[Review] Vespa Primavera 150 x Vespa Sprint 150 สองอารมณ์ สองไลฟ์สไตล์ความสนุก

เขียนโดย

เขียนโดย 26/02/19 08:02

คุณเองก็น่าจะเคยเกิดปัญหาเดียวกันนี่ว่าจะซื้อเวสป้ารุ่นไหนดีวันนี้เราเอา Vespa Primavera 150 และ Vespa Sprint 150 สองอารมณ์บนเครื่อง i-Get 150 ซีซี ของเวสป้ามาฝากกัน

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

เพิ่มความโดดเด่นเน้นดีไซน์เดิม

อันที่จริง Vespa Primavera 150 และ Vespa Sprint 150 ทั้ง 2 คันนี้ไม่ได้มีอะไรต่างไปจากรุ่นโฉมก่อนหน้ามากนักเว้นแต่ว่า 4 จุดสำคัญที่เพิ่มเข้ามานั่นคือไฟหน้า LED ไฟท้าย LED ชิ้นจมูกที่เป็นโครเมียม ประกับแฮนด์ที่เปลี่ยนเป็นชิ้นโครเมียมแค่ 4 จุดเท่านั้นและแน่นอนว่าก็ยังมีตัวเลือกสีใหม่เพิ่มเข้ามา

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

ฟลอร์บอร์ดหรือที่วางเท้าจะมีวัสดุกันลื่นติดตั้งมาให้ วางใจได้เลยว่าเท้าคุณจะไม่ลื่นหลุดออกไปไหน

รถทั้ง 2 คันนั้นเปิดช่องที่ด้านหลังบังลมหน้ามาจะพบช่องจ่ายไฟแบบ USB ซ่อนเอาไว้เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างวัน ที่ใต้เบาะนั่งส่วนของผู้ขับขี่มีสลักดึงออกมาสำหรับแขวนสัมภาระ ใต้เบาะมีช่องเก็บสัมภาระที่ใส่หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้าได้และใส่สัมภาระอื่นๆเพิ่มเติมได้อีกไม่มากนัก

ฟลอร์บอร์ดหรือที่วางเท้าจะมีวัสดุกันลื่นติดตั้งมาให้ วางใจได้เลยว่าเท้าคุณจะไม่ลื่นหลุดออกไปไหน แม้กระทั่งตอนที่คุณยืนขี่เท้าคุณก็จะยังเหนียวหนึบอยู่บนฟลอร์บอร์ดของเวสป้าทั้ง 2 คัน

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

แม้ตามสเป็กจะบอกว่าหนักเท่ากันแต่เมื่อจับดูคุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวรถทั้ง 2 คันมีน้ำหนักที่แตกต่าง

นอกจากนั้นก็จะเป็นความแตกต่างระหว่างรถทั้ง 2 รุ่นซึ่ง Vespa Primavera 150 i-Get นั้นจะเป็นไฟหน้าแบบกลมที่บังโคลนหน้าจะมีชิ้นโครเมียมโผล่ขึ้นมาอีก 1 ชิ้น เบาะนั่งมีขนาดใหญ่กว่าแบบเห็นได้ชัด มือจับกันตกของฝั่งผู้โดยสารเองก็จะแตกต่างออกไป

ส่วน Vespa Sprint เอกลักษณ์คือไฟหน้าแบบเหลี่ยม เบาะนั่งขนาดกำลังดี และมีรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวดูคล่องแคล่ว แม้ตามสเป็กจะบอกว่าหนักเท่ากันแต่เมื่อจับดูคุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวรถทั้ง 2 คันมีน้ำหนักที่แตกต่างกันพอสมควรโดยสปริ้นจะค่อนข้างเบากว่าแบบรู้สึกได้ชัดโดยเฉพาะในตอนขับขี่

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

เครื่องยนต์ใหม่นุ่มนวลขึ้นแต่ไปคนละทาง

เครื่องยนต์ใหม่ i-Get 150 ซีซี สูบเดี่ยวมีจุดเด่นอยู่ที่การลดแรงสั่นสะเทือนให้น้อยลงกว่ารุ่นก่อนหน้าแบบชัดเจนมีสมรรถนะแรงบิดของเครื่องยนต์ที่ดีมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญคือแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์นั้นน้อยลง

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150Vespa

Primavera หล่อนุ่ม ไฟกลม พรีเมี่ยม

ฟิลลิ่งของคันเร่งใน Primavera 150 นั้นจะค่อนข้างดึงแรงแบบว่าบิดกันหน้าหงาย การขับขี่ในเมืองเวลาที่เราเปิดคันเร่งแบบรวดเร็วทันทีทันใดทำให้คนที่ซ่อนอยู่ข้างหลังถึงกับหงายได้เหมือนกัน แต่ว่าพอหลังจากหมดแรงกระชากนั้นแล้วการตอบสนองของเครื่องยนต์ก็จะกลายเป็นความนุ่มนวลแล้วก็ไหลไปแบบเรื่อยๆ แต่ทันทีที่เปิดคันเร่งทันทีทันใดแรงกระชากก็จะกลับมาอีก

ช่วงล่างของ Primavera ถูกออกแบบมาให้นุ่มนวล พรีเมี่ยม

ในการขับขี่ระยะไกลตัวรถจะทำความเร็วได้อยู่ที่ราว 100 กม/ชม. ข้อสำคัญคือแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาถึงมือถึงแขนนั้นมีน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย ทำให้เวลาขับขี่ทางไกลไม่รู้สึกเมื่อยล้าที่มือ แต่ข้อเสียคือการที่มือเราต้องยื้อคันเร่งอยู่ตลอดเวลาในการขับขี่ทางไกล ทำให้มีอาการเมื่อยล้าอีกแบบแทน

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

 

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

ช่วงล่างของ Primavera ถูกออกแบบมาให้นุ่มนวล พรีเมี่ยม แต่กลายเป็นว่าทำหน้าที่ซับแรงได้ไม่ดีมากอย่างที่เราคิดเอาไว้ ด้วยสภาพถนนของกรุงเทพฯ ที่มีหลุมบ่อเนินฝาท่อมากมายพอกระแทกมากๆ ก็ทำเอาหลังสะเทือนอยู่เหมือนกัน

แต่ถ้าขับขี่บนถนนเรียบๆ ไปเรื่อยๆ ศักยภาพที่แท้จริงของช่วงล่างก็จะแสดงออกมานั่นคือการให้ความสุนทรีย์ในการขับขี่แบบนุ่มนวลลอยละล่อง แต่ก็นั่นแหละที่นี่ประเทศไทย เจอเนินกระแทกบ่อยๆ เข้าก็สะเทือนอารมณ์ความสุนทรีย์เหมือนกัน

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

Sprint สปอร์ต ซ่า เฟิร์ม

ตัดมาที่ Vespa Sprint 150 i-Get นี่คือเวสป้าที่มีความสปอร์ตฉะนั้นเครื่องยนต์ของรถก็จะถูกจูนอัพใหม่อีกแบบ เครื่องยนต์นั้นจะมีความกระฉับกระเฉงและส่งกำลังได้สมูธลักษณะคล้ายกับการกวาดรอบในรถสปอร์ตและมีฟิลลิ่งแบบตึงตึงมือนิดๆ แม้จะไม่บิดหงายหลังเหมือน Primavera แต่เรากลับรู้สึกว่ามีพละกำลังที่มากกว่า

การเดินทางไกลความเร็วสูงสุดจะทำได้ถึงเรา 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั่นหมายความว่า หากขี่คู่กันมา Sprint 150 จะค่อยๆ แทรกขึ้นมาแบบเห็นได้ชัดในกรณีที่ผู้ขับขี่มีน้ำหนักใกล้เคียงกัน และหมดคันเร่งเหมือนกัน ส่วนเรื่องแรงสั่นสะเทือนเองก็ไม่น่าเป็นห่วงฉะนั้นหากมีตัวช่วยในการล็อคคันเร่งก็จะทำให้คุณสบายมากในการขับขี่เดินทางไกล

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

Sprint 150 i-Get คือเวสป้าที่มีความสปอร์ตฉะนั้นเครื่องยนต์ของรถก็จะถูกจูนอัพใหม่อีกแบบ

เรามีความรู้สึกว่าช่วงล่างของ Sprint 150 นั้นเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมืองมากกว่า สาเหตุแรกช่วงล่างมีความเฟิร์มมากกว่า ฉะนั้นเวลาเจอหลุมเนินบ่อลูกระนาดฝาท่อหรืออะไรก็ตามแต่ ช่วงล่างของรถคันนี้จะค่อนข้างเก็บงานได้เนียนกว่าเฟิร์มกว่า ส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Vespa Primavera

แม้ช่วงล่างของ Primavera จะมีความนุ่มนวลล่องลอยกว่าแต่เมื่อคิดถึงอุปสรรคที่ต้องเจอระหว่างทางแล้ว ช่วงล่างของ Vespa Sprint นั้นทำให้เราปลื้มมากกว่าและแน่นอนว่าเวลาบังคับรถเลี้ยว ช่วงล่างของ Sprint 150 ก็ให้ความมั่นใจกว่าและที่บังคับเลี้ยวได้ง่ายกว่า Primavera เยอะ

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

ขี่เวสป้าให้เป็นเวสป้า

ระบบเบรคของรถทั้งสองคันนั้นมาพร้อมเทคโนโลยีป้องกันล้อล็อกหรือเบรก ABS โดยข้างหน้าเป็นดิสเบรคข้างหลังเป็นดรัมเบรค การที่จะเรียกเบรค ABS ของรถทั้ง 2 คันออกมาใช้งานค่อนข้างที่จะต้องทำการเบรคอย่างรุนแรงมากๆ และอาการของรถค่อนข้างน่ากลัวเลยทีเดียว

เมื่อขี่แบบที่เราควรจะขี่เวสป้าคันนึง ตอนนั้นแหละเราถึงเข้าใจว่าความสุนทรีย์ในการขี่เวสป้าเป็นอย่างไร

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

มีช่วงนึงที่เราลองขี่เวสป้าทั้งสองคันด้วยรูปแบบการขับขี่ของคนเมืองที่ขี่รถสกูตเตอร์ออโต้ฯ ทั่วไปแบบบิดคันเร่ง เบรค มุดการจราจรไปอย่างรวดเร็ว รุนแรง ซึ่งนั่นทำให้เราไม่มีความสุขในการขี่เวสป้าสักเท่าไรนักแล้วก็รู้สึกว่าเวสป้าช่างไม่เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของเราซะเลย

แต่เมื่ออาทิตย์อับแสงไปไฟถนนสว่างขึ้นมาและอากาศเริ่มเย็นลงเรากลับออกไปบนท้องถนนอีกครั้งกับ Vespa Primavera ขี่แบบที่เราควรจะขี่เวสป้าคันนึงค่อยๆ ใช้คันเร่งค่อยๆ เคลื่อนไหวไหลไปกับกระแสบนท้องถนน ตอนนั้นแหละเราถึงเข้าใจว่าความสุนทรีย์ในการขี่เวสป้าเป็นอย่างไร และคงไม่มีรถรุ่นใดที่เหมาะกับการขี่ท่องราตรีในเมืองหลวงของประเทศไทยมากกว่า Vespa อีกแล้ว

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

นี่คือข้อพิสูจน์แล้วว่าแม้จะเป็น Vespa เหมือนกันแต่เมื่อเป็นรถคนละรุ่นกันนั้นความรู้สึกไม่ว่าจะเป็นในการขับขี่ของเครื่องยนต์ช่วงล่างกลับไม่เหมือนกันฉะนั้นการซื้อเวสป้าที่รูปร่างอย่างเดียวอาจจะไม่พอแต่ก็นั่นแหละการที่เราจะซื้อเวสป้าสักคันแล้วคงซื้อที่รูปลักษณ์ภายนอกของมันมากกว่าที่สมรรถนะที่จะได้รับอยู่แล้ว

 

หากต้องเลือกสักหนึ่งคันวัยรุ่นอย่างเราคงเลือกที่จะซื้อ Vespa Sprint เนื่องจากความกระฉับกระเฉงคล่องตัวช่วงล่างที่ดีเครื่องยนต์ที่ตอบสนองต่อคันเร่งได้ดีกว่าน้ำหนักรถที่เบากว่าและการบาลานซ์รถที่ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่สนุกมากกว่า Vespa Primavera และเราหลงรักเสน่ห์ของไฟเหลี่ยมเข้าเต็มเปา

Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150 Vespa Primavera 150 X Vespa Sprint 150

ขอขอบคุณ บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด
บททดสอบโดย:Ken [Warodom C.]

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Ken - 25/03 - 12:01

รีวิว Royal Enfield Continental GT 650 หล่อคาเฟ่ ขี่ดี นุ่ม สมูธ จนต้องขอมอบเยี่ยม

เราคาดหวังไว้นะว่าเจ้า 650 สองสูบใหม่ของค่ายอังกฤษเจ้าของอินเดียอย่าง Royal Enfield Continental GT 650 น่าจะดีแหละ แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้เหมือนกัน ดีไซน์แบบ Pure Motorcycle แม้ตัวรถจะมาในสไตล์คลาสสิคและได้แรงบันดาลใจมาจากความสำเร็จในรุ่นก่อนๆ โดยยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ครบครันแต่อยากบอกเลยว่าเจ้า 650 มีชิ้นส่วนที่แชร์กับรุ่น 535 หรือตัวสูบเดี่ยวที่ขายมาก่อนหน้าเพียง....

Ken - 19/02 - 15:26

[Review] 2019 Triumph Street Scrambler หล่อลุยเพิ่มแรงม้าและความลงตัวที่มากกว่าเดิม

2019 Triumph Street Scrambler ยังคงภาพลักษณ์ของรถสไตล์คลาสสิคสแครมเบลอร์แบบที่ทุกท่านชอบเอาไว้อย่างครบครันและยังคงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญในปี 2019 นี่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทีเดียว หากมองภายนอกของรถคันนี้ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยใช่ไหมล่ะ ใช่แล้วครับนอกจากสีตัวถังของตัวรถแล้วลักษณะภายนอกของตัวรถนั้นแทบจะเหมือนเดิมทุกประการ แต่จะมีบางจุดที่เปลี่ยนไปซึ่งคุณอาจไม่ทันได้สังเกตเห็น จุดเปลี่ยนที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ อย่างที่บอกไปในตอนต้นแล้วว่ามีจุดที่เปลี่ยนไปน้อยมาก ไฟหน้าแบบกลมและไส้เลี้ยวยังคงเป็นหลอดไฟแบบไส้หรือฮาโลเจนที่ถึงไม่ได้ดูทันสมัยแต่เรากล้ารับประกันว่าหลายคนยังคงชอบแบบนี้ ไฟท้าย LED ท่อคู่ยกสูงออกข้างยังคงโดดเด่นเช่นเดิม เบาะนั่งตอนเดี่ยวและเบาะคนซ้อนขนาดเล็กนั่งพอได้แต่แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ได้ดีไซน์มาสำหรับให้คุณมีคนซ้อนดังนั้นรถคันนี้จึงมีของแต่งที่มาทดแทนของคนซ้อนอย่างแร็คยึดสัมภาระเวลาคุณออกไปเปรี้ยวคนเดียว ล้อหน้า....

GolF - 18/02 - 11:31

[1st Drive] Suzuki Ertiga ขับสนุกกว่าเดิม แต่ต้องเสริมอุปกรณ์เพิ่มอีกนิด…

Suzuli Ertiga รุ่นใหม่ เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีคิวพาสื่อมวชนไปทดสอบกันไกลถึงจังหวัดเชียงราย เพื่อให้เรียนรู้ถึงสมรรถนะของรถอย่างเต็มที่ ทั้งรูปแบบการขับขี่บนถนน และทางวกวนไปมาของภูเขา จะได้เรียนรู้ถึงการใช้งานกันอย่างเต็มที่ในทุก ๆ ส่วน ผลผลิตของโรงงานซูซูกิในประเทศอินโดนีเซีย มาพร้อมจุดขายในการเป็นรถยนต์มินิ เอ็มพีวี สำหรับการใช้งานครอบครัวเต็มรูปแบบ โดยไม่ได้เปลี่ยนไปใช้จุดขายด้านการเป็นครอสโอเวอร์หรือเอสยูวีแบบคู่แข่งหลาย ๆ ราย ซึ่งต้องยอมรับว่าโดนใจผู้บริโภคพอสมควร....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

26/02/19 08:02

[Review] 2019 Triumph Street Scrambler หล่อลุยเพิ่มแรงม้าและความลงตัวที่มากกว่าเดิม

ก่อน

รีวิว Royal Enfield Continental GT 650 หล่อคาเฟ่ ขี่ดี นุ่ม สมูธ จนต้องขอมอบเยี่ยม

ต่อไป

next article

รีวิว Royal Enfield Continental GT 650 หล่อคาเฟ่ ขี่ดี นุ่ม สมูธ จนต้องขอมอบเยี่ยม