[Review] Hyundai IONIQ รถยนต์ไฟฟ้า 100% ค่าตัว 1.749 ล้านบาท

เขียนโดย

เขียนโดย 16/05/18 09:16

Review Hyundai IONIQ รถยนต์ ไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายรถยนต์จากเกาหลีในประเทศไทย ที่เปิดราคาจำหน่ายที่ 1.749 ล้านบาท ด้วยโควต้าจำกัดในประเทศไทย และถือเป็นความกล้าหาญของค่ายรถแดนกิมจิที่เปิดศักราชใหม่ให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ

แน่นอนว่ารถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคันจะต้องแพง แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าก็ตาม แต่ฮุนไดก็ยังสามารถทำราคาไอออนิคได้ต่ำกว่าบีวายดี อี6 ที่เรานำมาทดสอบก่อนหน้านี้ และยังประกาศเดินหน้าทำตลาดสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานจริง ไม่ได้เน้นเรื่องการใช้งานแบบรถสาธารณะเป็นหลัก

ไอออนิคก็เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่เปิดตัวทำตลาดอย่างจริงจังของค่าย ก่อนที่ฮุนไดจะเดินหน้าแตกไลน์รถไฟฟ้าออกไปหลายรูปแบบ หากใครติดตามข่าวอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ก็น่าจะรู้จักฮุนได โคน่า รถเอสยูวีไฟฟ้า ที่มีการพัฒนาเป็นรถขับเคลื่อนอัตโนมัติกันเป็นอย่างดี

Review Hyundai IONIQ

ด้วยราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงและมีผู้แสดงความสนใจจำนวนมาก Autostation ได้รับรถทดสอบคันแรกของประเทศไทยมาลองทดสอบกันเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่ด้วยเวลา 4 วัน 3 คืนที่อยู่ด้วยกัน ก็ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงข้อจำกัดในการใช้งานในเมืองไทยมากพอสมควร

หากมองไปที่ขนาดและรูปร่างหน้าตาของไอออนิคนั้น แน่นอนว่าโครงสร้างของตัวถังเองไม่ได้มีความแตกต่างอะไรจากรถยนต์ในกลุ่มซี-เซกเมนต์สักเท่าใดนัก ด้วยความกว้างตัวถัง 2,045 มิลลิเมตร ยาว 4,470 มิลลิเมตร และสูง 1,450 มิลลิเมตร โดยมีฐานล้อยาว 2,700 มิลลิเมตร

ตัวรถมีความสูงจากพื้นรถค่อนข้างต่ำเพียง 140 มิลลิเมตร และมีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.3 เมตร ความโดดเด่นที่การออกแบบภายนอกมีหลายจุด แต่ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษก็คือกระจังหน้าแบบไม่มีช่องลม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนมากของการออกแบบรถไฟฟ้าเท่านั้น

Review Hyundai IONIQ

ไฟหน้าแอลอีดีแบบโปรเจกเตอร์ มาพร้อมไฟเลี้ยวและไฟหรี่แบบแอลอีดี ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งแบบแอลอีดี รวมไปถึงไฟท้ายและไฟตัดหมอกด้านหลังแบบแอลอีดี กระจกมองข้างแบบปรับด้วยไฟฟ้ามาพร้อมไฟเลี้ยวแบบแอลอีดี มาพร้อมสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม

การตกแต่งภายนอกของรถนั้นถูกแต่งแต้มด้วยกรอบโลหะสีทองแดงในตำแหน่งต่าง ๆ อย่างลงตัว ซึ่งไอออนิคจะใช้โลหะสีทองแดงในการตกแต่งในตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในรถ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางมาตรฐานไซส์ 205/55

สิ่งที่คาดว่าจะเป็นจุดอับของสายตาในการขับขี่อย่างกระจกหลังแบบ 2 ช้ิน ก็ทำให้ทัศนวิสัยด้านหลังเสียไปนิดหน่อย ตัวรถยังมาพร้อมซันรูฟขนาดครึ่งหลังคา ซึ่งเปิดปิดได้ด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว ขณะที่การออกแบบแนว ๆ รถท้ายลาดแบบคูเป้ก็ทำให้รถดูเพรียวลมมากขึ้นอีกนิด

Review Hyundai IONIQ

ขณะที่ภายในมาพร้อมเบาะหนังที่ผมชื่นชอบทั้งตอนหน้าและตอนหลัง ความยาวของเบาะพอดีกับหัวเข่า การรับน้ำหนักตัวในตำแหน่งต่าง ๆ ดูลงตัว แต่ก็แลกมาด้วยพื้นที่ส่วนขาตอนหลังที่แคบลงไปเล็กน้อย ขณะที่พื้นที่ส่วนศีรษะนั้น หากสูงสัก 180 เซนติเมตรก็ถือว่าหัวติดแล้ว

การตกแต่งภายในเน้นโทนสีดำเป็นหลัก ตัดด้วยโลหะสีทองแดงที่บอกไว้ ดูลงตัวแบบเนี๊ยบ ๆ อันนี้จริง ๆ แอบชมทีมออกแบบที่เลือกสีนี้มาก เพราะมันดูหรูหราแบบไฮเทคกำลังดี แต่ก็แอบขัดใจที่เรียกว่าสีทองแดงแบบทื่อ ๆ เลย แทนที่จะหาชื่อเรียกสีที่ดูเพริศแพร้วกว่านี้หน่อย

พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง แต่แม้จะดันลงไปลึกสุดแล้วก็ยังรู้สึกว่าค้ำออกมาไกลพอสมควรอยู่ดี มาพร้อมปุ่มควบคุมระบบหลากหลายบนพวงมาลัย ที่สามารถใช้งานดูแลระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์

Review Hyundai IONIQ

เบาะที่นั่งแบบเวลคัม ซีท ที่ปรับเลื่อนออกห่างจากพวงมาลัยเมื่อจอดรถ ทำให้ขึ้นลงรถได้อย่างสะดวก พร้อมปรับด้วยไฟฟ้าที่ด้านคนขับ และระบบจดจำตำแหน่งที่นั่ง 2 ตำแหน่ง การแสดงผลเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ที่ดูฟังชั่นส์การใช้งานจะดีกว่าหน้าตาพอสมควร

ตรงตำแหน่งของเกียร์ ถูกแทนที่ด้วยเกียร์แบบปุ่มกดที่ใช้งานสะดวกดี แม้จะต้องทำการปรับตัวสักพัก ด้านข้างเป็นช่องสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย มาพร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ 3 แบบ เบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ รวมไปถึงระบบอุ่นเบาะ ระบบเบาะเย็น และระบบอุ่นพวงมาลัย

อัดระบบความปลอดภัยมาให้เต็มพิกัด ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยหัวเข่าสำหรับคนขับและถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับเบาะคู่หน้า ม่านถุงลมนิรภัย ระบบป้องกันล้อล็อก ระบบเสริมแรงเบรก และระบบกระจายแรงเบรก ช่วยให้การควบคุมรถคันนี้เป็นไปอย่างง่ายดายไร้ที่ติ

นอกจากนี้ ยังมีฟังชั่นส์เตือนการชนด้านหน้า พร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติที่หยุดได้อย่างทันท่วงที ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลนและระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน รวมถึงระบบเตือนรถสวนขณะถอยหลัง นอกจากนี้ ยังมีระบบวัดแรงดันยางอัตโนมัติติดตั้งมาให้ด้วย

แน่นอนว่าเมื่อเป็นรถยนต์ไฟฟ้า เปิดฝากระโปรงขึ้นมาก็จะเห็นรูปร่างหน้าตาของเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันออกไป โดยจะเห็นก้อนแบตเตอรี่และระบบมอเตอร์ที่ดูสวยงามด้วยสีเงินเป็นหลักแทนที่เครื่องยนต์รูปร่างหน้าตาแบบเดิม ๆ แต่ตอนที่ยังไม่คุ้นตาก็อาจจะดูว่ามันตลกไม่น้อย

มอเตอร์ไฟฟ้าที่นำมาติดตั้งในไอออนิคให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 295 นิวตันเมตร ตั้งแต่กดคันเร่ง เก็บกำลังที่แบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงแบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ที่มีความจุ 28 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้กำลังไฟ 98 กิโลวัตต์

Review Hyundai IONIQ

ตามสเปกระบุว่ารถคันนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมวิ่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 9.9 วินาทีในโหมดสปอร์ต โดยสามารถวิ่งได้ไกลสุด 280 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง ซึ่งจากสเปกแล้วถือว่าไม่ธรรมดา

แป้นชาร์จไฟที่ติดตั้งมาให้ในไอออนิคถือเป็นรุ่นแรกของประเทศไทยที่มาพร้อมระบบชาร์จไฟแบบด่วน ซึ่งทำให้ระบบชาร์จไฟของรถคันนี้รองรับการชาร์จไฟได้ 3 รูปแบบ ตั้งแต่การเสียบไฟบ้านธรรมดา การเสียบผ่านตู้ชาร์จไฟ และการเสียบผ่านตู้ชาร์จไฟแบบชาร์จเร็ว

หากทำการชาร์จไฟผ่านเต้าเสียบที่บ้านซึ่งเป็นไฟกระแสสลับ จะต้องใช้เวลาชาร์จประมาณ 12 ชั่วโมงถึงจะเต็ม แต่หากเป็นชาร์จผ่านเครื่องวอลล์บ็อกซ์ จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 25 นาที ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไรมากมาย หากจะต้องไปจอดรอชาร์จที่ห้างสรรพสินค้าสักแห่ง

แต่หากใกล้บ้านคุณมีผู้ให้บริการการชาร์จเร็วอยู่ ซึ่งแว่วมาว่าจะมีเปิดให้บริการในเร็ววันนี้ การชาร์จไฟเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นเรื่องที่คุยกันในระดับนาที โดยสเปกระบุว่าใช้เวลาเพียง 23 นาทีเท่านั้น ก็จะสามารถชาร์จไฟเข้ารถได้มากกว่า 80% ซึ่งก็เพียงพอต่อการวิ่งระยะทางเกือบ 200 กิโลเมตร

ระบบช่วงล่างหน้าเป็นแมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมโช็คอัพแก๊ส หลังเป็นคอปเปิล ทอร์ชั่น บีม แอกเซิล พร้อมโช็คอัพแก๊ส ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่เมื่อมีการเบรกรถ เรียกว่าติดตั้งระบบการใช้งานที่มีความจำเป็นมาอย่างครบครัน

หลาย ๆ คนที่เคยได้ลองขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมาบ้าง ปัญหาหนึ่งที่เราพบว่ามันน่ากวนใจก็คือ รถไฟฟ้าในอดีตนั้น ไม่ได้พัฒนาให้ดูมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบบรถยนต์ที่เราใช้งานทั่วไป มันจะต้องมีความยากในบางส่วน หลัก ๆ เลยก็คือระบบเกียร์ที่มักจะต้องปรับการใช้งานค่อนข้างมาก

Review Hyundai IONIQ

ฮุนได ไอออนิค น่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกในความรู้สึกของผม ที่พัฒนาขึ้นมาได้ใกล้เคียงรถยนต์ธรรมดาที่พวกเราคุ้นชินกันมากที่สุดละ เรียกว่ารับกุญแจรถแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งขับแทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไร เรื่องเกียร์ที่เป็นปุ่มกดนั้น ก็ชินกันดีอยู่แล้วจากรถบางรุ่น อันนั้นไม่ใช่ปัญหา

ที่ดูแล้วอาจจะยังต้องทำความเข้าใจนิดนึงก็คือแพดเดิลชิฟท์ที่ติดตั้งมาให้ เพราะว่ามันจะทำงานแตกต่างจากแพดเดิลชิฟท์เดิมที่ใช้เปลี่ยนเกียร์ แต่ในไอออนิคคือการปรับเรื่องการปล่อยไฟจากแบตเตอรี่ ซึ่งทำได้ 3 ระดับ โดยแสดงผลที่ด้านหน้าของผู้ขับขี่เลย กดให้ปล่อยเยอะรถก็จะแรงขึ้นตามลำดับ

การขับขี่นั้นต้องบอกว่าเป็นรถที่ให้การตอบสนองที่ดี เพราะทั้งแรงม้าและแรงบิดกระชากกันมาตั้งแต่เริ่มกดคันเร่ง การขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองไม่ได้มีความรู้สึกว่าแตกต่างอะไรจากรถยนต์ธรรมดา เว้นแต่เวลาเร่งที่ไม่มีเสียงเครื่องกระหึ่มเข้ามา แม้จะเปิดฟังชั่นส์เสียงเสมือนจริงแล้วก็ตามที

Review Hyundai IONIQ

ตัวรถที่ดูเบาและออกอาการหวิว ๆ เล็กน้อยเมื่อทำความเร็วสูง น่าจะเป็นคำตอบสำหรับการที่ฮุนไดระบุให้เติมลมยางรถคันนี้ถึง 36 ปอนด์ แต่เอาจริง ๆ ช่วงล่างของถือว่าเอาอยู่ แม้จะวิ่งบนพื้นถนนแบบเปียกหลังฝนตกไปแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกสนานในการขับขี่ลดลงไปแต่อย่างใด

ถ้าไม่ใช่พวกที่เค้นเอาทุกสิ่งทุกอย่างจากรถแบบเอาเป็นเอาตาย แค่กดปุ่ม D แล้วเหยียบคันเร่งสลับเบรกไปเรื่อย ๆ ก็จะพบว่านี่คือรถยนต์ซี-เซกเมนต์ดีดีสักคันหนึ่ง ที่สามารถพาคุณซอกแซกไปมาบนท้องถนนได้อย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย แอร์เย็นสบายและมีเครื่องเสียงที่รับฟังได้แบบไม่ขัดหู

แต่หากต้องการรีดสมรรถนะและซอกซอนไปตามท้องถนน การควบคุมแพดเดิลชิฟท์ที่พอเหมาะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อย่าลืมว่าการตอบสนองของรถจะแตกต่างจากการเปลี่ยนเกียร์ แต่จะเป็นเหมือนกำลังที่เพิ่มและลดลงอย่างกระทันหันแทน ตอนแรกที่ใช้ก็รู้สึกรถกระตุกแบบวูบ ๆ แต่พอชินแล้วก็ต้องบอกว่ามันเอาเรื่อง

Review Hyundai IONIQ

ปัญหาอย่างเดียวของการใช้งานรถกลุ่มนี้ในประเทศไทย บอกเลยว่าคือเรื่องของการชาร์จไฟนี่ล่ะครับ อย่าลืมนะครับว่าถ้าคุณขับรถที่ใช้น้ำมันหรือแก๊ส ต่อให้เป็นเอ็นจีวีด้วย การเติมเชื้อเพลิงของคุณเต็มที่เลยก็จะอยู่ที่ประมาณ 5-10 นาที ไม่เกินนั้น คุณก็จะออกไปวิ่งได้อีกหลายร้อยกิโลเมตร

แต่หากไอออนิคของคุณไปไฟหมดที่ไหน ถ้าคุณโชคดีเจอที่ชาร์จไฟแบบไว คุณก็จะเสียเวลา 23 นาที เพื่อให้รถวิ่งได้ 200 กิโลเมตร แต่ถ้าโชคดีน้อยหน่อย เจอที่ชาร์จแบบธรรมดา คุณก็จะต้องเสียเวลา 4 ชั่วโมงอยู่ดี ในการชาร์จไฟเข้าไปเพื่อให้วิ่งได้ระยะทางพอสมควรก่อนที่จะไฟหมดอีกครั้ง

แล้วลองคิดว่าคุณกำลังวิ่งไปในที่ที่ไม่มีวอลล์บ็อกซ์สำหรับชาร์จไฟติดตั้งอยู่ ต่อให้คุณมีเต้าเสียบไฟบ้านที่พร้อมจะให้คุณเสียบ แต่ระบบไฟบ้านที่เชื่องช้าในการชาร์จ ก็คงไม่เพียงพอที่จะทำให้รถของคุณมีความพร้อมในการใช้งานอยู่ดี เรียกว่าเป็นปัญหาหลักที่ต้องขบคิดกันมาก ๆ ในการเลือกใช้แต่ละครั้ง

Review Hyundai IONIQ

ทางออกที่น่าจะเหมาะสมที่สุดก็คือการเลือกติดตั้งวอลล์บ็อกซ์สำหรับชาร์จไฟไว้ให้เรียบร้อยหากต้องการเป็นเจ้าของรถคันนี้หรือกลุ่มนี้จริง ๆ เพราะระยะทาง 200 กิโลเมตรที่ว่านี้น่าจะเพียงพอต่อการขับในกทม.ทุกวัน กลับบ้านก็ชาร์จไฟเสีย อันนี้บ้านใครใช้รถปลั๊กอินไฮบริดอยู่ ที่ชาร์จไฟสามารถใช้ร่วมกันได้เลย เป็นแบบไทป์ 2 รุ่น 7 พินครับ

ผมลองไปเสียบชาร์จที่ อีเอ เอนีแวร์ แถวบ้านมา ใช้เวลาชาร์จไฟเฉี่ยว ๆ 4 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ 20% จนเต็ม 100% หน้าปัดแสดงผลมาว่ารถสามารถขับเคลื่อนได้ระยะทาง 235 กิโลเมตร ตอนที่รถติดมาก ๆ แบบไม่ขยับ ตัวมาตรวัดไฟและระยะทางก็ไม่ได้ตกลงฮวบฮาบจนน่าเป็นห่วงอะไรนัก

สิ่งที่ยังตอบไม่ได้ก็คือ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ แบตเตอรี่จะเสื่อมเร็วหรือไม่ จะมีผลต่อการเก็บกักไฟฟ้าและระยะทางวิ่งขนาดไหนอย่างไรบ้าง อันนี้ใครซื้อมาใช้งานนาน ๆ แล้วช่วยกลับมาบอกกันหน่อยก็ดีนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนที่จะซื้อหลาย ๆ คนคงสงสัยอยู่เอาเรื่องเหมือนกัน

Review Hyundai IONIQ

แต่ฮุนได มอเตอร์​ (ไทยแลนด์)​ ประกาศรับประกันรถยนต์ 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ต่างหากอีก 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในไทยว่าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีตลอดอายุการใช้งาน

ถ้าคิดว่ามีความพร้อมและสามารถซื้อวอลล์บ็อกซ์ไปติดตั้งที่บ้านได้ ขับคันนี้เท่กว่าใครแน่นอนบนท้องถนนนะครับ…

Review Hyundai IONIQ

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 17/12 - 15:30

ยลโฉม Honda Insight สเปกญี่ปุ่น สวยโฉบเฉี่ยวและประหยัดน้ำมัน

Honda Insight รถยนต์ไฮบริดเจนเนอเรชั่นใหม่สเปกแดนปลาดิบได้รับการเผยโฉมอย่างเป็นทางการ หลังจากเปิดตัวสู่ตลาดอเมริกาเหนือตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หัวใจขับเคลื่อนของ Insight ในญี่ปุ่นเหมือนกับสเปกอเมริกัน ใช้เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson cycle ขนาด 1.5 ลิตรทำงานร่วมกับระบบไฮบริดแบบ 2 มอเตอร์ ซึ่งทำให้สามารถขับเคลื่อนได้ทั้งระบบลูกผสมไฮบริดและพลังงานไฟฟ้าล้วนๆ ได้

SK - 17/12 - 13:30

พาชม Honda Autonomous Work Vehicle รถออฟโรดขับอัตโนมัติช่วยเหลือมนุษย์

Honda เตรียมจัดแสดงนวัตกรรมหลากหลายรูปแบบที่งานแสดงสินค้าอิเลกโทรนิคส์ CES 2019 หนึ่งในนั้นคือ Honda Autonomous Work Vehicle คันนี้ Autonomous Work Vehicle เป็นยานพาหนะขับเคลื่อน 4 ล้อแบบรถออฟโรดขนาดเล็ก ได้รับการออกแบบมาเพื่อ “ทำงานช่วยเหลือมนุษย์” ในภารกิจและการปฏิบัติงานต่างๆ....

SK - 17/12 - 10:30

สวยทุกมุม! ชมเชฟเจมี่ โอลิเวอร์ ทดสอบขับรถ Range Rover Evoque รุ่นใหม่

เชฟชื่อดังชาวอังกฤษ เจมี่ โอลิเวอร์ กลายเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ในโลกทีได้ขับรถเอสยูวีสุดสวย Range Rover Evoque เจนเนอเรชั่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว วีดีโอความยาว 1:43 นาทีเผยให้เห็นเชฟโอลิเวอร์ขับรถ Evoque รุ่นใหม่ออกไปยังตลาดโบโรมาร์เก็ตเพื่อหาซื้อวัตถุดิบทำอาหาร รวมถึงการขับตระเวนผ่านถนนและสถานที่ยอดนิยมใจกลางกรุงลอนดอน ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการทำเบอร์เกอร์มังสวิรัติให้แก่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน Evoque Experience ของ....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

16/05/18 09:16

เผยฟังก์ชั่น "keyless" คร่าชีวิตผู้ใช้รถนับสิบ เนื่องจากลืมดับเครื่องยนต์

ก่อน

ซีอีโอ Tesla ชี้ลูกค้าโชคดีแค่ข้อเท้าหัก หลัง Tesla Model S ชนพังยับในโหมดขับอัตโนมัติ

ต่อไป