[1st Drive] New Porsche Cayenne E-Hybrid รถสปอร์ตในคราบเอสยูวี 462 แรงม้าและมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมพลัง

เขียนโดย

เขียนโดย 01/10/18 13:29

New Porsche Cayenne E-Hybrid อีกหนึ่งรถไฮบริดจากเมืองสกุ๊ทการ์ทที่บุกตลาดเมืองไทยในปีนี้ด้วยราคาค่าตัว 7.5 ล้านบาทโดยตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์แบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

รูปลักษณ์ภายนอกของตัวรถนั้นแทบไม่ต่างไปจาก New Porsche Cayenne โดยส่วนที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นเอกลักษณ์ของรถไฮบริดที่ Porsche อย่างปั๊มเบรกสีเขียวที่ซ่อนอยู่หลังล้อแม็กแบบ 5 ก้านหนาๆขนาด 19 นิ้ว

New Porsche Cayenne E-Hybrid

รถคันที่เราได้มาลองขับกันในวันนี้จะเป็นรุ่นมาตรฐานทั้งหมด ไม่ได้มีการสั่งภายใน ล้อแม็ก หรือออพชั่นอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ แต่ที่เห็นได้ชัดคือบรรดาฟังก์ชั่นของตัว E-Performance ที่เพิ่มเข้ามาอย่างโหมดการขับขี่ E

New Porsche Cayenne E-Hybrid

นอกจากโหมด E ที่แตกต่างไปใน New Porsche Cayenne E-Hybrid ยังมีโหมด H หรือ Hybrid เข้ามาโดยโหมดการขับขี่แบบสปอร์ตทั้ง S และ S+ ยังคงมีให้เลือกใช้อยู่ โดยเครื่องยนต์ V6 นั้นให้พละกำลังอยู่ที่ 340 แรงม้า ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังที่ 136 แรงม้า ระบบเกียร์ Tiptronic S 8 ระดับ เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 5 วินาที

แม้เราจะเห็นว่าเจ้านี่เป็นรถเอสยูวีหรือรถครอบครัวขนาดใหญ่ยกสูงและมีน้ำหนักตัวมากว่า 2 ตัน แต่อย่าให้ภาพลักษณ์ของมันมาหลอกคุณได้เพราะเจ้านี่คือรถสปอร์ตในคราบเอสยูวีดีๆ นี่เอง เชื่อเราเถอะ

New Porsche Cayenne E-Hybrid New Porsche Cayenne E-Hybrid

เรามีเวลาอยู่ใน  3 สถานีที่เตรียมไว้ไม่มากนักแต่สิ่งที่เราพอจะบอกได้ถือแม้จะเป็นโหมด H แต่ระดับอัตราเร่งของเจ้านี่ดุดันไม่เบา โหมด H นั้นตัวรถจะประมวลผลและเลือกการใช้งานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์หรือทั้งสองอย่างโดยที่เราแทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนผ่านของระบบ

เมื่อเราใช้ความเร็วต่ำระบบก็จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลักเท่าที่ความจุของแบตเตอรี่จะอำนวยและเมื่อเราย่ำคันเร่งหรือต้องการความเร็วระบบเครื่องยนต์สันดาปภายในก็จะทำงาน ซึ่งแน่นอนว่าโหมดที่ให้อัตราเร่งที่เดือดที่สุดนั้นคือ S และ S+ ซึ่งระบบไม่คำนึงถึงความประหยัดแม้แต่นิด

New Porsche Cayenne E-Hybrid New Porsche Cayenne E-Hybrid

ในโหมด E ที่เป็นการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า 100% นั้น เราดูจากหน้าจอแล้วสังเกตุว่าด้วยระบบแบตเตอรี่เต็มถังคุณสามารถขับรถคันนี้ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลถึงราว 40-44 กม. โดยไม่ต้องใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในและที่สำคัญด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวคุณจะขับเร็วโดยใช้ความเร็ว 120 160 170 กม./ชม. ก็ได้

New Porsche Cayenne E-Hybrid

โหมด S และ S+ นั้นตัวรถจะมีค่าเซ็ตอัพช่วงล่างหรือ Dynamic Suspension ที่ต่างกันออกไปแน่นอนว่าใน S+ จะมีค่าช่วงล่างที่เหนื่อกว่า S อีกระดับ การขับขี่เข้าโค้งหรือการทำสลาลอมแม้จะไม่ง่ายเหมือนพวกรถสปอร์ตอย่าง Boxster ที่เครื่องวางกลางหรือ 911 แต่ก็เชิดหน้าในกลุ่มรถหรูพรีเมี่ยมได้อย่างเต็มภาคภูมิด้วยช่วงล่างและบาลานซ์รถที่น่าอัศจรรย์

อีกเรื่องหนึ่งที่ Porsche เชิดหน้าพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิคือระบบเบรกของตัวรถซึ่งแม้แต่ New Porsche Cayenne E-Hybrid ที่เราขับอยู่นี่ยังเคลมว่ามีประสิทธิภาพในการเบรกมากเป็น 3 เท่าเมื่อเทียบกับพละกำลังของเครื่องยนต์ ซึ่งไม่มีรถยี่ห้อไหนในตลาดที่เคลมประสิทธิในการเบรกได้เท่านี้

New Porsche Cayenne E-Hybrid
New Porsche Cayenne E-Hybrid

เมื่อคุณเลือกที่จะใช้พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่มี 136 แรงม้านั้นอย่าคิดภาพว่าคุณจะได้รถไฟฟ้าสปอร์ตปรู้ดปร้าดแบบรถสปอร์ตของ Tesla ที่เหยียบแล้ว ฟิ้ว การส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าถูกตั้งเอาไว้ให้ทำงานได้อย่างนุ่มนวลฉะนั้นในแรงเหยียบคันเร่งที่เท่ากันเครื่องยนต์ V6 จะให้อัตราเร่งที่ดีกว่าส่วนมอเตอร์ไฟฟ้านั้นจะให้ความนุ่มนวลมากกว่า

นี่คือสาเหตุว่าทำไมในโหมด H หรือ Hybrid ตัวรถจะพยายามจะมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก เรื่องของการประหยัดน้ำมันก็ส่วนหนึ่งแต่อีกหนึ่งสาเหตุหลักก็คือหรือโหมดไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานเป็นหลักนั้นมีความนุ่มนวลมากกว่านั่นเอง

New Porsche Cayenne E-Hybrid New Porsche Cayenne E-Hybrid

เรื่องความประหยัดนั้นทางบริษัทเคลมไว้ที่ราว 29.4 – 31.2 กม.ต่อ ลิตร ที่น่าสนใจอีกอย่างคือระบบชาร์จไฟของผ่านอุปกรณ์แบบพิเศษของ Porsche แบบ On-Board Charger 7.2 กิโลวัตต์ผ่านสายต่อขนาด 32 แอมป์นั้นชาร์จไฟให้เต็มได้ในเวลา 2.3 ชม. เมื่อเมื่อเทียบกับการชาร์จด้วยแรงดัน 230 โวลต์ผ่านสายต่อขนาด 10 แอมป์ที่ใช้เวลา  7.8 ชม.
New Porsche Cayenne E-Hybrid New Porsche Cayenne E-Hybrid

New Porsche Cayenne E-Hybrid

หากคุณอยากเป็นเจ้าของเอสยูวีที่ดึงหลังคุณติดเบาะแล้วสูบฉีดอะดรีนาลีนของคุณให้พลุ่งพล่านได้ AAS Auto Service นำเสนอ New Porsche Cayenne E-Hybrid ในราคาใหม่เริ่มต้นที่ 6.2 ล้านบาท จากเดิม 7.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับราคาลงจากทางบริษัทแม่ของ Porsche ในเยอรมนี เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

 

เรื่องที่น่าสนใจ

Ken - 19/02 - 15:26

[Review] 2019 Triumph Street Scrambler หล่อลุยเพิ่มแรงม้าและความลงตัวที่มากกว่าเดิม

2019 Triumph Street Scrambler ยังคงภาพลักษณ์ของรถสไตล์คลาสสิคสแครมเบลอร์แบบที่ทุกท่านชอบเอาไว้อย่างครบครันและยังคงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญในปี 2019 นี่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทีเดียว หากมองภายนอกของรถคันนี้ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยใช่ไหมล่ะ ใช่แล้วครับนอกจากสีตัวถังของตัวรถแล้วลักษณะภายนอกของตัวรถนั้นแทบจะเหมือนเดิมทุกประการ แต่จะมีบางจุดที่เปลี่ยนไปซึ่งคุณอาจไม่ทันได้สังเกตเห็น จุดเปลี่ยนที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ อย่างที่บอกไปในตอนต้นแล้วว่ามีจุดที่เปลี่ยนไปน้อยมาก ไฟหน้าแบบกลมและไส้เลี้ยวยังคงเป็นหลอดไฟแบบไส้หรือฮาโลเจนที่ถึงไม่ได้ดูทันสมัยแต่เรากล้ารับประกันว่าหลายคนยังคงชอบแบบนี้ ไฟท้าย LED ท่อคู่ยกสูงออกข้างยังคงโดดเด่นเช่นเดิม เบาะนั่งตอนเดี่ยวและเบาะคนซ้อนขนาดเล็กนั่งพอได้แต่แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ได้ดีไซน์มาสำหรับให้คุณมีคนซ้อนดังนั้นรถคันนี้จึงมีของแต่งที่มาทดแทนของคนซ้อนอย่างแร็คยึดสัมภาระเวลาคุณออกไปเปรี้ยวคนเดียว ล้อหน้า....

GolF - 18/02 - 11:31

[1st Drive] Suzuki Ertiga ขับสนุกกว่าเดิม แต่ต้องเสริมอุปกรณ์เพิ่มอีกนิด…

Suzuli Ertiga รุ่นใหม่ เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีคิวพาสื่อมวชนไปทดสอบกันไกลถึงจังหวัดเชียงราย เพื่อให้เรียนรู้ถึงสมรรถนะของรถอย่างเต็มที่ ทั้งรูปแบบการขับขี่บนถนน และทางวกวนไปมาของภูเขา จะได้เรียนรู้ถึงการใช้งานกันอย่างเต็มที่ในทุก ๆ ส่วน ผลผลิตของโรงงานซูซูกิในประเทศอินโดนีเซีย มาพร้อมจุดขายในการเป็นรถยนต์มินิ เอ็มพีวี สำหรับการใช้งานครอบครัวเต็มรูปแบบ โดยไม่ได้เปลี่ยนไปใช้จุดขายด้านการเป็นครอสโอเวอร์หรือเอสยูวีแบบคู่แข่งหลาย ๆ ราย ซึ่งต้องยอมรับว่าโดนใจผู้บริโภคพอสมควร....

Cokey - 06/02 - 07:15

[Test Drive] New Honda Civic สีน้ำเงินใหม่ ใส่ Honda SENSING ปลอดภัย มั่นใจมากขึ้น

ทดสอบการขับขี่ New Honda Civic ที่มาพร้อมการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งไฮไลท์คงจะหนีไม่พ้นสีน้ำเงินใหม่ และ ระบบความปลอดภัย Honda SENSING กับค่าตัว 8.74 แสนบาท – 1.219 ล้านบาท กลับมาอีกครั้งกับบทความทดสอบการขับขี่รถยนต์ จาก....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

01/10/18 13:29

[Video Review] Porsche 718 Boxster สปอร์ตเปิดประทุนค่าตัว 7.2 ล้านบาท

ก่อน

[1st Drive] Nissan Terra เวอร์ชั่นไทย พัฒนามาอย่างละเมียดละมุน

ต่อไป

next article

[1st Drive] Nissan Terra เวอร์ชั่นไทย พัฒนามาอย่างละเมียดละมุน