[Review] Mitsubishi Xpander เวอร์ชั่นไทย ปรับมาน่าใช้ ขับไปอย่าใจร้อน

เขียนโดย

เขียนโดย 10/07/18 04:35

Review Mitsubishi Xpander ก่อนที่จะเปิดตัวพร้อมเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนสิงหาคม แต่ก่อนหน้านั้นมิตซูบิชิได้จัดทริปทดสอบมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ทั่วไทยให้กับสื่อมวลชน และแน่นอนว่า Autostation ก็ไม่พลาดที่จะมาร่วมทริปทดสอบแรกอย่างเป็นทางการ

แม้จะเป็นการลองขับครั้งแรกในประเทศไทย แต่กับเราแล้วนี่คือครั้งที่ 2 ที่ได้สัมผัสรถคันนี้ เพราะเราเองบินไปขับกันมาแล้วถึงประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งลองกดไปดูวีดีโอรีวิวของเวอร์ชั่นอินโดนีเซียกันได้ บอกไว้เลยว่าในภาพรวมไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก

แต่ก็มีหลาย ๆ เรื่องเหมือนกันที่เราเข้าใจผิดไปกับการบินไปทดสอบที่นั่น ก็ขอมาแก้ไขในบทความรีวิวเวอร์ชั่นไทยอย่างเป็นทางการ ไปกันแบบไวไวว่ารถคันนี้น่าสนใจขนาดไหน และมันมีดีพอที่จะทำให้เราควักเงิน 7 แสนกลาง ๆ ไปถึง 8 แสนกลาง ๆ จับจองมันหรือไม่

Review Mitsubishi Xpander

ราคาที่เราพูดถึงข้างบนนั้นแม้จะไม่ได้มีการยืนยันอย่างเต็มรูปแบบจากผู้บริหาร แต่ก็เชื่อได้ว่ามิตซูบิชิไม่น่าจะกล้าฉีกจากคู่แข่งไปมากมายนัก แต่น่าจะอาศัยความคุ้มค่าของการจ่ายราคาใกล้เคียงกันเป็นออพชั่นที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามามากกว่า ณ ขณะนี้

เรื่องแรกที่เราเข้าใจผิดก็คือ รถยนต์คันนี้ไม่ได้มีการรีบิวด์ในประเทศไทยแต่อย่างใด แต่การผลิตที่ประเทศอินโดนีเซียทั้งหมดจะทำตามสเปกที่ประเทศไทยระบุ ซึ่งผู้บริหารยืนยันว่ามาตรฐานในการผลิตที่โรงงานในเบงกาซีนั้น ไม่ได้แตกต่างจากมาตรฐานทั่วโลกแต่อย่างใด

คุณภาพในงานผลิตนั้นถือว่าไม่ขี้เหร่ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร จะมีจุดติงเล็ก ๆ ไปบ้างก็อย่างเรื่องที่ปิดแผงฟิวส์ในตัวรถที่ไม่ได้มีให้มา ที่เหลือถือว่างานประกอบแน่นหนาดี ไม่มีรอยต่อรอยเหลื่อมอะไรให้สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจนรู้สึกว่ารถไม่น่าใช้งาน

Review Mitsubishi Xpander

มิตซูบิชิ ประเทศไทย จะวางขายเอ็กซ์แพนเดอร์ใน 2 รุ่นย่อยเท่านั้น ในรุ่นล่างจะมาพร้อมล้ออัลลอย 15 นิ้ว คิ้วรอบรถสีดำ มือจับสีเดียวกับตัวรถ วิทยุภายในแบบเชยเชย ไม่มีครูสคอนโทรล ตัดอุปกรณ์ไปหลายต่อหลายตัวเหมือนกัน เพื่อเอาไว้รองรับลูกค้ากลุ่มตลาดล่าง

ขณะที่ตัวท๊อปจะมาพร้อมความหรูหราที่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นกรอบคิ้วแบบโครเมียม ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 16 นิ้ว มือจับประตูแบบโครเมียม วิทยุภายในพร้อมจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว (ที่ใช้งานโคตรยาก) มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และเบาะหนังรอบคัน

รูปร่างหน้าตาภายนอกมีความแข็งแกร่งบึกบึน ตัวรถยาว 4,475 มิลลิเมตร กว้าง 1,750 มิลลิเมตร สูง 1,695-1,700 มิลลิเมตรแล้วแต่ขนาดของยาง ทำให้มีระยะห่างจากพื้นถนนของรถตั้งแต่ 200-205 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อยาว 2,775 มิลลิเมตร

Review Mitsubishi Xpander

ขนาดของตัวถังนี่ถือเป็นความภาคภูมิใจของมิตซูบิชิกันเลยทีเดียว ที่ออกแบบรถมาได้ใหญ่โตเหนือคู่แข่งในเกือบจะทุกมิติ ยกเว้นความกว้างของตัวรถ แต่แม้จะมีขนาดใหญ่โตเพียงใด รถคันนี้ก็มีวงเลี้ยวที่ถือว่าแคบมากเพียง 5.2 เมตรเท่านั้น ถือว่าไม่ธรรมดา

สิ่งที่ผมเข้าใจผิดมาตลอดก็คือเจ้าไฟหรี่เล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนลูกกะตาด้านบนนั้นเป็นไฟส่องสว่างเวลากลางวัน แต่เอาจริง ๆ แล้วมันเป็นแค่ไฟหรี่ธรรมดาเท่านั้น ขณะที่ไฟใหญ่และไฟเลี้ยวถูกติดตั้งที่โคมขนาดใหญ่ด้านล่าง และไฟกลม ๆ ตรงการ์ดกันชนคือไฟตัดหมอก

เครื่องยนต์ที่ให้มาสเปกเดียวกันทุกประการ เครื่องยนต์ 4 สูบไมเวค 1.5 ลิตร 105 แรงม้า 141 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ 4 สปีด ความดีงามของมิตซูบิชิก็คือการเลือกให้ติดตั้งฝาครอบเครื่องยนต์มาให้เรียบร้อยเหมือนที่เห็นในเวอร์ชั่นฟิลิปปินส์ ไม่ได้ปล่อยเปลือยเหมือนที่เห็นในอินโดนีเซีย

Review Mitsubishi Xpander

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนเริ่มถามละว่าขับแล้วเป็นยังไง อดใจรออีกนิด ขอเล่าเรื่องภายในให้ฟังก่อน ถ้าจำกันได้ ตอนลองขับที่อิเหนาผมเองค่อนข้างจะบ่นเรื่องห้องโดยสารภายในสีเบจที่มาพร้อมผ้านุ่ม ๆ เผละ ๆ ว่าไม่น่าจะเหมาะสมกับตลาดประเทศไทยแน่นอน

และเหมือนกับมิตซูบิชิเองก็คงคิดเหมือนกัน ห้องโดยสารเวอร์ชั่นที่จำหน่ายในประเทศไทยจึงมาพร้อมโทนสีดำทั้ง 2 รุ่น แตกต่างกันที่เบาะผ้าและเบาะหนังเท่านั้น อันนี้ยังไม่เห็นของรุ่นล่างว่าดีแย่ขนาดไหน แต่เบาะหนังในรุ่นท๊อปถือว่าให้สัมผัสที่ดีใช้ได้

แม้ตำแหน่งที่นั่งจะยังสูงเกินไปนิด และเบาะดูจะแบแบออกมากกว่าปกติ ทำให้ดูไม่อุ้มตัวสักเท่าไร แต่ก็ถือเป็นห้องโดยสารที่ให้บรรยากาศที่ดี ยิ่งได้การตกแต่งภายในสีดำที่ตัดด้วยลายกราฟฟิกสีเงินแล้ว ขอบอกว่าดูดีกว่าของพี่อิเหนาเป็นกอง คนเลือกมาดูมีรสนิยมมาก ๆ

Review Mitsubishi Xpander

สิ่งที่เพิ่มมาอีกอย่างของรุ่นท๊อปก็คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ซึ่งดูเหมือนหลาย ๆ คนก็อยากได้อยู่ แต่เมื่อวานที่ลองขับมา 100 กว่ากิโลเมตรยังไม่ได้มีการลองใช้งานนะครับ เพราะมัวแต่ไปลองฟีลลิ่งการขับบนท้องถนน เรื่องการเก็บเสียงและอื่น ๆ เสียมากกว่า

ห้องโดยสารภายในมีฟังชั่นส์การพับเก็บที่บอกว่าดีที่สุดในคลาสได้เลย แม้เบาะหลังจะเอนนอนไม่ได้ แต่ก็ยังให้ที่วางแขนตอนหลังมา และความสามารถในการพับเรียบของเบาะ 2 ตอนหลังก็ถือว่าโดดเด่น รวมไปถึงกล่องเก็บของเล็ก ๆ ด้านหลังก็ให้มาเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าความเอนกประสงค์ของรถนั้นเหลือร้ายจริง ๆ เอาแค่ที่วางขวดน้ำ 3 ขวดที่บานประตูทั้ง 4 บาน กล่องเก็บของกลางคอนโซลที่วางน้ำขวด 7 บาทหรือน้ำกระป๋องได้ 4 ชิ้น ที่เก็บเอกสารด้านหลังเบาะผู้โดยสารตอนหน้า กล่องเก็บของด้านท้ายรถ แต่ดันตกม้าตายที่ไม่มีที่เท้าแขนตรงกลางคอนโซลนี่ล่ะนะ พลาดมาก!!!

Review Mitsubishi Xpander

นอกจากนี้ ประเทศไทยจะไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดาให้ได้เลือกซื้อหานะครับ โดยสีภายนอกนั้นจะมีให้เลือกแค่ 4 สี ประกอบไปด้วย ขาว เทา ดำ เงิน ใครที่หวังว่าอยากเห็นสีแดงที่ขายในฟิลิปปินส์เข้ามาคงต้องบอกว่าเสียใจด้วย เพราะผู้บริหารบอกว่าเอาเข้ามาก็ขายไม่ได้เหมือนกัน

ในเรื่องของการขับขี่นั้น ต้องบอกว่าวันนี้มีการรีดเค้นเรื่องสมรรถนะมากพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยู่บนถนนของประเทศไทยแล้ว พอมีความคุ้นชินก็เลยได้มีโอกาสเล่นกับรถมากขึ้น หลายเรื่องก็ทำให้เราแปลกใจเหมือนกันว่ารถนั้นให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยมกว่าที่เราคิดไว้พอสมควร

แต่ก็อย่าไปคาดหวังว่าจะออกตัวปรู๊ดปร๊าดไม่ลากรอบล่ะ อันนั้นมันเป็นไปไม่ได้ การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์หากกดคันเร่งลงไปแรง ๆ เมื่อออกตัว สิ่งที่ท่านจะได้รับก็คือการลากรอบเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม และรถก็ดูอุ้ย ๆ อ้าย ๆ ไม่ได้พุ่งปรู๊ดปร๊าดออกไป

Review Mitsubishi Xpander

แต่หากลองทำความเข้าใจเสียใหม่ เครื่องแบบนี้ เกียร์แบบนี้ ก็ค่อย ๆ ไหลใจเย็น ๆ หน่อย เผลอแพลบเดียวเกียร์ก็จะสับไปถึงเกียร์ 4 แล้วความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นไป ก็ต้องบอกว่าย่านความเร็วที่เหมาะสมในการขี่รถคันนี้แบบไม่ต้องลุ้นอะไรมาก 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงคือย่านที่เหมาะสมแล้ว

แต่หากคุณคิดว่ารถคันนี้จะต้องอุ้ยอ้ายไปตลอด ก็ขอบอกว่าหากมีพื้นที่มากพอและเวลาเหลือ ๆ การทำความเร็วแถว 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ไม่ใช่เรื่องยาก เห็นแว่ว ๆ มาว่าบางคันลากขึ้นไป 170 กันด้วยซ้ำ อันนี้ผมไม่ได้ลองก็เลยตอบไม่ได้ ความเร็วที่ว่ามานี่คือผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ 4 คนนะครับ

จริงอยู่ที่การตอบสนองเบื้องต้นอาจจะอืดอาดไปบ้าง แต่มันก็เป็นอย่างที่เราบอกในรีวิวก่อนหน้านี้ว่า หากมีระยะวิ่งที่ทำความเร็วผ่านความเร็วกลางไปแล้ว เอ็กซ์แพนเดอร์สามารถให้การตอบสนองที่ดีพอสมควร การลากรอบทำความเร็วก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เว้นแต่เวลาแซงอาจจะต้องเผื่อและคิดมาก ๆ สักนิด

Review Mitsubishi Xpander

อัตรการสิ้นเปลืองที่ขับบนถนนหลวงต่างจังหวัดนั้นอยู่ที่ราว ๆ 10-11 กิโลเมตรต่อลิตร อันนี้จับแบบคร่าว ๆ และวิ่งทำความเร็วเสียเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าถ้าเป็นการใช้งานแบบปกติน่าจะเห็นแถว ๆ 12-13 กิโลเมตรต่อลิตรได้ไม่ยาก อันนี้ไว้รอรถทดสอบออกมาเดี่ยว ๆ จะลองให้อีกครั้ง

แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับเราอย่างแท้จริงในการทดสอบครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของเครื่องยนต์แต่อย่างใด แต่กลับเป็นเรื่องของช่วงล่างและการเก็บเสียงของรถ ที่เรียกว่าดีเกินคาด จริงอยู่ที่เสียงเครื่องยนต์อาจจะมีลอดเข้ามาบ้าง แต่การเก็บเสียงลมที่ความเร็วเกินร้อยถือว่าเอาอยู่ สำหรับกระจกหน้า 4 มิลลิเมตรบานนี้

อย่าลืมว่าตัวรถที่ดูใหญ่ หน้ากว้าง ๆ แบบนี้ ตามหลักการไม่น่าจะเก็บเสียงได้ดีนัก แต่ผู้โดยสารในรถที่ร่วมชะตากรรมกันไป ลงความเห็นว่าการเก็บเสียงลมที่ด้านหน้าของรถนั้นทำได้ดีมาก ขณะที่เสียงเครื่องยนต์ก็มีลอดเข้ามาบ้างเป็นปกติ รวมถึงเสียงยางอีโคเปียที่ไม่เคยเป็นมิตรกับท้องถนนอยู่แล้วก็เช่นกัน

Review Mitsubishi Xpander

ช่วงล่างของรถนั้นถือว่าเซตอัพมาได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะให้ความนุ่มนวลในแบบของรถครอบครัว ที่อาจจะมีอาการท้ายย้วยไปบ้างในการเข้าโค้งแรง ๆ แต่ในเรื่องของความมั่นใจในการขับขี่ถือว่าโดดเด่นเอาเรื่อง การควบคุมรถที่ความเร็วสูงนั้นถือว่าทำได้เป็นอย่างดี ทั้งการควบคุมทางตรงหรือการเปลี่ยนเลยกระทันหัน

ถ้าคุณคิดว่ารถที่เซตอัพมาสูงขนาดนี้น่าจะมีอาการโยกโยนตลอดเวลาที่ขับขี่ เหมือนกับที่รถยนต์ในเซกเมนต์นี้หลาย ๆ คันเป็นกัน ต้องบอกว่านอกจากอาการย้วย ๆ เวลาเข้าโค้งแล้ว ช่วงล่างของเอ็กซ์แพนเดอร์เอาอยู่หมดทุกสภาพถนน แต่ถ้าจะไปแต่งเพิ่ม ก็คงขอโช๊คหนืด ๆ กว่านี้ เปลี่ยนยางอีกหน่อยก็น่าจะพอละ

มิตซูบิชิได้จัดเส้นทางเล็ก ๆ ให้เขาไปลุยฝุ่นกันบ้างแบบพอสนุกสนาน ให้ได้พอสัมผัสได้ว่าหากนำรถคันนี้ไปใช้งานจริง และมีเหตุให้ต้องลงดินลงทราย ความสูงของพื้นรถที่มีมาให้มากกว่าคู่แข่ง ก็ทำให้รถสามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดาย และยังไม่ได้สะเทือนเรือนลั่นแบบน่าเกลียดอีกด้วย

Review Mitsubishi Xpander

เขียนมาถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าตอนพรีเซนต์ มีพูดถึงเรื่องนี้ มาเปิดที่ถ่ายรูปไว้ดูเลยเห็นว่ามิตซูบิชิบอกว่าช่วงล่างนั้น ‘โช๊คอัพหน้า-หลัง ติดตั้งวาล์วสมรรถนะสูงจาก Lancer Evolution X เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน เหล็กค้ำหัวโช็คอัพคู่หน้า ติดตั้งเพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนน’ ซึ่งก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีเกินคาด

สไลด์รูปไปอีกหน้า ก็เจอคุณงามความดีของเครื่องยนต์ที่ว่า ‘อลูมิเนียม อัลลอย น้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้ดี ทนทาน โซ่สายพานไทม์มิ่ง ยืดอายุการใช้งาน อ่างน้ำมันเครื่องอลูมิเนียม ลดการสั่นสะเทือน ให้ความเงียบในขณะขับขี่’ อันนี้ก็หมายถึงเจ้าเครื่องยนต์ไมเวคที่ติดตั้งมาให้ในรถคันนี้นี่เอง

เอาล่ะ ขอสรุปกันตรงนี้นะครับ ว่าการมาทีหลังของมิตซูบิชินั้นถือว่ามีนัยสำคัญมาก เพราะทำให้พวกเขามีโอกาสและเวลาในการคิดว่าจะท้าชิงตลาดด้วยอะไรดี เครื่องยนต์และการขับขี่คงไม่ใช่แน่นอน พวกเขาเลยเอาเวลาไปทำให้รถน่าใช้งานขึ้น ไม่ว่าจะด้วยฟังชั่นส์หรือภาพรวมการใช้งานในชีวิตประจำวันก็ตามที

Review Mitsubishi Xpander

มีคนถามผมว่ารถคันนี้จะขายดีหรือไม่ ผมตอบกลับไปทันควันว่าต้องรอดูราคา เพราะมาถึงตอนนี้อ่านใจมิตซูบิชิยากเหลือเกิน ตอนแรกผมเดาว่าน่าจะมีเข้ามาสัก 4 รุ่นย่อย มีเกียร์ธรรมดาด้วย มีเบาะผ้าสีเบจยุ่ย ๆ ด้วย เพื่อทำราคาคลุมตั้งแต่ช่วงหกแสนกว่า ๆ ลากยาวมาจนถึงแปดแสนเหมือนที่คนอื่นเขาอยู่

แต่พอตัดเหลือแค่ 2 รุ่น อันนี้เดาไม่ออกละ ก็ได้แต่คาดหวังว่ามิตซูบิชิจะไม่ทำราคาเวอร์เกินไป เพราะแม้จะมีข้อดีที่ได้เปรียบคู่แข่งอยู่หลายประการ แต่กลุ่มลูกค้าที่ซื้อรถเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นพวกมีสตางค์เหลือเฟือ แต่ความจำเป็นที่ต้องการใช้งานรถที่เหนือกว่ารถยนต์นั่งทั่วไปเสียมากกว่า

ในใจคิดว่าถ้าเป็นราคามา 7 แสนกลางกับ 8 แสนต้น น่าจะเป็นช่วงราคาที่เหมาะสมที่สุด งานนี้ไม่รู้ว่าจะออกมาเท่าไหร่กันแน่ เพราะราคาจำหน่ายรอเปิดกันทีเดียวที่งานบิ๊ก มอเอตร์เซลส์ กลางเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้

เปิดมาแล้วขายได้หรือไม่ ให้ผู้บริโภคชาวไทยตัดสินก็แล้วกัน ก็เคยมีประสบการณ์ดีดีกับรถรุ่นอื่นที่เปิดราคาสวย ๆ มาแล้วนี่…  ^ ^~

Review Mitsubishi Xpander

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 23/09 - 13:25

เห็นด้วยไหม? ผู้บริหาร Toyota อยากรื้อฟื้นรถสปอร์ต Celica – MR2

ผู้บริหารระดับสูงของ Toyota แสดงเจตจำนงที่จะนำรถสปอร์ตชื่อดังในอดีตทั้ง Celica และ MR2 กลับมาทำตลาดอีกครั้ง หลังประสบความสำเร็จกับ Supra  มาซายูกิ ไค ผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกรของ Toyota ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทฯ กำลังมองหาลู่ทางที่จะนำรถที่ประสบความสำเร็จในอดีตกลับมาทำตลาดอีกครั้ง หลังจากเล็งเห็นถึงผลดีของการสร้าง Supra รถสปอร์ตในตำนานรุ่นใหม่จากการจับมือกับ....

SK - 23/09 - 11:25

เทียบสเปก รถเอสยูวีไฟฟ้า Mercedes-Benz EQC VS Audi e-tron

การเปิดตัว Mercedes-Benz EQC และ Audi e-tron รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าสัญชาติเยอรมันคือการเปิดศึกใหม่ในเซกเมนท์ที่ทั้งคู่ไม่เคยแข่งขันมาก่อน ทั้งสองค่ายมีการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันตั้งแต่การเลือกช่วงเวลาเปิดตัว ซึ่ง EQC ปาดหน้าเปิดตัวออกมาก่อนเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ก่อนที่ e-tron จะตามออกมาทีหลังในช่วงกลางเดือนกันยายนพร้อมกับการประกาศขึ้นสายการผลิตอย่างเป็นทางการด้วย เราจึงขอนำมาสเปกมาเทียบให้ชมกันเพลินๆ

Cokey - 23/09 - 09:48

Spy Shot ปิกอัพฟลูไซส์ของ Ford ซึ่งคาดว่าจะเป็น F-150 รุ่นปรับโฉมใหม่ ภายในเขตก่อสร้างสหรัฐอเมริกา

Spy Shot ปิกอัพฟลูไซส์ในโฉมพรางตัว แต่คาดการณ์กันว่าเป็น Ford F-150 Series รุ่นปรับโฉมใหม่ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่เต็มและสวยงามมากยิ่งขึ้น ภายในสหรัฐอเมริกา เริ่มวิ่งบนถนนจริงแล้วสำหรับรถปิกอัพฟลูไซส์รุ่นยอดนิยม (ที่ไม่มีขายในไทย) อย่าง Ford F-150 Series ที่เค้าคาดการณ์กันว่าเป็นรุ่นปรับโฉมใหม่ ที่ปรับรูปลักษณ์ให้มีความครบเครื่องและเต็มขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

10/07/18 04:35

Nissan ยอมรับทดสอบมลพิษและความประหยัดน้ำมันในโรงงานญี่ปุ่นไม่ได้มาตรฐาน

ก่อน

ส่งมอบเองกับมือ! อีลอน มัสก์ สำรวจ ถ้ำหลวง โถง 3 พร้อมตั้งชื่อเรือดำน้ำ “หมูป่า”

ต่อไป