[Review] Royal Enfield Interceptor INT 650 หลังตรง นั่งสบาย เครื่องยนต์ดีจนพี่เซอร์ไพรส์

เขียนโดย

เขียนโดย 06/05/19 11:54

650 Twins เปิดตัวสองรุ่นซึ่งเราได้พาไปชมเจ้าคาเฟ่แล้ววันนี้เป็นทีของ Royal Enfield Interceptor INT 650 ที่จริงๆ มันแทบเหมือนกันไปซะหมด

 Interceptor 650

แฮนด์บาร์นั่งหลังตรงชิลล์ๆ

ตัวรถจะมาในสไตล์คลาสสิคและได้แรงบันดาลใจมาจาก Interceptor ที่วางขายเมื่อราวยุค 60’s กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งด้วยแพลทฟอร์มใหม่ ถังน้ำมันทรงโค้งมล แฮนด์บาร์วางกำลังเหมาะทำให้คุณนั่งหลังตรงได้สบายๆ

ตำแหน่งพักเท้ามีการวางอยู่กึ่งกลางของลงไม่ได้โน้มไปด้านหลัง แต่มันดันอยู่ในตำแหน่งที่เราจะวางเท้าเวลาจอดพอดี แรกๆ ก็มีกระแทกบ้างจึงต้องระวังสักหน่อย ถ้าไม่ชินเวลาไปมุดๆ ไฟแดงแล้วจะวางเท้าอาจเกิดพลาดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุเอาได้

ตัวรถจะมาในสไตล์คลาสสิคและได้แรงบันดาลใจมาจาก Interceptor ราวยุค 60’s

 Interceptor 650 Interceptor 650

ไฟหน้ากลมหลอดไส้ฮาโลเจนเช่นเดียวกับไฟเลี้ยวทรงเหลี่ยมและไฟท้ายที่เป็นฮาโลเจนซึ่งหลายๆ คนชอบมากกว่าพวกไฟ LED เวลาที่อยู่ในรถคลาสสิค เฟรมรถเป็นเฟรมท่อเหล็กแบบ Cradle คือใช้เฟรมอุ้มเครื่องยนต์เอาไว้ ท่อไอเสียโครเมียมแบบ 2-2

Interceptor 650

ท่านั่งในการขับขี่เป็นแบบหลังตรงนั้งง่ายๆ สบายๆ ตำแหน่งพักเท้าก็อยู่ตรงกลางวางตรงๆ แฮนด์บาร์สูงนั้งสบายแบบมีฟิลฯ ก้มนิดๆ เบาะนั่งตอนเดี่ยวยาวเอาคนซ้อนได้ค่อนข้างนั่งนุ่มสบาย ส่วนดีไซน์เครื่องยนต์ของรถคันนี้มันดูเก่าแต่นี่คือเครื่องยนต์ใหม่แบบ 650 ซีซี สองสูบเรียงเสื้อลมระบายความร้อนสองระบบคือลมและน้ำมันหรือ Air Cooler และ Oil Cooler

Interceptor 650 Interceptor 650

เครื่องยนต์เดียวกัน จูนอัพเหมือนกัน

พละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ 648 ซีซี อยู่ที่ 47 แรงม้าที่ 7,250 รตน. แรงบิดสูงสุด 52 นิวตันเมตรที่ 5,250 รตน. โดยแรงบิดเกือบ 80% นั้นมีมาให้ใช้ทั้งแต่ 2,500 รตน. และวิศวกรก็ออกแบบมาให้มีแรงบิดแบบ Flat Torque หรือแทบจะเป็นเส้นตรงไปจนถึงรอบสูงๆ การจูนอัพเหมือนกันใน Continental GT 650 ใช้กราฟแรงม้าแรงบิดเดียวกัน เป๊ะๆ

เครื่องยนต์ถูกวางองศาการจุดระเบิดไว้ที่ 270 องศาให้จังหวะการจุดระเบิดแบบ ตุ้มตุ้ม ต่อเนื่องกันแบบ 1 2-1 2 ไม่ใช่ขึ้นพร้อมกันหรือสลับกันขึ้นทำให้เครื่องยนต์มีความสมูธซ้ำยังใส่ Counter-Balancer เข้าไปอีกฉะนั้นลืมแรงสั่นสะเทือนแบบในเครื่องรุ่นเก่าไปได้เลย

Interceptor 650 Interceptor 650 Interceptor 650

การจูนอัพเหมือนกันใน Continental GT 650 ใช้กราฟแรงม้าแรงบิดเดียวกัน เป๊ะๆ

เสียงท่อไอเสียเองรู้สึกว่าให้โทนที่จากไปจากเพื่อนร่วมรุ่น ส่วนแรงสั่นสะเทือนในจังหวะเปิดคันเร่งรู้สึกว่ามีมากกว่าเล็ก้นอยด้วยรูปแบบของแฮนด์ที่ต่างออกไป และแรงบิดของรถมีมาให้ใช้ตั้งแต่รอบต่ำและส่งพละกำลังไปยังรอบสูงได้อย่างรวดเร็วโดยมี เรดไลน์ที่ 8,000 รตน.

Interceptor 650 Interceptor 650

การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นดีไม่ได้ต่างจากเจ้าคาเฟ่ ทั้งในเรื่องของความนุ่มนวล พละกำลัง ความลงตัวกับรูปแบบของตัวรถที่ถึงจะเป็นเครื่อง 650 ซีซี ที่หลายคนกังวลว่าใหญ่ไปไหมแต่เราขอยืนยันว่าคุณสามารถขี่เจ้ารถคันนี้ได้ทุกวัน

เสียงท่อไอเสียเองรู้สึกว่าให้โทนที่จากไปจากเพื่อนร่วมรุ่น

จังหวะที่เราจะชู้ตออกไฟแดงหากอยากได้ฟิลลิ่งแบบมันๆ แทบจะต้องต่อเกียร์รัวๆ เพื่อกันรอบตัดด้วยความที่ส่งพละกำลังได้เร็วมากๆ 1 2 3 4 ลื่นไหล นุ่มนวล กะจังหวะเตะเกียร์ดีๆ อย่าให้รอบตัดเครื่องสะดุดเป็นอะไรที่สนุกสุดๆ

Interceptor 650

โช้คดี เบรกนุ่มยั้งอยู่สบาย

ระบบกันสะเทือนของโช้คหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิคขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. มีระยะยุบที่ 110 มม. โช้คหลังแก๊สคู่ปรับค่าพรีโหลดได้ 5 ระดับ ถูกเซ็ตมาได้ลงตัวเหมาะกับสมรรถนะของรถ นุ่ม ซับแรงได้ดี แต่โช้คของรุ่นนี้จะมีการเซ็ตที่นุ่มกว่าเจ้าคาเฟ่อยู่ประมาณหนึ่ง

Interceptor 650 Interceptor 650 Interceptor 650

โช้คของรุ่นนี้จะมีการเซ็ตที่นุ่มกว่าเจ้าคาเฟ่อยู่ประมาณหนึ่ง

ระบบเบรกเองก็ทันสมัยเพราะดิสก์หน้าเป็นแบบลอยตัวหรือโฟลตติ้ง จานเบรกขนาด 320 มม. คาลิเปอร์สองสูบ จานหลังจานขนาด 240 มม. ปั๊มเบรก ByBre แบรนด์ลูกของ Brembo นุ่มนวลแต่ก็มีพละกำลังมากพอที่จะหยุดคุณอย่างปลอดภัย และยังปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ ABS Dual Channel ของ Bosch ที่ก็ทำงานได้อย่างนุ่มนวลเช่นกัน ABS จะไม่ใ่ชแบบตัด ปั๊กๆ แต่เป็นการเพิ่มลดแรงบีบเหมือนการกำคลายกำคลายอย่างนุ่มนวลและไม่รู้สึกเหวอ

Interceptor 650 Interceptor 650

รถคันนี้เป็นล้อซี่ลวด 36 ซี่แบบมี่ยางในขนาด 18 นิ้ว ใช่ครับ 18 ไม่ใช่ 17 ซึ่งทำให้บริษัทต้องไป Co-Op กับ Pirelli ในการใช้งาน Pirelli Phantom SportComp ขนาดพิเศษยางหน้า 100 ยางหลัง 130 ซึ่งนั้นน่าจะทำให้หายางรุ่นอื่นมาใส่ยางเหมือนกัน

เราเองไม่ค่อยถูกโรคกับยางรุ่นนี้เท่าไรด้วยความเป็นยางหน้าป้านเหมาะสำหรับการขี่ทางตรง ให้ประสิทธิภาพด้านความคล่องตัว และการควบคุมที่ไม่ดีนัก ทั้งที่รถน่าจะไปได้พลิ้วกว่านี้ แต่ด้วยลายยางและและประสิทธิภาพของตัวยางเองก็ถือว่าเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของรถประเภทนี้แล้วล่ะRoyal Enfield Interceptor 650 Royal Enfield Interceptor 650 Royal Enfield Interceptor 650

รถคันนี้มีสารพัดออพชั่นสมัยใหม่อย่าง Counter Balancer

คลาสสิค นั่งสบาย ทันสมัย

แม้ตัวรถจะดูเก๋าคลาสสิคไบค์ เครื่องยนต์ดูเหมือนรถจากยุคหลังสงครามโลก แต่รถคันนี้มีสารพัดออพชั่นสมัยใหม่ที่ทำให้รถคันนี้ออกมาดีจนเราประทับอย่าง Counter Balancer ที่ลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์

Royal Enfield Interceptor 650 Royal Enfield Interceptor 650 Royal Enfield Interceptor 650

ระบบ ABS จาก Bosch เรือนไมล์แบบเข็มที่ดีไซน์เรียบ คลาสสิค แฝงความทันสมัย มีจอแสดงผลดิจิตอลบอก ระดับนำ้มัน ODO ระยะ Trip ควบคุมผ่านปุ่มเพียงปุ่มเดียว สายเบรกก็เป็นสายถักสวยๆ ไม่ได้หุ้มยางดำๆ ไว้

ระบบ Slipper Clutch และ Clutch Assist เองก็มีมาให้ มันทำให้เวลาที่คุณเชนจ์เกียร์ลงแรงๆ เป็นเรื่องที่สมูธกว่าที่คิดแม้บางครั้งจะมีเสียง “อิ๊ดๆ” อยู่บ้างแต่อาการรถก็ยังสมูธอยู่และเสียงตอนที่เกียร์เชนจ์ลงหนักๆ ก็เร้าใจดี

Clutch Assist ช่วยให้ก้านคลัทช์เบาลดภาระจากการที่นิ้วต้องเกี่ยวก้านคลัทช์ทั้งวันได้

Royal Enfield Interceptor 650 Royal Enfield Interceptor 650

Clutch Assist ยังช่วยให้ก้านคลัทช์เบาลดแรงภาระจากการที่นิ้วต้องเกี่ยวก้านคลัทช์ทั้งวันได้เป็นอย่างดี ลองมากำๆ คลายๆ คลัทช์ทั้งวันดูแล้วจะรู้ว่ามันช่วยได้มาก จังหวะในการมุดฝ่ารถติดก็คล่องตัว วงเลี้ยวแคบ ควบคุมรถได้ง่ายด้วยความสมูธไปซะหมดของตัวรถ

Royal Enfield Interceptor 650 Royal Enfield Interceptor 650 Royal Enfield Interceptor 650 Royal Enfield Interceptor 650

บทสรุป

ขอยอมรับว่า Royal Enfield สร้าง Interceptor 650 ออกมาได้ดีเกินคาดไม่ว่าจะในเรื่องการออกแบบหรือการขับขี่เหมือนหัวใจหลักของการสร้างรถคันนี้ก็คือการทำให้มันสมูธและสร้างความมั่นใจในการขับขี่ให้กับเจ้าของซึ่งบรรลุผลตรงนี้ได้แบบสบายๆ

ข้อดี

  • อัตราเร่งที่ทันใจนุ่มนวลสมูธ
  • Assist & Slipper Clutch ทำงานได้ดีเยี่ยม
  • ท่านั่งหลังตรงขับขี่สบาย

ข้อสังเกต

  • ตำแหน่งพักเท้าที่ชนขา
  • ไม่มีไฟขอทาง
  • อาการหน้าชกที่ความเร็วสูง
รีวิว Interceptor 650

ส่วนตัวแล้วด้วยรูปแบบของการขับขี่ในทริปนี้อย่างเส้นทางที่วางเอาไว้และรูปแบบการขับขี่ เรากลับชอบฟีลลิ่งของ Continental GT 650 มากกว่า ด้วยทรงที่หมอบหลบลม ชู้ททำความเร็วและพับโค้งไปมา โช้คที่แข็งกว่า แม้ว่าจะต้องนั่งก้มมาทั้งวันก็ตามที

2019 Royal Enfield Interceptor 650 INT

Chrome 218,000 บาท
Custom 215,700 บาท
Standard 213,000 บาท

Royal Enfield Interceptor 650

ขอขอบคุณ รอยัล เอ็นฟิลด์
บททดสอบโดย:Ken [Warodom C.]

Specification Royal Enfield Interceptor 650 INT ABS

Engine Description : 648cc parallel twin, 4-stroke, 270 degree crank, single overhead cam, air-oil cooled
Fuel System : Fuel Injection
Cooling : Air + Oil Cooled
Maximum Power : 47 HP @ 7250 rpm
Maximum Torque : 52 NM @ 5250 rpm
Number of Cylinders : 2
Emission Standard : Euro 4 / BS4
Ignition : Digital spark ignition – TCI
Compression Ratio : 9.5:1
Bore : 78 mm
Stroke : 67.8 mm
Valve System : SOHC
Number of Gears : 6
Overall Length : 2122 mm
Overall Width : 744 mm
Overall Height : 1024 mm
Ground Clearance : 174 mm
Seat Height : 793 mm
Wheelbase : 1398 mm
Kerb/Wet Weight : 198 kg
Fuel Tank Capacity : 12.50 litres
Maximum Payload : 200 kg
Front Brake : 320 mm single disc
Rear Brake : 240 mm single disc
Front Suspension : 41 mm front telescopic forks
Rear Suspension : Twin coil-over shocks, piggy-back reservoir, 5-stage adjustment
Front Wheel Travel : 110 mm
Rear Wheel Travel : 88 mm
Front Tyre : 100/90-18
Rear Tyre : 130/70-18
Wheel Type : Spoke Wheels
Frame/Chassis : Steel tubular, double cradle frame
Rake : 24 degrees

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

GolF - 10/05 - 06:41

[Test Drive] Honda Civic RS เพิ่มความน่าใช้ด้วย Honda Sensing และสีน้ำเงินเด่นได้ใจ

Honda Civic เรียกเสียงฮือฮาได้นับตั้งแต่การเปิดตัว ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่น เครื่องยนต์ที่มีทางเลือกเทอร์โบให้เลือกใช้สอย ของเล่นที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมเป็นอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่จะเห็นรถรุ่นนี้วิ่งเต็มท้องถนนไปหมด ถือเป็นหนึ่งในสินค้าหลักของฮอนด้าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ และเมื่อพวกเขาเลือกทำการไมเนอร์เชนจ์ให้กับรถยนต์​รุ่นยอดนิยม มันต้องเป็นอะไรที่มากกว่าการปรับเปลี่ยนหน้าตาเพียงเล็กน้อย และสิ่งที่ทำให้รถคันนี้โดดเด่นน่าใช้งานขึ้นมาในเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ก็คือการติดตั้งระบบช่วยเหลือทางด้านการขับขี่ที่เรียกว่า Honda Sensing ซึ่งเป็นการหยิบยืมต่อยอดมาจากรุ่นพี่อีกที ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง คือระบบช่วยเหลือด้านการขับขี่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับรถยนต์​ของฮอนด้า โดยจะเป็นการรวบรวมการทำงานของระบบต่าง....

Ken - 28/04 - 15:58

[1st Ride] Honda CBR250RR หวดสปอร์ตเรซซิ่งขนานแท้ในแทร็ค แรงคุ้มทุกบาทที่จ่าย

Honda CBR250RR รถคลาส 250 ซีซี ในราคา 2.5 แสนบาท คนบ้าที่ไหนจะซื้อ ผมว่าไม่ใช่คนบ้าหรอก เพราะรถคันนี้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่คุณต้องเสียไปจริงๆ Honda CBR250RR เปิดตัวในงาน Bangkok International Motorshow 2019 ด้วยยอดของในงานเกือบ....

Ken - 09/04 - 19:49

[First Ride] 2019 Honda CB500X รีวิวแวบแรกสุดประทับใจ ปรับใหม่กลายเป็นรถคนละคัน

นอกจากล้อหน้าใหญ่ขึ้น โช้คหน้ายาวขึ้น ดีไซน์ปรับใหม่เล็กน้อย ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจ ใครที่คิดว่า 2019 Honda CB500X เป็นแบบนั้นบอกเลยว่าคิดผิด เราแค่ได้ลองขี่แวบๆ ก่อนจะต้องสลับกลับไปขี่ AF DCT ระหว่างทริป CoachVenture กับโค้ชพี่เล่ของ Honda BigBike แต่ก็เป็นการลองแวบๆ....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

06/05/19 11:54

[1st Ride] Honda CBR250RR หวดสปอร์ตเรซซิ่งขนานแท้ในแทร็ค แรงคุ้มทุกบาทที่จ่าย

ก่อน

[Test Drive] Honda Civic RS เพิ่มความน่าใช้ด้วย Honda Sensing และสีน้ำเงินเด่นได้ใจ

ต่อไป

next article

[Test Drive] Honda Civic RS เพิ่มความน่าใช้ด้วย Honda Sensing และสีน้ำเงินเด่นได้ใจ