[Review] ทดสอบ Ducati Panigale V4 สปอร์ต 4 สูบ เรือธงใหม่ของค่ายดูคาติ

เขียนโดย

เขียนโดย 04/07/18 07:04

พบที่สุดของความเดือดใน Panigale V4 Asia Press Test ทดสอบใหญ่ครั้งแรกในเอเชีย ที่สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย  

ผมได้รับเชิญไปร่วมงานทดสอบ Ducati Panigale V4 ครั้งแรกในเอเชีย ผสานหลักสูตร DRE ขั้น Advance ที่สนามเซปัง เอฟวัน อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อสุดยอดรถมอเตอร์ไซค์ สุดยอดครูฝึกดีกรีแชมป์โลก สุดยอดสนามแข่งขัน มารวมกันความมันส์จึงบังเกิด

Ducati Panigale V4s

มาดูเทคโนโลยี ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ กันก่อน ค่อยไปหวดกันให้ยับ!!

Ducati ใช้เครื่องยนต์แบบ L-Twin มายาวนาน พร้อมระบบวาล์ว Desmosedici เป็นเอกลักษณ์ของค่าย ซึ่งในเซ็กเม้นสปอร์ตมี 1299 Panigale เป็นเรือธงของค่าย และมี 1199 Panigale ใช้แข่งขันในรายการ WorldSBK  และเป็นค่ายเดียวที่ใช้เครื่องยนต์แบบ L-Twin แข่งกับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบของค่ายอื่นๆ ได้อย่างสูสี การันตีด้วยผลงานระดับรองแชมป์โลกของ Chaz Davies

Ducati Panigale V4s

สำหรับเครื่องยนต์แบบ V4 สี่สูบ V ดูคาติพัฒนาและใช้เฉพาะใน Desmosedici GP รถแข่งรายการ MotoGP ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรถที่มีความเร็วทางตรงมากที่สุดในรายการแข่งขัน และยังเคยคว้าทั้งแชมป์โลกและรองแชมป์โลกมาแล้ว แต่รถที่ทำแข่งขันในรายการ MotoGP เป็นรถแบบ Prototype ไม่ทำขาย เฉกเช่นเดียวกับรถ Formula 1 เป็นรถที่รวมเทคโนโลยี ระบบอิเล็กทรอนิกที่ทันสมัยที่สุด  

แต่ในที่สุดดูคาติก็ก้าวข้ามขี่จำกัดของเครื่องยนต์แบบ L-Twin ด้วยการนำเครื่องยนต์แบบ V4 เทคโนโลยีมาจากรถ Desmosedici GP รถแข่ง MotoGP ใส่ในรถ Production ผลิตเพื่อขายใส่รหัส Panigale V4 และแน่นอนนี่คือรถสปอร์ตระดับเรือธงของค่ายแทนที่ 1299 Panigale นั่นเอง

Ducati Panigale V4s

เครื่องยนต์ 4 สูบใหม่ล่าสุด Desmosedici Stradale V4 

Panigale V4 ใช้เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale V4 ทำมุม 90° ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบ Desmodromic 16 วาล์ว ปริมาตรกระบอกสูบ 1,103 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดใช้ 2 หัวฉีดต่อ 1 ห้องเผาไหม้ ชุดลิ้นปีกผีเสื้อขนาด 52 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 14.0:1  ให้กำลัง 214 แรงม้าที่ 13,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 124 นิวตันเมตรที่ 10,000 รอบ/นาที เกียร์ 6 สปีด คลัทช์เปียก 11 แผ่นพร้อม Slipper Clutch  เครื่องยนต์มีขนาดกะทัดรัด มีน้ำหนักเฉพาะเครื่องยนต์ที่ 64.9 กิโลกรัม(หนักกว่า 1299 เพียง 2.2 กิโลกรัม)

ด้วยแรงม้า 214 ตัวกับน้ำหนักรถรวมของเหลวที่ 195 กิโลกรัม ทำให้แรงม้า 1 ตัวแบกน้ำหนักเพียง 0.91 กิโลกรัมเท่านั้น!!

Ducati Panigale V4s

เทคโนโลยี Counter Rotating Crankshaft เพลาข้อเหวี่ยงหมุนแบบเดียวกับรถ MotoGP

ดูคาติยกเทคโนโลยี Counter Rotating Crankshaft หรือ Reverse Rotating Crankshaft เพลาข้อเหวี่ยงหมุนตรงกันข้ามกับการหมุนของล้อเช่นเดียวกับรถแข่ง MotoGP ซึ่งรถทั่วไปเพลาข้อเหวี่ยงจะหมุนไปทิศทางเดียวกับล้อ ข้อดีคือเครื่องยนต์ชดเชยแรงกระทำที่เกิดจากแรงหมุนของล้อ และสามารถสร้างแรงบิดจากแรงเฉื่อยจากการหมุนในทิศทางตรงกันข้าม ให้ความสมู้ทและสามารถลดอาการยกล้อหน้าได้อย่างดีเมื่อต้องกระชากคันเร่งออกจากโค้ง

Ducati Panigale V4s

ล้ำสมัยสุดๆ กับระบบ Electronic Riding Control 2.0 

Panigale V4 ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกที่ทันสมัย ใช้ 6D Bosch Inertial Measurement Unit (IMU) แบบ 6 แกน ตรวจจับมุมเอียงต่างๆ ของรถส่งไปประมวลผลที่ ECU ได้อย่างฉับไว ระบบอิเล็กทรอนิกที่รวมมาเป็นแพคเกจใน Riding Mode ต่างๆ เซ็ตค่าที่เหมาะสมกับการใช้งานให้เลือกใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แต่ผู้ขี่สามารถเลือกปรับตั้งได้เองที่สวิทซ์แฮนด์ด้านซ้าย ซึ่งระบบอิเล็กทรอนิกต่างๆ มีดังนี้

Ducati Panigale V4s
  • Bosch Cornering ABS EVO ระบบเบรก ABS จาก Bosch เป็นระบบ ABS ที่ใช้งานในโค้งได้ สามารถตั้งค่าเองได้ 3 ระดับ โดยระดับ 3 ระบบ ABS จะทำงานฉับไวที่สุด เหมาะสำหรับพื้นถนนทั่วไปหรือในพื้นที่มีความลื่น ระดับ 2 สามารถใช้งานในโค้งหรือขณะรถเอียงตัวเลี้ยวทั่วไปได้ปลอดภัย ระดับ 3 เหมาะกับการใช้งานในสนามแข่งขันระบบจะตอบสองเมื่อใช้เบรกหนักจริงๆ เมื่อต้องมาด้วยความเร็วสูงและเบรคหนักๆ เข้าโค้ง รวมถึงการเบรกในขณะรถมีมุมเอียงในโค้งได้ หรือเบรคเพื่อเข้าโค้งเอสหรือโค้งต่อเนื่อง สามารถช่วยแก้ข้อผิดพลาดให้ผู้ขี่ได้อีกด้วย
Ducati Panigale V4s
  • Ducati Traction Control EVO (DTC EVO) ระบบ Traction Control ทำงานร่วมกับคันเร่ง Ride by Wire และ IMU ตรวจจับมุมเอียงของรถ คำนวณแรงกระทำของ TC ต่อล้อหลังในขณะนั้นๆ ให้เหมาะสม และแน่นอนผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าเองได้
  • Ducati Slide Control (DSC) ทำงานคล้ายกับระบบ DTC ทำงานผสานคันเร่งและมุมเอียงป้องกันแรงกระทำของแรงบิดเมื่ออยู่ในโค้งป้องกันอาการสไลด์หรือสามารถควบคุมการสไลด์ให้มาก-น้อยได้
Ducati Panigale V4s
  • Ducati Wheelie Control EVO (DWC EVO) ป้องกันอาการยกหน้าเมื่อต้องเดินคันเร่งแรงๆ อย่างตอนออกจากโค้ง
  • Ducati Power Launch (DPL) ช่วยการออกตัวในรอบสูง สามารถปรับเลือกใช้ได้ 3 ระดับ ระบบจะปลดการทำงานเองอัตโนมัติเมื่อออกตัวไปแล้ว ระบบยังช่วยรักษาชุดคลัทช์ไม่ไห้ทำงานหนัก เมื่อเลือกทำงานร่วมกับระบบ DWC จะสามารถออกตัวด้วยรอบเครื่องยนต์สูงได้อย่างดี
Ducati Panigale V4s
  • Ducati Quick Shift up/down EVO (DQS EVO) ระบบช่วยเพิ่มและลดเกียร์โดยไม่ต้องบีบคลัทช์ ได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้นจาก 1299 Panigale เพื่อให้เหมาะกับเครื่องยนต์แบบ V4 มีความนุ่มนวลและแม่นยำ
  • Engine Brake Control EVO (EBC EVO) ระบบควบคุมแรงเบรกของกำลังเครื่องยนต์หรือ Engine Brake สามารถปรับเลือกได้เอง 3 ระดับ

Ducati Panigale V4s

  • Ducati Electronic Suspension EVO (DES EVO) จะมีอยู่ใน Version S ที่ใช้กันสะเทือนของ Ohlins ซึ่งจะเป็นทำงานร่วมกันของ Ohlins Smart EC (Electronic Control) และ 6D Bosch IMU นอกจากจะปรับการทำงานของโช้คอัพให้เหมาะกับสถานการณ์นั้นๆ แบบเรียลไทม์ให้เหมาะสมที่สุดแล้ว ผู้ขับขี่ก็สามารถปรับตั้งเองได้อีกเช่นกัน
Ducati Panigale V4s

3 โหมดการขับขี่ 3 ความต่าง

Panigale V4 มีโหมดการขับขี่มาให้ 3 โหมด คือ Race, Sport, Street โดยแต่ละโหมดจะทำงานร่วม Ride by Wire และระบบอิเล็กทรอนิกที่กล่าวมาเป็น Package รวมทั้งระบบ DES กันสะเทือนไฟฟ้าที่มีในรุ่น S ด้วย

Ducati Panigale V4s

เรือนไมล์สุดไฮเทค Electronic TFT Dashboard

Panigale V4 ใช้เรือนไมล์แบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถปรับตั้งได้ 2 รูปแบบคือ Track กับ Road พร้อมระบบ Ducati Multimedia System (DMS) ดูและดึงข้อมูลต่างๆ ออกมาใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วสูงสุด การใส่เกียร์ โหมดที่ใช้ และอื่นๆ

นอกจากนี้ Panigale V4 ได้ติดตั้ง Ducati Lap Timer GPS (DLT GPS) บันทึกและแสดงผลการขี่เมื่อขี่ใน Track บันทึกข้อมูลและจับเวลาได้ 15 รอบติดต่อกัน และยังมีระบบ Ducati Data Analyzer + GPS (DDA + GPS) ช่วยประเมินประสิทธิภาพของรถในรูปแบบกราฟิก ไม่ว่าจะเป็นรอบเครื่องยนต์ ความเร็ว การเลือกเกียร์ การใช้คันเร่ง ระยะทาง…สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ด้วย Bluetooth 

Ducati Panigale V4s

ช่วงล่างไฟฟ้า Ohlins คาลิเปอร์ Brembo รุ่นใหม่ ล้อ Forget Marchesini 

โช้คอัพหน้าในรุ่นธรรมดาจะใช้ Showa Big Piston Forks (BPF) ขนาด 43 มม. ปรับได้ทุกจุด เหน็บกันสะบัดของ Sachs โช้คหลังก็จะเป็นของ Sachs เช่นกันและสามารถปรับได้อย่างละเอียด สำหรับรุ่น S และรุ่น Speciale จะใช้โช้คอัพหน้า Ohlins NIX-30 โช้คหลัง Ohlins TTX36 พร้อมระบบ Ohlins Smart EC 2.0  และโช้คกันสะบัดก็เป็น Ohlins

Ducati Panigale V4

ดิกส์เบรกหน้าขนาด 330 มม. คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบของ Brembo เป็นอัลลอยด์ชิ้นเดียวน้ำหนักเบากว่ารุ่น M50 และมีขนาดกะทัดรัดกว่า ดิสก์หลัง 245 มม. คาลิเปอร์หลัง Brembo 2 ลูกสูบ  

ล้อ Cast Aluminium ในรุ่น Standard และรุ่น V4S  ส่วนรุ่น V4 Speciale จะเป็นล้อ Marchesini Forged Aluminium ติดยาง Pirelli Diablo Supercorsa SPV3 ขนาด 120/70 ZR17 ที่ด้านหน้า และขนาด 200/60 ZR 17 ที่ด้านหลังเป็นมาตรฐาน

Ducati Panigale V4s

การทดสอบผสานหลักสูตร DRE ขั้นสูง 

ผมเป็นหนึ่งในตัวแทนประเทศไทยที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมทดสอบ Ducati Panigale V4 ในครั้งนี้ จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเองเคยร่วมทดสอบรถดูคาติในงานระดับเอเชียหรือระดับโลก ดูคาติจะมีการคัดกรองความสามารถหรือทักษะการขับขี่(บ้าง)เมื่อต้องทดสอบรถที่มี Performance สูงๆ และครั้งนี้ก็เช่นกัน จะต่างตรงที่มีความเข้มงวดในการคัดกรองมากขึ้น ใช้เอกสารหลักฐานมากกว่าเดิม ผู้ขี่ต้องมีทักษะพอจะใช้ประสิทธิภาพหรือควบคุม Panigale V4 ในสนามแข่งขันได้ “ถึง” และ “ปลอดภัย” จริงๆ

Ducati Panigale V4s

โดยการทดสอบครั้งนี้ยังเป็นการทดสอบในรูปแบบการเรียนการสอนในขั้น Intermediate ของทีม Instructor DRE (Ducati Riding Experience) จากอิตาลี นำทีมโดย Dario Machetti บอสใหญ่ DRE,

Alessandro Valia นักทดสอบมือ 1 ของ Ducati (ถ้าไม่นับ Stoner นะ) อดีตเป็นนักแข่ง WorldSBK โดยทั้งภาพถ่ายหรือ VDO Present ทดสอบรถสปอร์ตของดูคาติไม่ว่าจะเป็น 1299 หรือ V4 ล่าสุดนี่ก็คือเขาคนนี้เองที่ขี่,

Manuel Poggiali อดีตแชมป์โลก WorldGP รุ่น GP250 และ GP125, Simon Kwan หัวหน้าทีม DRE จากจีน และ คุณเล็ก ศักดา  พรรณยืนยง หัวหน้าทีม DRE จากประเทศไทย

Ducati Panigale V4s

นักทดสอบและสื่อมวลชนจากเอเชียร่วมทดสอบ การทดสอบทุกคนจะได้ขี่ 5 Session ในแต่ละ Session จะใช้เวลา 20 นาที  และแบ่งตามทักษะของผู้ทดสอบออกเป็น 6 กรุ๊ปด้วยปลอกแขนต่างสีกัน Level ของทักษะการขี่แบ่งเป็น Level 1 – 6 ซึ่ง Level 1 คือทักษะน้อยสุดไปจนถึง Level 6 ทักษะการขี่สูงสุด  ผมถูกจัดให้อยู่ใน Level 4 ได้ Simon Kwan เป็น Instuctor ในตอนลงทะเบียน

สำหรับรถ Dacati Panigale V4 จะมีด้วยกัน 3 รุ่นคือ Panigale V4, Panigale V4S และ Panigale Speciale และรุ่นที่เราจะได้ทำการทดสอบขี่ในครั้งนี้คือ Ducati Panigale V4S ซึ่งจะมีระบบกันสะเทือนไฟฟ้าอย่างที่ผมได้เขียนไว้ในตอนต้น

Ducati Panigale V4s

First Impression ความประทับใจตั้งแต่ขึ้นคร่อม

สัมผัสแรกคือเบาะนั่งไม่สูงนัก รู้สึกเตี้ยกว่า 1199 Panigale และ 959 Panigale กระทัดรัดแต่ให้ความกระชับที่ดีกว่านะ อยู่ในท่าหมอบขี่ไตล์ Racing แต่ให้ความสบายกว่าสปอร์ตญี่ปุ่นหลายรุ่น ชิลด์หน้าสูงและใสเคลียร์แทบจะไม่ต้องง้อของแต่ง เสียงของเครื่องยนต์ต่างจาก L-Twin เดิม แต่ก็คล้ายกันอยู่ มีความสมู้ทไม่ดังมาก ได้ฟิลลิ่งด้วยเสียงการทำงานของระบบ Desmosedici ที่เป็นเอกลักษณ์จริงๆ… แต่!! สักพักก็เสียงเครื่องยนต์ก็เปลี่ยนไป ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะ??

Ducati Panigale V4s

ที่ผมบอกว่าเสียงคล้ายเครื่อง L-Twin นั้น นอกจากด้วยระบบวาล์วแล้ว ความพิเศษของเครื่องยนต์ Panigale V4 คือเมื่อสตาร์ทแล้วจอดนิ่งที่ 0 km/h พร้อมกับอุณหภูมิเครื่องยนต์ขึ้นสูงเกิน 80 องศาเซลเซียส ระบบจะสั่งงานให้ 2 สูบหลังจะไม่ทำงาน ทำงานเพียง 2 สูบด้านหน้าเท่านั้น

ลดการเผาไหม้ ลดการสึกหลอ ลดความร้อน ประหยัดเชื้อเพลิง และแน่นอนเหมาะกับการจราจรบ้านเรานะ และเมื่อครบตามเงื่อนไขนี้ ก็เป็นสาเหตุของเสียงเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนไปเพราะทำงานเพียง 2 สูบ มีความดังขึ้นกว่าเครื่องยนต์ขณะทำงานครบทั้ง 4 สูบเล็กน้อย

Ducati Panigale V4s

20 คัน “ลั่น” สนามเซปังฯ 

ผมเริ่มด้วยโหมด Sport ตบเกียร์ 1 ลากออกไปใน Pit lane ที่ความเร็วไม่เกิน 60km/h ผมต้องแปลกใจเกียร์ 1 ที่ “ลาก” ได้ยาวพอสมควรในรอบต่ำโดยไม่มีอาการ “ลั่น” เร่งให้เปลี่ยนเกียร์เร็วๆ แบบรถทั่วไป ในเกียร์ 2 ก็ทำได้น่าประทับใจเช่นเดียวกัน

ออกจากพิทเลน พ้นโค้ง 2 ของสนามเซปังฯ ผมเริ่มกดคันเร่งเกาะไลน์ไปตามโค้ง 3 ที่เป็นโค้งขวากว้าง ต่อด้วยโค้ง 4 ที่ค่อนข้างแคบ เบรกสั่งได้ดีเยี่ยม ระยะเบรกเพี้ยนคือรถมันจะหยุดก่อนอ่ะนะ แฮร่! ตัวรถก็พลิกเลี้ยวได้ง่ายฉับไว

Ducati Panigale V4s

ผมขี่อยู่ในอันดับ 3 ตามท้ายเพื่อนนักทดสอบชาวจีน 2 คน มี Simon Kwan เป็น Instructor นำขบวน โดยให้สมาชิกในทีมขี่สลับกันขึ้นมาตามท้าย Instructor เพื่อจะได้ดูและประเมินการขับขี่ ทางตรงหน้า Grandstand ใน Session นี้ ผมทำได้สูงสุดที่ 270 km/h แบบสบายๆ ไม่เต็มคันเร่งนัก  

จุดเบรกยังห่างไกลจากป้าย 200 เมตรก่อนโค้ง 1 สุดทางตรง ในระหว่างนั้นผมก็ขี่ทำความคุ้นเคยบตัวรถและไลน์สนามจนลืม “กั๊ก” ความเร็วที่ใช้ ด้วยความเร็วที่ไม่สูงนัก Panigale V4S จึงขี่ง่ายมาก การควบคุมเบาแรง เครื่องยนต์มีความสมู้ทสูง

  Ducati Panigale V4s

Session 2 ก็ยังใช้รูปแบบการขับขี่แบบเดียวกับ Sesion แรก แต่เริมไปเพียง  3 รอบ ก็มีธงแดงให้ยุติการขับขี่ แต่ผมยังต้องขี่วนต่อให้ครบรอบแล้วค่อยเข้าทางที่ให้เข้าพิท  ปรากฏว่าเจอเพื่อนนักทดสอบเกิดอุบัติเหตุล้มไฮไซด์อย่างรุนแรงที่หัวโค้ง 3 แคร้งเครื่องยนต์กระแทกจนแตกทำให้มีน้ำมันเครื่องไหลเลอะที่หัวโค้งที่ 3 นี่เอง!! หลังจากเจ้าหน้าที่สนามช่วยกันเคลียร์แทร็กปิดท้ายด้วยการโรยผงปูนขาวก็เริ่มทดสอบกันต่อทันที ซึ่งปูนขาวที่โรยขวางไลน์วิ่งก็กลายเป็นอุปสรรคไปโดยปริยาย ต้องอาศัยช่วงล่างของ Panigale V4S  เลื้อยหลบอย่างไม่ต้องสงสัย 

Ducati Panigale V4s

และผมก็ถูก Simon Kwan ปรับให้ขึ้นไปขี่ในกรุ๊ปที่มี Level หรือทักษะสูง มี Manuel Poggiali เป็น Instructor และสมาชิกในกรุ๊ปนี้มีแต่อดีตนักแข่ง!! โดยใช้ปลอกแขนเป็นสีเทา สรุปว่า 3 Session รอบบ่าย ผมต้องขี่กับกรุ๊ปโหดนี้นั่นเอง มาถึงขนาดนี้ “เอาไงเอากัน” ลุยกันเลย มารู้ที่หลังว่ากรุ๊ปนี้คือกรุ๊ปที่เร็วที่สุดในงานทดสอบนี้

Ducati Panigale V4s

Knee Slider เช็ดพื้นที่ความเร็ว 200 km/h!!

Panigale V4 ถูกเปลี่ยนให้อยู่ในโหมด Race ผมคนแรกที่ขี่ตาม Manuel Poggiali ออกไป แค่เพียงโค้ง 3 ซึ่งเป็นโค้งขวากว้าง ความเร็วที่ใช้ก็เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน ผมเปิดคันเร่งเพื่อตามให้ทัน Poggiali ตั้งแต่เข้าโค้ง 3 จนส่งออกทางตรงความเร็วก็ทะลุ 200 ทั้งๆ ที่รถยังเอียงอยู่ในโค้ง

และพุ่งต่อเนื่องสู่ 240 km/h+ ในระยะทางสั้นๆ Ride by Wire ในโหมด Race ฉับไวและดุดันขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่ผมจะเบรคเพื่อเข้าโค้ง 4 โค้งขวาขึ้นเนิน ผมใช้เบรกหน้าอย่างรุนแรงจนรถสะบัดในหลายๆ โค้ง รวมถึงต้อง “เลียเบรกหน้า” ลากเข้าไปเกือบกลางโค้ง เพื่อรักษาไลน์วิ่งเพราะมาเร็วเกินลิมิตตัวเอง ระบบ ABS Conerring ได้ช่วยเหลือผมเต็มระบบ ทำให้รถยังเสถียรและผ่านจุดวิกฤตไปได้

Ducati Panigale V4s

ผมกดคันเร่งออกจากโค้ง 13 -14 โค้งดราม่าที่ Rossi ยกเข่าเขี่ย Marquez หลุดโค้งไปเมื่อ 2 ปีก่อน ออกสู่ทางตรงด้วยเกียร์ 2 ที่ลากรอบจนเกินกว่า 12,000 รอบ/นาที โดยประมาณหรือเท่าที่สายตามผมจะเหลือบมองได้ทัน ล้อหน้าก็เหินลอยจากพื้นแทร็คทันที ไม่น่ากลัวแต่กลับเป็นความตื่นเต้นเร้าใจอย่างบอกไม่ถูก ล้อหน้าที่เหินขึ้นก็ยกสูงขึ้นไปไม่น่าจะเกินฟุตครึ่ง ก่อนจะแลนดิ้งลงสู่พื้นแทร็คพร้อมให้สับเกียร์ 3 ส่งกำลังสู่ทางตรงอย่างไม่เสียจังหวะ ระบบ DWC ทำงานให้เห็นชัดเจนในจังหวะนี้นี่เอง

Ducati Panigale V4s

กลุ่มระห่ำ บิดทะลุกำแพงความกลัวที่ 280km/h+ 

ผมมีโอกาสทำความเร็วทางตรงหน้า Grandstand มากขึ้นเมื่อได้อยู่ในกรุ๊ปมหาโหดนี้นี่เอง การ Shift up เกียร์นุ่มนวนและฉับไว ผมพุ่งมาด้วยความเร็วที่ 280km/h+ ก่อนถึงป้าย 200 เมตร เตือนระยะถึงโค้ง 1 อยู่หลายรอบ ณ จุดนั้นก็ต้องพบกับกำแพงความกลัวของตัวผมเอง ไวเท่าความคิดมือขวายกคันเร่ง เท้าซ้ายกด Shift Down จากเกียร์ 6 ลงเกียร์ 2 อย่างรวดเร็ว ท้ายรถสไลด์ปัดออกข้างทั้งซ้ายขวาเบาๆ พร้อมกับการกำเบรกหน้าอย่างรุนแรง สู่ความเร็วประมาณ 80 km/h  เพื่อจะเลี้ยวผ่านโค้ง 1 ไปพร้อมๆ กับ Adrenaline ที่หลั่งออกมาจากหลายความรู้สึก ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดไร้การบีบคลัทช์ตามที่ Instructor บอกให้ทำ!

Ducati Panigale V4s

Quickshiter ทำงานได้นุ่มนวลทั้ง Up/Down และผมก็ชอบระบบ Engine Brake Control และ Slide Control ในโหมด Race ที่ให้ล้อหลังได้สไลด์ปัดจากแรงดึงของ Engine Brake แบบพองามแต่โคตรมันส์!  การเปิดคันเร่งแรงตั้งแต่กลางโค้งระบบ Traction Control ก็ช่วยได้อย่างเรียบเนียนไม่สะดุดเสียจังหวะ

โดดเด่นมากๆ กับระบบช่วงล่างไฟฟ้า Ducati Electronic Suspension ที่รองรับกับทุกสไตล์ทุกทักษะการขับขี่ รวมถึงทุกขนาดน้ำหนักตัว เพราะนักทดสอบหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขี่ง่าย เลี้ยวง่าย

ตัวผมเองจากขี่แบบไม่เต็มที่ใน Session แรกก็รู้สึกขี่ง่ายและเบาแรงอยู่แล้ว พอมาอยู่ในกรุ๊ปนักแข่งที่ต้องเค้นสมรรถนะ V4S เพื่อไล่ตามกลุ่มสุดชีวิต กอปรกับทักษะผมน้อยที่สุดในกรุ๊ปนี้ ช่วงล่างรวมถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ทำให้ผมควบคุมรถได้ดั่งใจ มีบางจังหวะ ล้น เลย ปลิ้น ก็ควบคุมให้กลับสู่ไลน์วิ่งได้ไม่ยากนัก ทุกๆ ครั้งที่หมดเวลาในแต่ละ Session ผมไม่เหนื่อยเหมือนที่เคยเป็น

Ducati Panigale V4s

เครื่องยนต์ V4 ที่มีเทคโนโลยี Counter Clankshaft เพลาข้อเหวี่ยงหมุนตรงกันข้ามกับทิศทางหมุนของล้อ ให้ความสมดุลและสมู้ทในการขับขี่สูง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งทั้งบนทางตรง การเร่งในโค้งกว้างขณะรถเอียงจน Knee Slider ถูกับพื้นแทร็ค หรือการลดความเร็วอย่างฉับไวเพื่อเข้าโค้ง

Ducati Panigale V4s

บทสรุปสุด Impressive ประทับใจเว่อร์

Panigale V4 เป็นรถที่ย้อนแย้งกันซักหน่อย คือเป็นขี่ง่ายกว่าที่คิด เลี้ยวง่าย ขี่สนุก มีพละกำลังสูงมาก และด้วยพละกำลังที่มีมากมายก็ควรจะมีทักษะในการขี่มากพอสมควร นี่ไง งงไหม?  คือจะบอกว่าถ้าจะขี่ให้สนุกหรือใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่มีมา ก็ควรมีทักษะการขี่ที่ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยแล้ว ยังทำให้รู้ถึงความต่างที่ Panigale V4 ทำได้อย่างสุดยอด ซึ่งต้องบอกเลยว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเป็น Package ร่วมกันทำงานทำให้เราขี่ง่ายจนไม่รู้ตัว

เครื่องยนต์แบบ V4 สมู้ทให้อัตราเร่งเร็วแรงมาก ช่วงล่างสมบูรณ์แบบ “เนียนกริ๊ป” แม้หลายๆ รอบผมจะเข้าโค้งแบบลนลาน หลุดไลน์ เพราะพยายามตามให้ติดกลุ่มก็ตาม…เบาะนั่งกระชับแต่สบาย เคลื่อนไหวถ่ายเทน้ำหนักซ้ายขวาง่าย แถมยังกว้างโอบบั้นท้ายดีจัง.. ยางติดรถ Pirelli Diablo Supercorsa SPV3 ขี่ในสนามเซปังฯ ทั้งวันไม่มีหยุด ยางยังให้ความ “หนึบ” ตลอดทั้งวัน จะเร็วแรงแค่ไหนก็เอาอยู่  

Ducati Panigale V4s

Ducati Panigale V4 เปิดตัวมา 3 รุ่น มีราคาดังนี้

  • Ducati Panigale V4 ราคา 969,000 บาท
  • Ducati Panigale V4S ราคา 1,169,000 บาท
  • Ducati Panigale V4 Speciale เป็น Limited Edition ผลิตเพียง 1,500 คัน ราคา 2,850,000 บาท และ 2,999,000 บาท สำหรับที่เป็นล้อ Magnesium
Ducati Panigale V4s

จุดเด่นมากมายที่ผมได้กล่าวไว้ในบทความ ซึ่งนอกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แล้ว ก็จะเป็นดีไซน์ที่สวย Sexy มาก มีรางวัลรถที่สวยที่สุดในงาน EICMA ปลายปีที่แล้วการันตี ชิลด์บังลมที่ใช้งานได้ดีโดยไม่ง้อชิลด์แต่ง เบาะนั่งสบาย ฯลฯ แต่ข้อสังเกตุที่ผมพบคงจะมีเรื่อง ขาตั้งที่เมื่อใช้บูท Racing แล้วเกี่ยวออกยากไปนิด ระบบ Quickshifter (Upshift) มีบางจังหวะไม่เข้าเกียร์ หรืออาจเป็นที่ผมออกแรง “เกี่ยว” เบาเองก็เป็นได้   

***สามารถชม VDO ทดสอบ Panigale V4 ครั้งนี้ได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้เลย***

Special Thank : บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด, Ducati Thailand

รีวิว 2018 Honda CBR1000RR SP หนึ่งในคู่แข่งพิกัดเดียวกัน คลิกเลย

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Ken - 20/11 - 14:40

Tenneco วางแผนฮุบ Öhlins ทุ่มกว่า 5.2 พันล้านบาท หวังขึ้นแท่นผู้นำระบบกันสะเทือนของโลก

Tenneco Inc. ยักใหญ่ในอเมริกาที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของแบรนด์โช้คอย่าง Marzocchi กำลังวางแผนฮุบบริษัทโช้คเจ้าใหญ่อีกหน่ึงเจ้าอย่าง Öhlins ด้วยงบสูงถึง 5.27 พันล้านบาทไทยหรือ 160 ล้านเหรียญสหรัฐ หากดีลเป็นไปได้ด้วยดี Tenneco นั้นจะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทในขณะที่ยังเหลือพื้นที่ให้กับ Kenth Öhlin ผู้ก่อตั้งเป็นผู้ถือหุ้นในระดับรองลงมา

Ken - 20/11 - 10:02

เปิดตัว Vespa S 125 i-Get Sportivo Edition และ Vespa LX 125 i-Get Turismo Edition สองอารมณ์ที่สนุกด้วยกันได้

บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ “เวสป้า” เปิดตัว Vespa S 125 i-Get Sportivo Edition และ Vespa LX 125 i-Get Turismo Edition....

Man - 19/11 - 12:56

[MotoGP] สรุปผลการแข่งขัน ValenciaGP ฝนกระหน่ำแดนกระทิง นักบิดล้มหายไปกว่าครึ่ง

สรุปผลการแข่งขันสนามส่งท้ายฤดูกาล 2018  กับการแข่งขัน ValenciaGP  ณ สนาม Circuit Ricardo Tormo แห่งแดนกระทิงดุสเปน โดยในสนามนี้มาพร้อมกับบรรยากาศสุดเฉอะแฉะด้วยฝนที่ตกมาตลอดวัน พร้อมกับอุณหภูมิพื้นผิวแทร็คที่ 14 องศาเซลเซียส แต่ถึงกระนั้นคนดูก็ยังเข้ามาชมการแข่งขันที่สนามกันอย่างหนาตาโดยมากถึง 97,201 คน

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ผ่านงานทดสอบรถในสายสื่อมวลชนมาพอดู ขี่ Bigbike ตั้งแต่ยุคสนามไทยแลนด์เซอร์กิตวนซ้าย ในยุค ZZR1100 เป็น Production bike ที่เร็วที่สุดในโลก แต่ดันชอบขี่ GSXR1100 มากกว่า.....จริงๆ แล้วผมแค่ชอบขี่มอไซค์เที่ยว มีทัวริ่งคันโตพร้อมคนซ้อนไปเที่ยวคันเดียวยิ่งชอบนะ

04/07/18 07:04

เจ้าของโรงงานแง้ม KTM 390Adventure เปิดตัวปลายปีนี้แน่นอน

ก่อน

Boeing GoFly กับเดิมพัน 70 ล้านบาทในการแข่งขันสร้างและออกแบบมอไซค์บินได้

ต่อไป