[Test Drive] มาลอง ซูซูกิ สวิฟท์ ขับสนุก มั่นใจ ในความรู้สึกเบาหวิว

เขียนโดย
เขียนโดย 13/02/18 00:56

เปิดตัวมาได้เพียง 1 สัปดาห์ ซูซูกิก็จัดการทดสอบ ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่อย่างรวดเร็วทันใจ เพื่อให้บรรดาสื่อมวลชนได้มีโอกาสสัมผัสกับอีโคคาร์ โครงการ 2 รุ่นที่ 2 ของประเทศไทยกันอย่างเต็มพิกัด โดยยึดพื้นที่ชานเมืองเชียงใหม่เป็นสถานที่ทดสอบ

เอาจริง ๆ คิวการทดสอบของผมจะต้องเป็นสมาชิกกลุ่ม 2 ซึ่งจะได้ทำการทดสอบกันในช่วงเช้าของวันที่บททดสอบนี้ออกเผยแพร่ แต่อาศัยว่าพอเดินทางมาถึงที่พักก็พบรถจอดอยู่เฉย ๆ ก็เลยเลียบ ๆ เคียง ๆ ขอยืมรถทดสอบจากทีมงานไปลองเล่น ๆ

หลังจากยืนรออยู่สักพัก ก็ได้รับคำอนุมัติ แต่ก็ห้ามเอารถลงไปในเมืองซึ่งเป็นเส้นทางทดสอบปกติ ทำได้แค่เพียงหักซ้ายขึ้นเขาไปลองกันยาว ๆ แบบไม่มีใครตามมาคุม ก็เอาแค่ฟีลลิ่งที่อยู่บนเขาก่อนละกัน ถ้าไปลองพื้นเรียบมีอะไรมากกว่านี้ค่อยมาเล่าสู่กันฟังอีกรอบ

ซูซูกิ สวิฟท์

ซูซูกิ สวิฟท์ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยครบครัน

ใครจะอ่านสเปกละเอียด ๆ ตามไปอ่านกันได้จากบทความงานเปิดตัวนะครับ แต่ก็ต้องเล่าสู่กันฟังนิดว่าซูซูกิ สวิฟท์รุ่นใหม่นี้ นับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ในประเทศไทย แต่นับเป็นรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ 2 รุ่นแรกของซูซูกิในประเทศไทย

นั่นก็หมายถึงในแง่ของการพัฒนาและการออกแบบนั้น ได้ก้าวข้ามข้อกำหนดของอีโคคาร์โครงการแรกไปเป็นที่เรียบร้อย และหากมองในแง่ของการผ่านข้อกำหนดอันเข้มงวด คู่แข่งโดยตรงก็คือมาสด้า 2 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้นในตลาดประเทศไทย

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าก็คือ แม้จะพัฒนาตัวรถไปมากเพียงใด ราคาจำหน่ายของซูซูกิ สวิฟท์ก็ยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เพราะแม้แต่รุ่นท๊อปที่มาพร้อมเนวิเกเตอร์ที่ผมแอบลักพาไปขับเล่น ก็มาด้วยสนนราคา 6.29 แสนบาทเท่านั้นเอง

ซูซูกิ สวิฟท์

เบาะที่นั่งตอนหลังพับได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ

แน่นอนล่ะครับ ว่าด้วยราคาขนาดนี้และแลกกับเทคโนโลยีที่อัดแน่นกันมาพอตัว ทำให้ต้องมีการตัดอุปกรณ์อะไรบางอย่างออกไปบ้าง ซึ่งก็มองในมุมของความคุ้มค่าแล้วก็ไม่ได้น่าเกลียดนะ ของที่ไม่ได้ให้มา ไปติดเพิ่มที่โชว์รูมก็น่าจะได้ไม่ยากและไม่แพง

บอกตรง ๆ ว่ามาจนถึงตอนที่นั่งปั่นต้นฉบับนี้ ผมยังไม่มีโอกาสได้นั่งพินิจพิจารณาความสวยงามของรถอย่างเต็มที่เลย แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ สวิฟท์ใหม่นั้น ดูน่าสนใจ ดูมีความสปอร์ตขึ้น และดูไม่เป็นรถบ้าน ๆ เหมือนในเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมา

การออกแบบภายนอกนั้น ดีงามพอให้เข้าใจได้หากมีการพัฒนารุ่นเครื่องยนต์ใหญ่กว่านี้ออกมา หรือจะมีการนำไปตกแต่งเป็นรถซิ่ง เรียกว่ารูปลักษณ์ของรถนั้นพร้อมให้เอาไปต่อยอดทำ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมดิสก์เบรกและครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ 

ซูซูกิ สวิฟท์

ไฟท้ายแบบแอลอีดีและการออกแบบโดยรวมที่ดูดีขึ้น

ขนาดของรถนั้นใหญ่ขึ้นในเกือบทุกมิติ ยกเว้นแต่ความสูงและความยาวที่ลดลง ส่งผลให้ห้องโดยสารมีขนาดที่กว้างขวางสะดวกสบายขึ้นตามไปด้วย จุดเด่นของการออกแบบภายนอกคือกระจังหน้าพร้อมเส้นคาดสีแดง และมือจับห้องโดยสารประตูหลังที่ดูดีมีดีไซน์

ประตูเข้าห้องโดยสารนั้นเปิดได้อย่างกว้างขวาง เข้าออกสะดวก บานประตูด้านหลังดูเตี้ยลงไปเล็กน้อยตามไซส์ของรถ แต่ชดเชยมาด้วยเบาะตอนหลังที่ปรับเอียงเข้ามาในรถ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้อย่างง่ายดาย

ห้องโดยสารภายในเป็นผ้าเน้นโทนสีดำ เบาะที่นั่งดูแบแบเหมาะกับการใช้งานในเมืองแน่นอน แต่หากเป็นการเดินทางไกลอาจจะต้องปรับให้กระชับกับตัวอีกสักนิด ตำแหน่งการนั่งดูจมลงไปเล็กน้อย ขณะที่เบาะที่นั่งตอนหลังก็ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกัน

ซูซูกิ สวิฟท์

ห้องโดยสารออกแบบได้ดูสปอร์ตและหรูหราขึ้นมาก

เข็มขัดนิรภัยแบบปรับระดับได้ติดตั้งมาให้เรียบร้อย แผงคอนโซลหน้าแบบหันหาคนขับเล็กน้อย มาพร้อมจอสัมผัสที่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้งานเลยวันนี้ แต่เห็นว่าระบบเนวิเกเตอร์ที่ติดตั้งมาให้นั้นใช้งานได้อย่างราบรื่นดีพอสมควร

สิ่งที่น่าจะมีแต่หายไปจากรถคันนี้ก็คือเซนเซอร์ถอยหลังหรือกล้องถอยหลัง ซึ่งแน่นอนว่ามันไปติดตั้งเพิ่มที่ดีลเลอร์ได้ หรืออาจจะเป็นของแถมตอนซื้อรถก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าติดรถมาตั้งแต่แรกเลย น่าจะสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าที่กำลังจะซื้อได้มากกว่า

พวงมาลัยเริ่มมีฟังชั่นส์การควบคุมต่าง ๆ เพิ่มมามากขึ้น ระบบควบคุมความเร็วติดตั้งมาที่ด้านขวา ระบบเครื่องเสียงและเอนเตอร์เทนเมนต์อยู่ด้านซ้าย และแป้นควบคุมโทรศัพท์มือถือถูกโยกไปติดตั้งในตำแหน่งด้านล่างของพวงมาลัยทางซ้ายมือ

ซูซูกิ สวิฟท์

เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ทำงานได้อย่างกระฉับกระเฉง

ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาในห้องโดยสารนั้น ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความหรูหราขึ้นกว่ารุ่นเดิมและกว่าคู่แข่งหลายรายอย่างมากมาย แต่ยังไม่ได้ลองใช้ทุกระบบ จะบอกว่าดีเลิศเลอไปก็คงเป็นเรื่องประหลาด

เครื่องยนต์ใหม่รหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบซีวีที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 4.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร รองรับเชื้อเพลิงได้ถึงอี20

มองจากสเปกคร่าว ๆ เครื่องยนต์มีแรงม้าลดลง และมีแรงบิดเท่าเดิม แต่มาที่รอบไวกว่าเดิม แต่สิ่งที่เป็นจุดขายก็คือตัวรถที่มีน้ำหนักเบาขึ้นและเกียร์ซีวีทีที่ได้รับการติดตั้งอิเลกทริคปั้มและวางโปรแกรมซอฟท์แวร์มาใหม่ เพื่อให้ขับสนุกสนานกว่าเดิม

ซูซูกิ สวิฟท์

มือเปิดประตูด้านหลังที่ออกแบบมาอย่างน่าสนใจ

ออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายมาก็เจอเนินชันสูงลิบลิ่ว ยังแอบหัวเราะกับตัวเองว่าเอาอีโคคาร์มาทดสอบก็เจอเขาซะสูงเชียว แต่พอกดคันเร่งลงไปสักครึ่งทาง รอบเครื่องกวาดปรู๊ด พร้อมการทำงานของเกียร์ที่ดูกระชับฉับไวขึ้น ส่งตัวรถปีนเนินขึ้นไปอย่างไม่ยากเย็นอะไร

เอาจริง ๆ ก็ต้องบอกว่ารถนั้นให้การตอบสนองที่ดีในระดับที่เหนือกว่าความคาดหมายของเจ้าของอีโคคาร์จะปรารถนาแน่นอน แม้จะต้องแลกด้วยอาการลากรอบนิดหน่อยเวลาเร่งเครื่องขึ้นทางชัน หรือการเร่งแซง แต่ถ้าคิดจะไปแล้ว ขอให้กดคันเร่งแล้วปล่อยให้รถทำหน้าที่ของมันไปครับ

การตอบสนองอาจจะไม่ได้ปรู๊ดปร๊าดระดับต้องลุกขึ้นยืนตบมือ แต่เอาเป็นว่ารถอีโคคาร์เครื่องยนต์ 1.2 ลิตรรุ่นอื่น ๆ ก็ยากที่จะกดหนีเครื่องยนต์ใหม่ของซูซูกิคันนี้เหมือนกัน แถมเกียร์ก็สับเนียนแบบแทบจะไร้รอยต่อ ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะจับอาการของเกียร์จริง ๆ บอกเลยว่ารู้สึกได้ยากมาก

ซูซูกิ สวิฟท์

ถ้ามองจากด้านข้างจะเห็นว่ารถมีความสูงที่ลดลง แต่ดูเพรียวขึ้น

อีกอย่างที่ต้องชมก็คือช่วงล่างที่ดูคมและกระชับดีเหลือเกิน การวิ่งผ่านสารพัดโค้งบนเขานั้นไม่ใช่ปัญหาของรถแม้แต่น้อย แต่ต้องปรับร่างกายกับรถสักเล็กน้อยนะครับ เพราะตอนแรก ๆ ที่ขับรถออกไปนั้น จะรู้สึกว่ารถมีอาการเบา ๆ เล็กน้อย เหมือนช่วงล่างจะปลิว ๆ เวลาเข้าโค้งแรง ๆ

กว่าจะจับอาการรถได้ว่ามันเป็นแค่ความรู้สึกหวิว ๆ เล็ก ๆ แต่ช่วงล่างก็เล่นโค้งอย่างสนุกสนานไปก็ผ่านไปครึ่งทางที่ไปลองวิ่งมาแล้ว จากนั้นบอกเลยว่าสนุก ผมลากเจ้าสวิฟท์สีแดงผ่านโค้งกลับมาด้วยความเร็วพอสมควรแบบแทบไม่ต้องแตะเบรก แอบจับอาการหน้าไวได้นิด ๆ แต่เห็นบอกว่าเติมลมยางมาแข็งเกิน

ขับบนเขานะครับ ห้ามถามว่า 0-100 ได้กี่วิ ท็อปสปีดเป็นอย่างไรหรือประหยัดเท่าไหร่ ตอนนี้ตอบไม่ได้สักคำถาม ไว้รอยืมรถออกมาอีกรอบไปถ่ายวีดีโอ ค่อยจับตัวเลขพวกนี้ก็แล้วกัน แต่ที่มีหลาย ๆ คนคุยมาก็เห็นบอกขับกันได้ร้อยกลาง ๆ 0-100 อยู่แถว ๆ 13 วินาที อันนี้ไม่ยืนยันนะครับ

ซูซูกิ สวิฟท์

ระบบปรับอากาศดิจิตอลที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม

เอาล่ะ สรุปกันสั้น ๆ กับการอยู่กับรถคันนี้ไม่นาน ถ้าเป้าหมายของซูซูกิคือการพัฒนารถที่ดูสปอร์ตขึ้น ขับขี่ได้สนุกขึ้น น่าใช้งานขึ้นด้วยออพชั่นที่หลากหลาย นี่คือการตอบโจทย์ที่ใช่ สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของพวกเขาที่อยากจ่ายไม่แพง แต่ได้สินค้าที่ดีเหมาะกับการใช้งานประจำวัน

ผมคิดไว้ว่าการตอบสนองของรถคันนี้ในถนนปกติก็ไม่น่าจะเลวร้ายจนมีอะไรให้ต้องตัดคะแนนแต่อย่างใด แถมพอมองไปที่โบรชัวร์ที่บอกว่ารถคันนี้แถมอุปกรณ์ความปลอดภัยมาให้เต็มพิกัด ถุงลมนิรภัย 6 ลูก ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบช่วยควบคุมรถในทางโค้ง โครงสร้างแบบใหม่ ฯลฯ

เอ้ย ทั้งหมดนี้มีอยู่ในรถยนต์ราคา 6 แสนบาทต้น ๆ หรอ โอเค ๆ จะไม่บ่นเรื่องเซนเซอร์ถอยหลังกับกล้องถอยหลังแล้วก็ได้ ใครที่คิดจะจับจองเป็นเจ้าของก็อย่าลืมถามดีลเลอร์ด้วยนะว่ามีติดให้หรือเปล่า เพราะดูจากสภาพจอ 7 นิ้วแล้ว น่าจะเตรียมปลั๊กไว้ให้เสียบเรียบร้อยแล้ว

เดี๋ยวไปลองขับตามโปรแกรมเขาอีกรอบ ถ้ามีอะไรที่จะต้องพูดถึง เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันอีกที…

ซูซูกิ สวิฟท์

การเล่นกับโคมไฟจัดเป็นศิลปะการออกแบบรถคันนี้ที่น่าสนใจ

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

GolF - 17/08 - 09:57

Mitsubishi Xpander เคาะราคาอย่างเป็นทางการที่ 7.79 แสนบาทและ 8.49 แสนบาท

Mitsubishi Xpander ประกาศราคาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ รุ่นล่าง 7.79 แสนบาท ขณะที่รุ่นบน 8.49 แสนบาท และหากลูกค้าต้องการสีขาวมุก จะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 1 หมื่นบาท มิตซูบิชิเตรียมประกาศราคาจำหน่ายครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่งรุ่นล่าสดของค่ายในงานบิ๊ก มอเตอร์เซลล์ ช่วง 11....

GolF - 16/08 - 05:31

[Information Hub] Nissan Terra เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย วันนี้!!!

Nissan Terra (นิสสัน เทอร์ร่า) รถยนต์เอนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่ดัดแปลงบนพื้นฐานของนิสสัน นาวาร่า กระบะคันแกร่งของค่าย เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วก่อนหน้านี้ในหลายประเทศ และวันนี้ก็เป็นคิวของประเทศไทยกับเขาบ้างแล้ว แม้จะมีข่าวลือมากมายก่อนการเปิดตัวรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เครื่องยนต์ 2.3 ลิตรเทอร์โบรุ่นใหม่ การมีรุ่นย่อยให้เลือกเพียง 3 รุ่น และจะเป็นรุ่นขับเคลื่อน....

Keng Zaza - 14/08 - 09:22

[Review] ทดสอบ Suzuki V-Strom 650 XT ABS แอดเวนเจอร์ค่ายนี้ มีดีอะไร  

ถือเป็นโมเดลที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของค่ายจากรังสิตเลยก็ว่าได้  V-Strom 650 ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 รุ่นหลักๆ คือ Suzuki V-Strom 650 ABS และ Suzuki V-Strom 650 XT ABS จุดแข็งคงหนีไม่พ้นความขึ้นชื่อในเรื่องความทนทาน ความดุดัน....

Related tags :
เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

13/02/18 00:56

Isuzu MU-X The Iconic รุ่นพิเศษเคาะราคา 1.354-1.411 ล้านบาท

ก่อน

Mercedes-AMG GT Coupe พร้อมเปิดตัวที่เจนีวา

ต่อไป