[Review]ทดสอบ Kawasaki Z900RS และ Z900 สองพี่น้องสี่สูบกล้ามโตจากค่ายเขียว

เขียนโดย

เขียนโดย06/06/18 06:06

รีวิว Kawasaki Z900RS และ Z900 รถเปลือยต่างสไตล์ พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน แล้วต่างอย่างไร อะไรเหมาะกับใคร ชอบสไตล์ไหนมาดูกัน (คลิปทดสอบท้ายบทความ)

Kawasaki Z900RS เป็น New Model ปี 2018 ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาด Kawasaki Z1 ต้นตระกูลที่ถือกำเนิดในช่วงปี 1970 วัสดุและงานประกอบสุดประณีต โคมไฟหน้าและเรือนไมล์ทรงกลมสีดำตัดด้วยกรอบโครเมียม

Kawasaki Z900RS

ภายนอกคนละสไตล์โดนใจคนละแบบ

ถังน้ำมันทรงหยดน้ำไล่ยาวไปจนถึงช่วงท้ายแบบ “ตูดเป็ด” ฝังไฟท้ายแบบวงรี สาดสีคาดลายสาดสีน้ำตาล/ส้ม แปะตรา KAWASAKI ตัวนูนข้างถัง และ Z900RS ที่ฝากระเป๋า ให้ความ Classic ได้เต็มอารมณ์  Z900RS มีด้วยกัน 3 เวอร์ชั่น คือ Z900SE, Z900RS SE และ Z900RS Café ส่วนคันที่เราได้มาทดสอบเป็น Z900RS SE

Kawasaki Z900RS

ส่วน Kawasaki Z900 เป็น New Model ของปี 2017 สายพันธุ์ Sugomi ของตระกูล Z เปิดตัวครั้งแรกในไทยช่วงเดือนพฤศจิกายน 2016 มาแทนที่ Z800 เป็นรถในสไตล์  Naked Sport Bike ขัดเกลารูปทรงให้มีความโฉบเฉี่ยมมากขึ้น ล้ำสมัย

ไฟท้าย LED ดีไซน์เป็นตัว Z โดดเด่นสุดๆ และคันที่เราได้มาทดสอบเป็น Z900 SE หรือ Special Edition ซึ่งมีออฟชั่นพิเศษติดรถมาเป็นมาตรฐานจากโรงงานต่างจาก Z900 รุ่นธรรมดา

Kawasaki Z900

เครื่องยนต์ทันสมัย บ้าพลัง พร้อม Assist & Slipper Clutch

เครื่องยนต์ของ Kawasaki Z900RS เป็นบล็อกเดียวกับ Z900 เดิม แบบ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรความจุ 948 ซีซี. ให้กำลัง 110 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที มีแรงบิด 98.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีด

Kawasaki Z900RS

ฝั่ง Z900 เครื่องยนต์ให้กำลัง 125 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที แรงบิด 98.6 นิวตันเมตร ที่ 7,700 รอบต่อนาที โดยทั้ง 2 รุ่นมี Assist & Slipper Clutch

Kawasaki Z900

Kawasaki Traction Control เฉพาะใน Z900RS

ที่เพิ่มเข้ามาต่างจาก Z900  เดิมคือระบบ KTRC (Kawasaki Traction Control) ระบบแทรคชั่นคอนโทรลมีให้เลือก 2 ระดับ และปิดได้ ปรับเลือกการทำงานที่สวิทซ์แฮนด์ด้านซ้ายแบบเดียวกับ Kawasaki หลายรุ่นที่มีระบบนี้ เลือกการทำงานโดยไม่ต้องหยุดรถ แต่การปิดระบบต้องหยุดรถเท่านั้น และเมื่อเราปิดระบบ KTRC พร้อมกับดับเครื่องยนต์ ทันทีที่สตาร์ทใหม่ระบบจะเปิดระบบ KTRC ให้โดยอัตโนมัติ

Kawasaki Z900RS

เรือนไมล์เก๋า ฟังก์ชั่นใช้ใช้งานครบ

Kawasaki Z900RS มีเรือนไมล์ดีไซน์ย้อนยุคแบบ 2 ลูก แยกความเร็วกับวัดรอบ แฝงความทันสมัยด้วยจอ LCD ระหว่างกลาง บอกตำแหน่งเกียร์ บอกสถานะ KTRC นาฬิกา น้ำมันเชื้อเพลิง ความร้อน ระยะทาง ครบถ้วน เลือกหรือปรับตั้งได้ที่สวิทซ์แฮนด์ด้านซ้ายเช่นเดียวกับระบบ KTRC …นอกจากนี้ Z900RS ยังมีช่องสำหรับเสียบชาร์จไฟซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่ง เป็นแบบช่องจุดบุหรี่ในรถยนต์ ซึ่ง Adapter แบบ USB มาต่อใช้งานเสียบชาร์จ Gadget ต่างๆ ได้ไม่ยาก ระบบไฟส่องสว่างเป็น LED รอบคัน

Kawasaki Z900

ฝั่ง Z900 เรือนไมล์เป็น LCD บอกการทำงานเป็นดิจิตอล มีบขนาดกะทัดรัด ไฟ บอกรอบเครื่องยนต์ด้วยไฟ LED วิ่งตามตัวเลขที่ขอบด้านนอก ให้อารมณ์อนาล็อก และในส่วนออฟชั่นที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับรุ่น SE คือ วินชิลด์หน้า ช่องสำหรับเสียบชาร์จไฟติดตั้งข้างๆ เรือนไมล์ แผ่นกันรอยถัง การ์ดหม้อน้ำ การ์ดกันแคร้ง ฝาครอบท้าย เฟรมสไลด์ กันลมล้อหน้า

Kawasaki Z900

ช่วงล่าง “ซิ่ง” แน่นหนึบทุกวงสวิง

ช่วงล่าง Z900RS จัดว่าแจ่ม โช้คอัพหน้า Upside Down ขนาด 41 มม. ปรับ Compression, Rebound damping และ Spring preload โช้คอัพหลังเป็นโช้คแก๊สเดี่ยววางนอนเกือบขนานกับพื้นทำงานร่วมกับสวิงอาร์มในชื่อทางเทคนิคว่า Horizontal Back-link ปรับ Rebound damping และ Spring preload ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรก Dual semi-floating ขนาด 300 มม. จับด้วยคาลิเปอร์ 4 พอร์ทแบบเรเดียลเม้าท์

Kawasaki Z900RS

มาสเตอร์เบรกหรือ “ปั้มบน” หน้าตาละม้ายคล้ายที่อยู่ในรุ่นพี่ Z1000 เบรกหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 250 มม. คาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ พร้อมระบบ ABS ติดมาเป็นมาตรฐานทั้งหน้าและหลัง ล้อเป็นล้อแม็กก้านถี่ ให้อารมณ์คลาสสิคแบบล้อซี่ลวด แต่ล้อแม็กจะให้ความเสถียรในความเร็วสูงได้ดีกว่า รัดด้วยยาง Dunlop Sportmax ยางหน้าขนาด 120/70ZR17 ยางหลังขนาด 180/55ZR17 ซึ่งเป็นขนาดและเกรดเดียวกับสปอร์ตตัวแรง

Kawasaki Z900

ฝ่าย Z900 SE โช้คอัพหน้าจะปรับ Rebound damping และ Spring preload กระบอกโช้คสีทองโดดเด่นสุดๆ โช้คหลังปรับ Rebound damping และ Spring preload ติดตั้งด้วยเทคนิคเดียวกันกับ Z900RS …

ดิสก์เบรกคู่หน้าขนาด 300 มม. คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 250 มม. คาลิเปอร์แบบ 1 ลูกสูบ ซึ่งระบบเบรกทั้งหมดเป็นคนละชุดกับ Z900RS พร้อมติดตั้งระบบ ABS เป็นมาตรฐานมาจากโรงงานเช่นเดียวกัน และยางที่ใช้จะเป็นยี่ห้อและขนาดเดียวกัน

Kawasaki Z900

สุภาพ แต่อย่าให้เดือด!!

Kawasaki Z900RS เป็นการ Mix ระหว่างดีไซน์ย้อนยุคกับเครื่องยนต์และช่วงล่างระดับสปอร์ตไบค์!!  ผมคล่อม Z900RS ให้ตำแหน่งท่านั่งในแบบนั่งหลังตรง มีพักเท้าไม่สูงนัก กับเบาะนั่งที่ต่ำสามารถวางเท้าบนพื้นได้เต็ม 2 เท้า(ผมสูง172 cm.) แฮนด์บาร์ทรงยกสูง(สูงกว่ากระจกรถยนต์นิดหน่อย) ท่าการขับขี่ทั้งหมดจึงอยู่ในลักษณะผ่อนคลาย สามารถหักเลี้ยวมุดซอกรถติดได้คล่องตัวผม

เมื่อต้องขี่ฝ่าการจารจรที่หนาแน่น ความร้อนอยู่ในอัตราปกติ กำลังเครื่องยนต์ที่ตอบสนองในเกียร์ต่ำ(1-3) สั้นกระชับแต่สมู้ท เนียนเรียบ แต่เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง พร้อมจะกระโจนไปเมื่อเปิดคันเร่งแรงๆ แรงบิดรอบต่ำกลางโดดเด่นมาก กดคันเร่งแซงแบบกระทันหันในเกียร์ 3  – 4 จากความรอบเครื่องและความเร็วต่ำๆ ก็ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเชนลงเกียร์ต่ำ

Kawasaki Z900

ผมเคยกดความเร็วสูงสุดของ Z900RS ไว้ที่ 240 Km/h ที่ 9,400 รอบ/นาที

นอกจากจุดเด่นของอัตราเร่งในรอบต้น – กลางแล้ว ย่านกำลังรอบปลายยังดุเดือดเร้าใจ จึงต้องเกริ่นก่อนว่าผมเคยได้ทดสอบ Z900RS ไปแล้วครั้งหนึ่งด้วยการใช้งานมากกว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งผมเคยกดความเร็วสูงสุดของ Z900RS ไว้ที่ 240 Km/h ที่ 9,400 รอบ/นาที สุดตัวเลขบอกความเร็วบนเรือนไมล์พอดี ความเร็วจาก 0 ไปถึง 200 Km/h ทำได้ทันใจแต่จาก 200 ไป 240 จะช้าอยู่บ้าง และต้องหมอบหลบลมช่วยไม่งั้น(คนขี่)สู้แรงปะทะของลมไม่ไหวนั่นเอง

Kawasaki Z900RS

ช่วงล่างให้ฟีลลิ่ง “หนึบแน่น” โดยที่ผมใช้ค่าที่ตั้งมาจากโรงงาน เดินคันเร่งเข้าโค้งไม่ยวบย้วย ในความเร็วสูงให้ความมั่นคงได้ดีแม้พื้นคอนกรีตเส้นหลัง ม. กรุงเทพมุ่งหน้าอยุธยาจะไม่เรียบก็ตาม

ท่านั่งที่ขี่สบายแต่เมื่อใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องนานๆ ต้องหมอบหลบลมบ้าง ไม่งั้นโต้ลมจนล้าแน่นอน ระบบเบรกผมไม่ได้ใช้จนถึงขั้นระบบ ABS ทำงาน โดยเฉพาะในเบรกหน้า แต่จากลักษณะการขี่ทดสอบก็ได้ใช้อย่างกระทันหันรุนแรงหลายช่วง การเบรกหรือชะลอความเร็วทำได้ตามต้องการ ไว้ใจได้ทุกสถานการณ์

Kawasaki Z900

การตอบสนองของเครื่องยนต์ไม่มีให้รอรอบ “เปิดเป็นมา” ทุกเกียร์

Kawasaki Z900 SE มีตำแหน่งท่านั่งสไตล์สปอร์ต หลังก้มกว่า Z900RS เล็กน้อย ให้ความกระชับมากกว่า Z900RS รวมถึง การควบคุมที่ง่าย ความคล่องตัวทำได้โดดเด่นด้วยเพราะ Z900 SE มีการปรับเรื่องวัสดุ เฟรม และชิ้นส่วนต่างๆ ใหม่ทั้งหมดทำให้น้ำหนักตัวเบากว่า Z800

การตอบสนองของเครื่องยนต์ไม่มีให้รอรอบ “เปิดเป็นมา” ทุกเกียร์ และด้วยพละกำลังที่มีมากกว่า Z900RS ความเร็วปลายมีให้ใช้มากกว่าเช่นเดียวกัน และด้วยสไตล์รถและการขับขี่ที่เรียกว่าจะเป็นแบบเดียวกัน การขี่ในความเร็วสูงต่อเนื่องยาวๆ อาจต้องหมอบหลบลมบ้างจึงจะไม่เหนื่อยมาก ช่วงล่างพอได้ แต่หน้ายังไวไปนิด พาให้ “เหวอ” ได้ง่ายๆ ถ้าได้กันสะบัดมาช่วยก็จะลงตัว อั๊ยย่ะ ใช่ ใช่

Kawasaki Z900RS

สรุปว่าชอบเลยแล้วกัน

ชอบความ Retro มี History มายาวนาน ทรงคุณค่า งานประณีตตามแบบฉบับการผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ ช่วงล่าง Performance สูง กดคันเร่งไล่รถสปอร์ตได้ ในโค้งก็ไม่หวั่น ใช้งานได้สนุกทุกวัน ก็ Z900RS …แต่ถ้าชอบหน้าตา Naked สมัยใหม่ ดุดัน เครื่องยนต์ให้ความเร้าใจสูง ท่าขี่กระชับให้อารมณ์สปอร์ต ก็ต้อง Z900 หรือ Z900SE

 

Kawasaki Z900RS SE มีราคา 499,000 บาท และราคา 485,000 บาทในรุ่น RS กับ 505,000 บาทในรุ่น RS Café ที่มาพร้อมโม่งกับสีเขียวพิเศษ ส่วน Kawasaki Z900SE ราคา 429,000 บาท และ  399,000 บาทใน Z900 รุ่นธรรมดา..ส่วนผมนั้นอยากได้รถแนว Retro หล่อๆ แต่ก็อยากจะแรงด้วย Z900RS นี่แหล่ะใช่เลย  

คลิกชม VDO รีวิวกันต่อเลยครับ

ขอบคุณ : บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จํากัด

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Cokey - 18/10 - 20:17

[1st Drive] New BMW X4 xDrive20d M Sport ขับสนุก ลุคสปอร์ตพรีเมี่ยม ค่าตัว 3.999 ล้านบาท

สัมผัสการขับขี่แรกกับรถยนต์อเนกประสงค์ที่ลุคสปอร์ตสุดดุดันรุ่นใหม่อย่าง BMW X4 xDrive20d M Sport กับการทดสอบจัดเต็มในสนามแข่งแก่งกระจานเซอร์กิต สปอร์ตจัดเต็มค่าตัว 3.999 ล้านบาท ถือเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีการปรับเปลี่ยนให้บุคลิคดูมีความสปอร์ตมากขึ้นจริงๆ สำหรับ New BMW X4 รุ่นนี้ ซึ่งรุ่นนี้ก็ถือเป็น เจนเนอเรชั่น ที่....

Man - 18/10 - 11:42

[MotoGP] Twin Ring Motegi สนามสุดเดือดเลือดบูชิโด – JapaneseGP

เดินทางกันมาต่อกับการแข่งขันสนามที่ 16 กับ JapaneseGP ณ ดินแดนอาทิตย์อุทัย และสนาม Twin Ring Motegi ซึ่งการแข่งขันในสนามนี้นับว่าต้องจับตาดูกันเป็นพิเศษในด้านของการจารึกสถิติ และผลคะแนนในการแข่งขัน

Ken - 18/10 - 08:01

Takaaki Nakagami หวด MotoGP ฤดูกาล 2019 ต่อกับ LCR Honda

ก่อนที่การแข่งขันที่ Twin Ring Motegi ประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มต้นขึ้นก็ได้มีการลงนามในสัญญาของนักแข่ง MotoGP อีกหนึ่งฉบับเกิดขึ้นโดยสัญญาดังกล่าวเป็นการคอนเฟิร์มว่าชาวญี่ปุ่นเพียงหนึ่เดียวอย่าง Takaaki Nakagami จะหวด MotoGP ต่อในฤดูกาลหน้า เจ้าของลายหมวกกันน็อคปีกสีทองจะรับหน้าที่หวดรถแข่ง Honda RC213V ต่อในฤดูกาลหน้าด้วยความช่วยเหลือจาก Idemitsu ใต้สังกัด LCR Honda....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ผ่านงานทดสอบรถในสายสื่อมวลชนมาพอดู ขี่ Bigbike ตั้งแต่ยุคสนามไทยแลนด์เซอร์กิตวนซ้าย ในยุค ZZR1100 เป็น Production bike ที่เร็วที่สุดในโลก แต่ดันชอบขี่ GSXR1100 มากกว่า.....จริงๆ แล้วผมแค่ชอบขี่มอไซค์เที่ยว มีทัวริ่งคันโตพร้อมคนซ้อนไปเที่ยวคันเดียวยิ่งชอบนะ

06/06/18 06:06

[Video Review] Mazda 2 vs 2018 Suzuki Swift ศึกรถเล็ก คันไหนจะโดดเด่นอะไร ไปชมกัน

ก่อน

Dani Pedrosa โบกมือลา Repsol Honda หลังจากร่วมหอกันมานานกว่า 18 ปี

ต่อไป