โดยเฉพาะเสียงเครื่องยนต์​ที่อาจจะดูหนวกหูในสายตาเพื่อนบ้าน ก็ปรับให้เบาลงได้ด้วยโหมดปรับความดังเสียงของท่อไอเสีย ที่เลือกได้ตั้งแต่ทำให้เงียบกริบเป็นรถบ้านธรรมดา ไปจนถึงเบ่งกล้ามคับถนนก็ได้เช่นกัน

Ford Mustang

ภายในที่เต็มไปด้วยของเล่น จนรู้สึกว่าเยอะไปสักนิด

แม้จะเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่ทำการพัฒนามาเอาใจลูกค้าทุกกลุ่ม จนทำให้ฟอร์ดต้องติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบการช่วยเหลือการขับขี่แบบมาตรฐานเข้ามามากมายให้กับมัสแตงทั้ง 2 รุ่น ทำให้รู้สึกมันดูเยอะเกินไปกับการเป็นมัสเซิล คาร์ ที่ควรจะดูดิบ ๆ กว่านี้ แต่เมื่อเป็นหนทางที่ทั่วโลกใครก็ทำ ก็ต้องยอมรับกันไป

จุดเดียวที่ผมไม่ชอบเลยแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดกับห้องโดยสารของมัสแตงก็คือการปรับเบาะแถวหน้าที่เลื่อนหน้า-หลังด้วยระบบไฟฟ้า แต่ปรับพนักพิงด้วยระบบแมนวล คือแค่รู้สึกว่าจะเป็นไฟฟ้าก็เป็นไฟฟ้าไปให้หมด จะเป็นแมนวลก็แมนวลให้หมดไปเลย มันเอามารวมกันแล้วก็ดูงงงงไปหมด

Ford Mustang

ห้องโดยสารตอนหลังแม้จะก้าวเข้าไปอย่างยากเย็น แต่ดีไซน์ของที่นั่งตอนหลังนั้นกลับดีเกินคาด สามารถนั่งโดยสารทางไกลได้อย่างไม่ลำบากยากเย็นอะไรนัก เรียกว่าถ้าไม่ได้สูง 180 อัพ ก็ไม่ต้องทนนั่งหน้างอคอหักอยู่หลังรถแน่นอน เพียงแต่การก้มตัวเข้าไปในรถอาจจะต้องระวังมากหน่อย

ดีไซน์บางอย่างของรถก็ทำให้เรารู้สึกขบขันไปเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ที่ห้อยสัมภาระท่ีติดตั้งมาที่ด้านหลังที่พักศีรษะทั้ง 2 ฝั่ง มันทำให้รถดูเป็นรถซื้อแกงถุงไปสักนิด ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายไม่ใหญ่โตมาก แต่ก็เพียงพอต่อการขนสัมภาระต่าง ๆ เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน

Ford Mustang

เมื่อปลดล็อคประตูและเข้าไปในตัวรถ ปุ่มสตาร์ทรถยนต์จะกะพริบไฟสีแดงในอัตรา 30 ครั้งต่อนาที ซึ่งเทียบเท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจของม้าป่าในขณะที่หยุดพัก และจะกระพริบไปจนกว่าเราจะทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ เรียกเสียงกระหึ่มกึกก้องที่แตกต่างกันไปในเครื่องยนต์สองรุ่น

แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว แสดงข้อมูลที่แตกต่างกันไปในแต่ละโหมดการขับขี่ พวงมาลัยเต็มไปด้วยปุ่มควบคุมฟังชั่นส์การใช้งานต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าบางระบบนั้นอาจจะทำให้สับสนว่ามันเหมาะกับรถหรือไม่ เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบกันรถออกนอกเลน เป็นต้น

Ford Mustang

แต่ระบบดังกล่าวก็เป็นระบบที่มีก็ดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว ใครไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร ใครที่ขับมัสแตงแบบชิลล์ ๆ ก็อาจจะบอกว่าได้ใช้บ้าง บรรยากาศภายในห้องโดยสารที่คุ้นเคยชาวฟอร์ดอย่างดีก็คือหน้าจอควบคุมระบบต่าง ๆ ตรงกลางที่ใช้เหมือนกับเรนเจอร์ โดยในรุ่นจีทีจะมาพร้อมซิงค์ 3 และระบบเนวิเกเตอร์ แต่รุ่นล่างจะไม่มีแผนที่มาให้

ปุ่มเลือกโหมดการขับขี่และโหมดพวงมาลัยเป็นแบบดันขึ้นอย่างเดียว ทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการใช้งานในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนโหมดไปมา ยกตัวอย่างเช่น หากเปลี่ยนโหมดปกติไปสปอร์ตพลัส แล้วต้องการกลับมาโหมดเดิม ก็ต้องดันปุ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านโหมดต่าง ๆ แบบวนครบลูป

Ford Mustang

ผมเองอาจจะคุ้นชินกับระบบต่าง ๆ ของรถฟอร์ดดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่ามัสเซิลคาร์มันจำเป็นที่จะต้องมีของเล่นและอุปกรณ์เยอะแยะขนาดนี้เลยหรือ แต่หากมองว่าฟอร์ดต้องการให้รถของพวกเขาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ก็เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจและอธิบายถึงความเยอะแยะที่ให้มาได้เหมือนกัน

Ford Mustang

สมรรถนะโดดเด่น กินน้ำมันเอาเรื่อง ถ้ามีเงินก็น่าซื้อสักคัน

ถ้าถามว่าความโดดเด่นของฟอร์ด มัสแตง ที่จะทำให้เรายอมควักกระเป๋าเพื่อจับจองเป็นเจ้าของสักคัน หนึ่งในนั้นก็คงเป็นเรื่องของหน้าตาที่ดูโดดเด่นแน่นอนบนท้องถนน ด้วยจำนวนที่มีไม่มากนัก แม้จะรวมยอดจำหน่ายของเกรย์มาร์เกตเข้าไปด้วย ก็น่าจะมีอยู่หลักไม่กี่สิบคันในปัจจุบัน

แต่สิ่งที่เป็นตัวตัดสินใจก็คือเรื่องของสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่น ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อรุ่นไหนก็ตาม ต่างก็ตอบสนองเรื่องของการขับขี่ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกตัวหรือการเร่งแซง จะแตกต่างไปบ้างในการตอบสนองและความรู้สึกของผู้ขับขี่เมื่ออยู่หลังพวงมาลัย

Ford Mustang

ในรุ่นอีโคบูสต์นั้น แม้การตอบสนองจะรวดเร็วฉับไว แต่เสียงของเครื่องยนต์กลับไม่ค่อยเร้าใจเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นผลจากขนาดของเครื่องยนต์ อีกส่วนเป็นผลจากการใช้เทอร์โบในการรีดสมรรถนะโดยตรง ซึ่งแน่นอนว่าข้อดีก็คือ เมื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน ตัวรถเองก็ควบคุมได้อย่างง่ายดายกว่า

ขณะที่ในรุ่นจีที ที่มาพร้อมความดิบของเครื่องยนต์วี8 เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่มกึกก้อง และความดิบของรถที่เรียกว่าถ้าเผลอมีออกอาการปลิ้นที่ล้อหลังให้ได้เห็นกันอย่างง่ายดาย กลายเป็นม้าพยศที่ควบคุมได้อย่างไม่ยากเย็น การตอบสนองก็ดิบ ๆ กว่า สะใจบรรดาสิงห์นักขับอย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก

Ford Mustang

สมรรถนะระดับออกตัว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4-5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าเพียงพอและมากเกินสำหรับการใช้งานบนท้องถนนประเทศไทย แถมมาบนตัวถังที่ดูหล่อเหลาเอาการ ขับไปไหนได้ไม่อายบรรดารถสปอร์ตสัญชาติยุโรปอย่างแน่นอน

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ผมใช้รถอยู่ประมาณ 5-6 กิโลเมตรต่อลิตรในรุ่นจีที และประมาณ 7-8 กิโลเมตรต่อลิตรในรุ่นอีโคบูสต์ แม้จะดูว่ารุนแรงเอาเรื่อง แต่หากแลกกับสมรรถนะของรถแล้ว งานนี้ต้องบอกว่ายอมจ่ายยอมเติมกันไปข้าง เพราะรถที่ขับสนุกขนาดนี้ก็ต้องยอมแลกเป็นธรรมดา

Ford Mustang

ระบบต่าง ๆ ที่ติดตั้งให้มา แม้โดยส่วนตัวจะมองว่าเยอะแยะเกินไปสำหรับรถยนต์กลุ่มนี้ เพราะแม้แต่คู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันหลายรายก็ไม่ได้ติดตั้งของเล่นมาเพียบเท่านี้ แต่ถ้าถามว่าการขับขี่แบบปกติธรรมดาในชีวิตประจำวันก็สามารถใช้งานได้ดีไม่หยอก

แม้จะรู้สึกว่ารถไม่เหมาะสำหรับการเอาออกมาใช้งานบนท้องถนนทุกวัน แต่หากเป็นรถยนต์คันที่ 3-4 ของครอบครัว เอามาไว้ใช้เวลาขับขี่ไปไหนต่อไหน ปลุกเร้าอดรีนาลีนในร่างกายทุก ๆ วันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย หรือถ้าคิดจะซื้อมาใช้งานทุกวันจริง ๆ แล้วทนมุดเข้ามุดออกจากตัวรถได้ก็ไม่เป็นปัญหา

Ford Mustang

รูปร่าวหน้าตาแบบนี้ สมรรถนะโดดเด่นขนาดนี้ แถมมาในราคาที่ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ใครที่มีเงินเหลือ ๆ ไว้เฉย ๆ ก็ซื้อติดโรงรถไว้สักคันได้เลย!!!

บทสรุป

ฟอร์ด มัสแตงคือสินค้าที่สร้างความตื่นเต้นให้กับฟอร์ด ประเทศไทยอีกครั้ง การเปิดตัวทั้ง 2 รุ่นในราคาที่ห่างกันพอสมควร ทำให้มองได้ว่าฟอร์ดก็ตั้งใจแยกกลุ่มลูกค้าของพวกเขาออกจากกันเหมือนกัน และหากเงินถึงจริง ๆ เราก็แนะนำให้ยอมจ่ายแพงซื้อรุ่นเครื่องยนต์วี8 ไปเลยก็แล้วกัน

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 19/06 - 11:00

ภรรยา คาร์ลอส กอส์น วิงวอนประธานาธิบดีทรัมป์ ช่วยเหลือสามี

ภรรยาของคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานใหญ่ Nissan วิงวอนให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกายกประเด็นเกี่ยวกับสามีของเธอมาหารือกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น “ดิฉันวอนขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่น ให้มีการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และขอให้สามีของดิฉันได้รับอนุญาตให้พบเจอดิฉันได้โดยอิงตามหลักการว่าสามีของดิฉันยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีการตัดสินความผิด” แคโรล กอส์น กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซี นายกรัฐมนตรีอาเบะ เตรียมให้การต้อนรับคณะผู้นำจากประเทศเศรษฐกิจกลุ่ม G20 ในการประชุมสุดยอดผู้นำที่นครโอซาก้า ระหว่างวันที่ 28-29....

Cokey - 19/06 - 10:42

[Drive] บุกป่า ฝ่าถิ่นทุรกันดาร มอบรอยยิ้มให้กับน้อง ๆ จังหวัดตาก กับ Ford Ranger Limited 4×4

บุกป่า กางเต้นท์ สมบุกสมบันกับกิจกรรม Ford Mission Possible ที่ได้นำ Ford Ranger Limited สร้างรอยยิ้มให้กับน้อง ๆ ถิ่นทุรกันดาร ณ โรงเรียนแม่อมกิ จังหวัดตาก บทความนี้อาจจะไม่ใช่การทดสอบรถยนต์แบบจัดเต็มอย่างที่เคย แต่มันเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขอย่างไรไม่รู้ เพราะทีมงาน....

Ken - 19/06 - 09:40

Yamaha NMax ABS Comfort เสริมออพชั่นความชิลล์สะดวกสบายจากโรงงาน

ยามาฮ่าแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับตลาดต่างประเทศอย่างYamaha NMax Comfort ซึ่งไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นมาตรฐานที่บ้านเราเองก็มีจำหน่าย สิ่งที่แตกต่างออกมาจากเวอร์ชั่นมาตรฐานคือในเวอร์ชั่น Comfort นี้จะเอาใจคนที่ชอบเดินทางด้วยออพชั่นที่เสริมเข้ามาอย่างชิลด์หน้าขนาดใหญ่และท็อปบ็อกซ์ด้านหลัง โดยในเวอร์ชั่นนี้จะมีให้เลือก 3 สี คือน้ำเงิน เทา ขาว เมื่อเทียบกับชิลด์หน้าเดิมชิลด์หน้าที่ใส่มาในเวอร์ชั่นพิเศานี้เรียกว่ายาวใหญ่กว่าหลายเท่า ไม่มีโอกาสที่ลมจะได้เข้าปะทะตัวผู้ขับขี่เลยแม้แต่น้อย กล่องหลังเองดีไซน์มารับหลังผู้โดยสารและมีความจุถึง 39 ลิตร ถอดใส่ในแร็คได้อย่างง่ายดาย....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

07/01/19 14:15

Nissan เผยข้อมูลเทคโนโลยี I2V ทำให้ผู้ขับขี่ “มองเห็นในสิ่งที่มองไม่เห็น”

ก่อน

Toyota จัดแสดง Lexus LS Hybrid รุ่นต้นแบบโชว์ความก้าวหน้าล่าสุดระบบขับอัตโนมัติ

ต่อไป

next article

Toyota จัดแสดง Lexus LS Hybrid รุ่นต้นแบบโชว์ความก้าวหน้าล่าสุดระบบขับอัตโนมัติ