มีอะไรใหม่บ้าง! New Honda HR-V RS แต่เสริมเติมปาก เพิ่มระบบความปลอดภัย กับค่าตัว 1.119 ล้านบาท

เขียนโดย

เขียนโดย 30/07/18 11:44

พาไปชม พร้อมทั้งทดสอบการขับขี่กับ New Honda HR-V รุ่นปรับใหม่ ที่มาพร้อมรุ่นย่อยสุดสปอร์ตอย่าง RS ที่ปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ภายใน รวมไปถึงเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ กับค่าตัว 9.49 แสนบาท – 1.119 ล้านบาท

สำหรับรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นของแบรนด์ Honda ที่สร้างชื่อ และเป็นรุ่นที่ทำให้รถยนต์เซกเมนต์ คอมแพคครอสโอเวอร์ นิยมอย่างแพร่หลายในบ้านเรา ก็คงจะหนีไม่พ้น Honda HR-V หรือชื่ออีกรุ่นในต่างประเทศก็คือ Vezel นั่นเอง

หลังจากเปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกในช่วงปี 2557 ไปแล้ว พร้อมสร้างกระแส การใช้งานรถยนต์ประเภทนี้ ให้นิยมมากขึ้นของชาวไทย ด้วยความโดดเด่นคือเป็นรถยนต์ที่มี มิติตัวถังใหญ่ ยกสูง และดีไซน์ที่สปอร์ตสวยงาม

วันนี้กลับมาพบกันอีกครั้งกับการปรับปรุงหรือ Minorchange ที่เพิ่มเติม เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ปรับปรุงรูปลักษณ์ รวมไปถึงเพิ่มรุ่นพิเศษอย่าง RS ที่เรียกได้ว่าหล่อจัดเต็มมาจากโรงงานกันเลยทีเดียว

มาดูกันว่ามีอะไรใหม่บ้าง สำหรับ Honda HR-V RS รุ่นนี้

เริ่มต้นกันที่กระจังหน้า ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่สีรมดำเงา ปรับเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่และหนามากขึ้น พร้อมตัดชิ้นแถบโครเมี่ยมเล็กๆ ที่ติดอยู่บริเวณกลางออกไป ทำให้ตัวรถมีความหนา และบึกบึนมากขึ้น

พร้อมแผงรังผึ้งสำหรับรุ่น RS ซึ่งรุ่นอื่นๆ จะเป็นดีไซน์กระจังแบบซี่ตรง พร้อมกันนี้รุ่น RS ยังมาพร้อมชุดไฟตัดหมอกซึ่งเป็นแบบ LED โดยรุ่นอื่นยังคงเป็นฮาโลเจน ชุดโคมไฟหน้า Full LED พร้อมดีเทลโคมไฟหน้าใหม่ที่ออกแบบสอดรับกับชิ้นกระจังหน้าโครเมี่ยมรมดำ

ชิ้นลิ้นกันชนหน้า พร้อมชายกันกระแทกรอบคันถูกตกแต่งด้วยสีดำเงา ซึ่งเป็นความโดดเด่นเฉพาะ เนื่องจากโดยปรกติแล้วรถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์จะเป็นชายกันกระแทกสีดำด้าน ก็ทำให้ HR-V RS มีความโดดเด่นและพรีเมี่ยม

ล้ออัลลอยลวดลายใหม่สีสันแบบทูโทน ขนาด 17 นิ้ว ซึ่งการดีไซน์หลอกตาไปสักนิด หากมองในรูปหรือมองไกลๆ จะเหมือนว่าเป็นซี่เล็กๆ แท้จริงแล้ว เป็นก้านขนาดใหญ่แต่ถูกทับด้วยสีดำ ซึ่งของจริงค่อนข้างสวยกว่าในรูปอยู่พอสมควร

ด้านท้ายมองแว๊บแรกเตะตากับชิ้นกันชนท้ายใหม่ สีดำเงา ขนาดใหญ่ ซึ่งตัดกับสีตัวถังรถเป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังมีสคลับเพลท RS ติดบริเวณฝากระโปรงท้าย บ่งบอกความเป็นรุ่นพิเศษอีกด้วย โดยไฟท้ายแบบ LED Tube รมดำ ให้รถดูสปอร์ตมากขึ้นอีกด้วย

จุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของเป็นสีตัวใหม่ สีแดง Passion Red Pearl หลายคนรวมถึงผมเห็นในงานเปิดตัวมองสีออกส้มๆ แต่พอมาออกแดด บนถนนจริงๆ ก็แดงนะเออ

โดยรวมถือว่า Honda HR-V RS มาพร้อมความเต็ม และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดโคมไฟหน้า Full LED ชายกันกระแทกรอบคันแบบสีดำเงา รวมไปถึงการตกแต่งต่างๆ ที่หล่อมาจากโรงงาน

ภายในปรับใหม่ เบาะดีไซน์ใหม่ เปลี่ยนจอและแผง USB AUX ไปเหมือนตอนเปิดตัวครั้งแรกแล้ว!

อันนี้ต้องถือว่าเป็นการตอบรับลูกค้าที่ค่อนข้างดีทีเดียว ต้องเรียนให้ทราบสำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบก่อนว่า ตอน HR-V เปิดตัวครั้งแรก จอกลางแผงแดชบอร์ดจะเป็นแบบเดียวกันกับ รุ่นนี้

คือเป็นจอแสดงผลแบบทัชสกรีนอย่างเดียว ช่องเสียบ USB, HDMI, และ 12V Power Outlet จะติดตั้งอยู่ใต้แผงคอนโซลกลาง ซึ่งหลายคนชอบ และก็มีหลายคนไม่ชอบเนื่องจากต้องอ้อมมือลงไปเสียบ

ทำให้ HR-V เปิดตัวรุ่นปรับปรุงในช่วงราวๆ 2 ปีก่อนมา ปรับให้ช่องเสียบต่างๆ ขึ้นมาอยู่ข้างจอ จะเสียบ USB ทีต้องเปิดฝาทิ้งไว้ ช่องว่างบริเวณใต้แผงคอนโซลเก่าก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากวางของ จึงทำให้ลูกค้าไม่ค่อยชื่นชอบเท่าที่ควร

รุ่นนี้จึงปรับกลับไปเหมือนเดิม ตามความเรียกร้องของผู้บริโภคกันเลยทีเดียว ใครกำลังรอภายในแบบนี้อยู่บอกเลยว่า ลุยได้ พร้อมกันนี้รุ่นใหม่ยังปรับปรุงเบาะนั่งใหม่ทั้งหมด

จากทีมวิศวะกรได้เปิดเผยว่า เบาะนั่งเวอร์ชั่นใหม่ได้มีการขยายชิ้นรองนั่งให้ยาวรับต้นขามากยิ่งขึ้น ปีกข้างก็เพิ่มขนาดให้ยาวขึ้น โดยจากที่ทดสอบนั่งตลอด 100 กิโลเมตร ก็สบายไร้อาการปวดเมื่อยแต่อย่างใด ปีกไม่รัดสรีระมาก

พร้อมกันนี้ชุดมาตรวัดดีไซน์ใหม่ (อันนี้ชอบโดยส่วนตัว) ที่เล่นระดับตัวอักษณ์ให้มีความเป็น 3 มิติ มากขึ้น สวยงามดี พร้อมเปลี่ยนสีได้ถึง 7 สี  ในส่วนแผงแดชบอร์ดและแผงประตูต่างๆ ถูกบุด้วยวัสดุหนังนิ่มแทบจะ 100% คือบริเวณแผงประตูนอกจากมือจับเปิดประตูแล้ว ทุกอย่างนุ่มนวลหมด อันนี้ค่อนข้างดี

ในส่วนเบาะนั่งก็เช่นเคยความเป็น Utility ของ HR-V ยังคงชัดเจน เบาะนั่งหลังสามารถปรับพับได้หลากหลายสไตล์ พับให้เป็นพื้นเรียบก็ได้ แถมยังพับค่อนข้างง่ายอีกด้วย อันนี้คือเป็นไฮไลท์ของ Honda ที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์สายลุย และสาวๆ

ด้านขุมพลังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังมาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร

ในส่วนขุมพลัง New Honda HR-V ในทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร SOHC (Single Overhead Camshaft) i-VTEC 4 สูบ ให้กำลัง 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ CVT ภายใต้เทคโนโลยี Earth Dream พร้อมทั้งยังรอบรับการเติมน้ำมันถึง E85

การขับขี่ตามสไตล์รถยนต์ฮอนด้า คือพละกำลัง อัดตราเร่งยังคงเน้นความคล่องตัวในช่วงความเร็วต่ำ ต้นมาค่อนข้างดี สามารถทำความเร็วเร่งแซงได้อย่างมายากเย็นเท่าไรนัก ด้วยพละกำลังแบบนี้ทำให้ตัวรถค่อนข้างคล่องตัว ขับง่าย

แต่สำหรับความในช่วงตั้งแต่ 100 เป็นต้นไปอาจไม่จี๊ดจ๊าดนัก แต่ก็ไหลๆ มาเรื่อยๆ การทำงานของเกียร์ CVT ลื่นไหล ไร้รอยต่อ แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของ CVT คือมาเรื่อยๆไม่หวือหวา แต่ก็มีแป้น Paddle Shift มาให้เราตบเปลี่ยนเกียร์เองได้ 7 สปีด ก็เพิ่มเติมความเร้าใจขึ้นมาอีกนิดหน่อย

เทคโนโลยีใหม่เพิ่มเติมทั้ง ระบบเบรกอัตโนมัติในำความเร็วต่ำ ระบบล็อกรถอัตโนมัติ และ Honda LaneWatch

สำหรับ New Honda HR-V ได้เพิ่มเติมเทคโนโลยีความปลอดภัยมาใหม่ให้ทั้ง ระบบ City Brake Active System ที่จะช่วยเตือนและช่วยเบรกในความเร็วต่ำ โดยระบบจะทำงานในความเร็ว 5-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) รวมไปถึงเทคโนโลยียอดนิยมอย่าง Honda LaneWatch หรือระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนให้เป็นตน

โดยรวม New Honda HR-V ก็ยังเป็นคอมแพคครอสโอเวอร์ที่น่าใช้อีกรุ่น แม้ศึกรถยนต์เซกเมนต์นี้ในบ้านเราค่อนข้างร้อนแรง มีหลายตัวเลือกก็ตาม เพราะ HR-V มีจุดเด่นคือความกว้างขวางของห้องโดยสารที่มากกว่าใคร และการดีไซน์ที่เรียบๆ แต่สวยงาม

ทางด้านราคา New Honda HR-V มาพร้อมตัวเลือก 3 รุ่น

  • E                           ราคา    949,000    บาท
  • EL                        ราคา   1,059,000   บาท
  • RS                        ราคา   1,119,000    บาท

ขอขอบคุณบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับทริปทดสอบ New Honda HR-V ในครั้งนี้ด้วยครับ

รีวิวและทดสอบโดย Peerapat.h

ข่าวสารยานยนต์ เที่ยงตรง ฉับไว ก่อนใคร AutoStation

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 25/06 - 15:30

เชิญดูงานที่ไทย! รัฐบาลเบลเยี่ยมสนับสนุนประชาชนขี่มอเตอร์ไซค์แก้ปัญหารถติด

สมาคมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของเบลเยี่ยม (FEBIAC) ออกโรงสนับสนุนการขี่รถจักรยานยนต์เพื่อการสัญจรในชีวิตประจำวันเพื่อแก้ปัญหารถติดใจกลางเมือง การแก้ไขปัญหาการจราจรเป็นปัญหาสำคัญของหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกมาเนิ่นนาน ระบบขนส่งมวลชนช่วยบรรเทาความหนาแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ก็เป็นโซลูชั่นระยะยาวที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ ทำให้มีการคิดค้นแนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้นหรือเฉพาะหน้าควบคู่กันไป FEBIAC ระบุว่า การใช้รถ 2 ล้อทั้งรถจักรยานยนต์หลากหลายขนาดไปจนถึงรถสกูตเตอร์จะช่วยส่งผลกระทบด้านบวกต่อการจราจรในเมืองใหญ่หรือกระทั่งชานเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ “การสัญจรในเมืองใหญ่ของเบลเยี่ยม อาทิ บรัสเซลส์ โดยเฉพาะใจกลางเมืองมีความแออัดมากขึ้นจนติดอันดับท็อป 20 ของเมืองที่รถติดที่สุดในโลก ดังนั้นจึงควรสนับสนุนให้ประชาชนคนทั่วไปใช้รถสองล้อแทนที่รถยนต์” FEBIAC....

Man - 25/06 - 14:56

ยามาฮ่าเปิดศูนย์ Yamaha Premium Service แห่งแรกในเอเชีย ยกระดับการบริการหลังการขายเทียบระดับสากล

Yamaha Premium Service นั้นเป็นหนึ่งในการสื่อสารค่านิยมของแบรนด์ตามหลักปรัชญาคันโด ด้วยวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า ที่ประกอบไปด้วย Innovation(การริเริ่ม), Excitement(ความสนุกสนาน), Emotion(ความดึงดูดใจ), Confident(ความมั่นใจ) และ Ties(ความผูกพัน) โดยเป็นหนึ่งในส่วนของการร่วมเฉลิมฉลองการครอบรอบ 64 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ ด้วยการยกระดับการบริการสู่ระดับพรีเมียมเป็นแห่งแรกในเอเชีย....

Cokey - 25/06 - 14:35

ทำความรู้จัก โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธาน Mercedes-Benz Thailand คนล่าสุด หนึ่งในผู้ให้กำเนิดตระกูล M-Class

ประธาน Mercedes-Benz Thailand คนล่าสุด โรลันด์ โฟลเกอร์ ทั้งชีวิตอุทิศให้ Mercedes-Benz หนึ่งในผู้ให้กำเนิดรถเอสยูวีรุ่นแรกของแบรนด์อย่างตระกูล M-Class ต้องยอมรับว่าแบรนด์รถหรูพรีเมี่ยมในไทย หากใครพูดถึงรถยนต์ใน เซกเมนต์ นี้ หนึ่งอันดับในใจหลาย ๆ คนคงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ Mercedes-Benz แม้ในบ้านเราจะมีรถหรูจากฝั่งยุโรปทำตลาดอยู่หลากหลายแบรนด์....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

30/07/18 11:44

แฮมิลตันทำคะแนนนำห่าง หลังคว้าชัยชนะ ฮังกาเรียน กรังด์ปรีซ์

ก่อน

Milan RED ไฮเปอร์คาร์พลัง 1,306 แรงม้า น้องใหม่จากออสเตรีย ว่าที่คู่แข่ง Bugatti Chiron

ต่อไป

next article

Milan RED ไฮเปอร์คาร์พลัง 1,306 แรงม้า น้องใหม่จากออสเตรีย ว่าที่คู่แข่ง Bugatti Chiron