[1st Ride] Triumph SpeedTwin บินสเปนรับการมาของรุ่นใหญ่ที่ไม่ทำให้เราผิดหวัง

เขียนโดย

เขียนโดย 29/01/19 18:03

ผมขอยอมรับด้วยความสัตย์จริงก่อนเลยว่า Triumph StreetTwin คือคลาสสิค 900 ซีซี ที่เราชอบที่สุดของค่ายนี้และพอเราเห็นรถคันนี้เปิดตัวเราก็ตั้งความหวังเอาไว้สูงเหลือเกินว่า Triumph SpeedTwin น่าจะเป็น Bonneville Series 1200 ซีซี ที่เราชอบที่สุดเหมือนกัน

Triumph SpeedTwin จุติขึ้นบนโลกครั้งแรกเมื่อปี 1938 ด้วยสไตล์ที่โดดเด่นตามแบบรถจักรยานยนต์สมัยนั้นทั้งเบาะสปริงค์ โช้คหน้าสปริงค์ เครื่องยนต์แบบสองสูบที่เดินปลายท่อไอเสียออกทั้งสองทาง และรุ่นใหม่ในปี 2019 นี่ก็ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 3 ปี เพื่อสร้างรถที่ลูกค้าจะชอบมากที่สุดคันนี้ออกมา

หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ นี่คือ StreetTwin ที่ขยายไซส์ใหญ่ขึ้น มีพาร์ทชิ้นส่วนที่หรูหราพรีเมี่ยมขึ้น และดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น ด้วยไฟหน้า LED ที่ยึดไฟหน้าอโนไดซ์อลูมิเนียมฟอร์จ บังโคลนหน้า ครอบเรือนปีกผีเสื้อ ครอบและบังท่อเป็นอลูมิเนียมปัดด้าน

ถังน้ำมันเป็นแบบ Monza สไตล์ คลิกเปิดบานพับและไขกุญแจเป็นเพื่อเปิดฝาถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตร ออก วงล้ออลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว 7 ก้านดีไซน์สปอร์ตทั้งด้านหน้าและหลัง สวิงอาร์มอลูมิเนียมอโนไดซ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ครอบตุ๊กตาแฮนด์มีโลโก้รุ่นรถที่อยู่เพิ่มความโดดเด่นตัวรถมีให้เลือก 3 สีคือ Silver Ice/ Strom Grey, Korosi Red/ Strom Grey และ Jett Black

ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 3 ปี เพื่อสร้างรถที่ลูกค้าจะชอบมากที่สุดคันนี้ออกมา

ตัวรถไม่ได้มีเพียงแค่ดีไซน์ที่ดูดีและพรีเมี่ยมตลอดทั้งคันแต่ทางค่ายยังตั้งใจสร้างรถคันนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่สุดในทุกๆ ด้านโดยเฉพาะในการด้านขับขี่และความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยมด้วยการสร้างแชสซีและระบบช่วงล่างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ใน Thruxton ให้พละกำลังสูงสุด 97 แรงม้าที่ 6,750 รอบต่อนาทีส่งพละกำลังแรงบิดสูงสุด 112 นิวตันเมตรที่ 4,950 รอบต่อนาทีและยังมีพละกำลังเหลือเฟือตั้งแต่รอบต่ำยันรอบปลายมีแรงให้เบ่งได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการและยังมีสุ่มเสียงที่ทุ้มดุดันในแบบที่ไม่เหมือนใครจากปลายท่อไอเสียคู่แบบเชิดขึ้นตรงท้ายด้วย

SpeedTwin คือความคล่องแคล่ว กระชับกระเฉง มีพละกำลัง จนทำเอาเราเซอร์ไพรส์เหมือนกัน

เขาบอกว่าคล่องตัวน่ะมันคล่องตัวแค่ไหนในคลาส 1200 นั้นมี T120 ที่ออกแบบเป็นคลาสสิคครูเซอร์ที่แข็งๆ ทือๆ และยังมี Thruxton R ที่สปอร์ตจ๋าพับเลี้ยวได้รวดเร็วและสมรรถนะในแบบสปอร์ต แต่ SpeedTwin คือความคล่องแคล่ว กระชับกระเฉง มีพละกำลัง จนทำเอาเราเซอร์ไพรส์เหมือนกัน

แค่ช่วงการขับขี่ช่วงแรกของวันออกจากรีสอร์ทที่แชมป์ Isle of Man TT อย่าง Gary Johnson พาเราพุ่งผ่านย่านชนบทตัด สวน ไร่ นา ผ่านทิวต้นไม้เจอกันถนนในเมือง โค้งกว้าง โค้งแคบ ทางเลี้ยวแคบๆ ก็ทำให้เราสนุกและหลงเชื่อคำโฆษณาที่ว่า “Class-Leading Handling” เข้าเสียแล้ว

นอกจากน้ำหนักที่ลดลงจากการเปลี่ยนแชสซีและช่วงล่างเพื่อสร้างรถที่มีความคล่องตัวสูงแล้ว ยังมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ทั้งครอบเครื่อง ชุดคลัทช์ใหม่ และครอบแคมที่เปลี่ยนเป็นแมกนีเซียมน้ำหนักเบาก็ยังช่วยไล่น้ำหนักของรถคันนี้ที่ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักที่เบากว่า Thruxton ถึง 10 กก.

เฉพาะชุดล้อหน้าและระบบเบรกนั้นมีน้ำหนักเบากว่า Thruxton ถึง 2.9 กก. และล้อหลังเบากว่า 1.7 กก. ส่วนชุดคลัทช์นั้นมีน้ำหนักเบาลง 1 กก. นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่อีกกว่า 80 รายการเลยทีเดียว

ไม่เพียงเรื่องความคล่องตัวที่ทำให้เราแปลกใจแล้วพละกำลังที่เจ้านี่มีก็ไม่ทำให้เราต้องผิดหวัง แม้เราจะอยู่ในโหมด Rain ที่มีโหมดที่คันเร่งจะมีการตอบสนองที่ช้าที่สุดในบรรดา 3 โหมดการขับขี่ แต่ในจังหวะที่ต้องเร่งแซงเครื่องยนต์ก็มีพละกำลังเหลือเฟือที่จะให้เราใช้ได้ตลอดเวลาที่เราต้องการ แค่ซัดเดี๋ยวจัดให้

คันเร่งไฟฟ้าค่อนข้างไปได้สวยกับโหมดการขับขี่ Rain ที่นุ่มนวล

เมื่อเราเห็นกราฟแรงบิดแล้วเราก็ไม่แปลกใจเพราะกราฟแรงบิดของเครื่องยนต์ 1200 ซีซี สองสูบเรียงลูกนี้แทบจะเป็นเส้นตรงตั้งแต่รอบต่ำยันรอบสูง เรียกว่าจะใช้ตอนนั้นรถคันนี้ก็พร้อมตอบสนองความต้องการของคุณได้เสมอและยิ่งในโหมด Sport แล้วเครื่องยนต์ตอบสนองการบิดคันเร่งของคุณในทันทีด้วยพละกำลังเต็มเปี่ยม เร้าใจ กระชากอารมณ์สุดๆ

คันเร่งไฟฟ้าค่อนข้างไปได้สวยกับโหมดการขับขี่ Rain ที่นุ่มนวลแม้จะอยู่ในสภาวะการขับขี่ที่ต้องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเลาะช้าๆ เปิด-ปิดคันเร่งบ่อยๆ ในเมือง แต่พอเราลองเปลี่ยนเป็นโหมด Road/ Sport แล้วเรากลับเจออาการกระตุกนิดๆ หน่อยๆ ในเกียร์ต่ำเวลาที่เราเปิด-ปิดคันเร่งไวๆ จนแอบขัดใจอยู่เหมือนกัน

รูปแบบเส้นทางหลังจากแวะพักร้านกาแฟในช่วงเช้านั้นเป็นเส้นทางบนภูเขาทั้งหมดตั้งแต่ทางไต่ขึ้นยอดเขา ผ่านซุ้มหิน เจอโค้งแทบทุกรูปแบบทั้งโค้งกว้าง โค้งแคบ โค้งยูเทิร์นขึ้นลงเขา ทางไต่ลงเขาแบบที่พลาดหลุดไปก็คือลงไปก้นเหวและที่สำคัญผิวถนนเปียกชื้นตลอดทั้งวันด้วยความที่อยู่สูงและอากาศเย็นตลอดทั้งวัน แม้ไม่มีฝนก็มีน้ำเจิงบนถนนได้ฉะนั้นกว่า 90% ของการทดสอบนี้เราเลยอยู่ในโหมด Rain เกือบตลอดเวลา

นอกจากโหมดการขับขี่และคันเร่งไฟฟ้าที่เรากล่าวถึงไปข้างต้นแล้ว ตัวรถยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์มากมายติดตั้งมาอย่างโหมดการขับขี่ก็มี 3 โหมดคือ Rain/ Road/ Sport ระบบเบรก ABS ระบบ Traction Control ที่เปิด-ปิดได้ ระบบไฟ LED รอบคันรวมถึงไฟเลี้ยวและไฟหน้า DRL ระบบ Torque Assist Clutch ที่ทำให้คลัทช์นุ่มลดอาการเมื่อยล้าในการใช้งาน ช่องจ่ายไฟ USB ที่ใต้เบาะ

โหมดการขับขี่แบบ Rain ลงตัวอย่างยิ่งกับการขับขี่ในวันนี้ของเราด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยว เจอโค้งแคบบ่อยๆ โหมดนี้ทำให้เราไหลล่องไปตามโค้งหลากหลายรูปแบบได้อย่างนุ่มนวลสบายๆ ไม่เครียดมากจนเกินไป สมกับเป็นโรดสเตอร์ที่สร้างความสุนทรีย์ตลอดการขับขี่เดินทาง และยิ่งขี่เราก็ยิ่งเซอร์ไพรส์กับการพับรถที่ง่ายดายและการพลิกเลี้ยวที่คล่องตัวสุดๆ แม้จะต้องเจอโค้งลึกหรือโค้งต่อเนื่องรถก็คล่องตัวพอที่จะไปตามใจคุณสั่ง

เรื่องการเข้าโค้งและความคล่องตัวส่วนหนึ่งต้องยกวคามดีความชอบให้ยาง Pirelli Diablo Rosso III ที่บอกเลยว่าทริปนี้ใช้ยังไงก็ไม่หมด จังหวะที่เรารู้สึกว่าเราแบนเยอะมากแล้วแต่พอเช็คกับขาซิ่งที่อยู่คันหน้าแล้วถึงได้รู้ว่าศักยภาพของตัวรถและยางยังเหลือๆ ที่จะพับลงไปได้อีก

สมกับเป็นโรดสเตอร์ที่สร้างความสุนทรีย์ตลอดการขับขี่เดินทาง

นอกจากความคล่องตัวของแชสซีและพละกำลังอันเหลือเฟือแล้วตัวรถยังมีระบบกันสะเทือนที่ลงตัว โช้คหน้าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. มีระยะยุบที่ 120 มม. โช้คหลังคู่ปรับค่าพรีโหลดได้มีระยะยุบที่ 120 มม. ซึ่งในรูปแบบทางที่เราขี่มาถือว่าเอาอยู่มากๆ ทั้งการชาร์จเบรกแรงๆ แล้วพับเลี้ยวเข้าโค้ง การพลิกรถอย่างรวดเร็วในโค้งเอส เลื้อยขึ้นโค้งยูเทิร์นบนเขา เจอบั๊มในโค้ง หรือการผ่านเนินหลุมต่างๆ

แม้จะเป็นถนนชนบทห่างไกลแต่พื้นผิวถนนนั้นดีกว่าเมืองหลวงของไทยแบบหลายชั่วโคตรมากฉะนั้นมาไทยคงต้องลองอีกทีแต่เท่าที่เราพยายามลองหลายๆ อย่างเราเชื่อมั่นว่าถึงมาเจอถนนห่วยๆ ที่ไทยช่วงล่างที่ให้มาก็น่าจะเอาอยู่ได้แบบไม่ต้องคิดเยอะถือเป็นโรดสเตอร์ที่เซ็ตช่วงล่างมาลงตัว

Triumph StreetTwin และรุ่นอื่นๆ ในเลเวลเดียวกันทำให้เรากังวลกับระบบเบรกที่ไม่ค่อยทรงพลังมากนักหากต้องเบรกอย่างรวดเร็วและต้องการระยะเบรกสั้นๆ ส่วนใน SpeedTwin นั้นมีระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 305 มม. ประกบปั๊มเบรก Brembo คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยว 220 มม. คาลิเปอร์สองลูกสูบของ Nissin ที่เราเห็นแล้วคิดว่าน่าจะหายห่วงใช่ไหมล่ะ อันที่จริงก็ไม่ถึงขนาดนั้น

Brembo ก็ไม่ทำให้ผิดหวังมีพละกำลังในการเบรกที่ดีเพียงพอ

เบรกหน้าถึงแม้ไม่ได้เป็นเรเดียลเมาท์แต่ด้วยชื่อ Brembo ก็ไม่ทำให้ผิดหวังมีพละกำลังในการเบรกที่ดีเพียงพอ ทว่าเบรกหลังของ Nissin ดันไม่ได้มีพละกำลังที่ดีพอในแบบที่เราหวังไว้ โอเคแหละว่ามันดีพอสำหรับการใช้งานตลอดทริปของเราในวันนี้ แต่เราแค่คาดหวังว่ามันจะมีพละกำลังมากกว่านี้เท่านั้นเอง

นอกจากมีสมรรถนะที่ดีและดูดีตอนจอดแล้วระหว่างที่กำลังเขียนบทความชิ้นนี้ผมก็นั่งเปิดดูรูประหว่างทริปทดสอบและพบว่าแม้ตอนขี่เจ้านี่ก็ดูดีในหลายๆ มุม ด้วยตัวถังที่ใหญ่และส่วนสัดที่แน่นไปทั้งคันทำให้ภาพรวมของรถคันนี้ดูลงตัวสุดๆ สำหรับเรา

ช่วงท้ายของวันหลังจากที่ลงมาจากเทือกเขาสูง Gary Johnson ได้พาเรามาเจอกับทางตรงโล่งๆ ยาวๆ ให้เราได้ชู้ทตามแบบหมดคันเร่งในโหมด Sport ก่อนที่จะเบรกแล้วพับเข้าโค้งซ้าย ซึ่งทั้งทริปนี้มีจังหวะน้อยมากที่จะได้ทำแบบนี้และบอกเลยว่าการทำแบบนี้ไม่ทำให้เราผิดหวังเพราะเป็นอะไรที่กระตุ้นอะดรีนาลีนแก้เพลียหลังจากการขับขี่มาทั้งวันได้เป็นอย่างดีเพราะพละกำลังของเครื่องยนต์นั้นช่างหนักแน่นดุดันมันส์ซะเหลือเกิน

ถ้ามองแยกทีละส่วนแล้วรถคันนี้อาจจะไม่ได้รวมเอาที่สุดของออพชั่นส่วนควบที่เทพที่สุดมาไว้ด้วยกันจนทำให้มันดูหวือหวาแบบใน Thruxton R แต่วิศวกรก็ได้เลือกสรรเอาส่วนที่ดีมากพอมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวจนเกิดเป็นชิ้นงานที่ยอดเยี่ยมที่เราเห็นกันอยู่นี้

ใช่ครับ Triumph SpeedTwin เป็นรถที่ไม่ทำให้ผมผิดหวัง

ผมขอยอมรับตามตรงว่าใช้เวลาในการเขียนงานชิ้นนี้พอสมควร เพราะเมื่อเราเจอรถที่เราชอบเราจะอยากบอกเล่าเรื่องราว ให้ดีที่สุด และหวังว่าเรื่องราวที่เราบอกไปจะดีพอที่ทำให้ผู้อ่านหรือคนที่กำลังหาข้อมูลได้คำตอบหรือคลายข้อสงสัยจากสิ่งที่เราได้เจอมาและทั้งหมดนี่ก็เพื่อจะบอกทุกคนว่า ใช่ครับ Triumph SpeedTwin เป็นรถที่ไม่ทำให้ผมผิดหวังและไม่แปลกใจเลยที่จะบอกกับทุกคนว่านี่คือรถที่ผมชอบที่สุดใน Bonneville Series ณ ตอนนี้

อ๋อ หลายคนอาจจะหวังว่ารถรุ่นนี้จะมีรหัส R ที่เป็นตัวท็อปใส่ส่วนควบเทพๆ มาให้แบบใน Thruxton R หรือในรุ่นสปอร์ตเน็กเก็ตอย่าง StreetTriple R หรือ RS แต่คงเป็นแค่ฝันเพราะวิศวกรบอกว่านี่คือรถที่ดูดีขับขี่สนุกและให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจแบบที่ควรจะเป็นในราคาที่เหมาะสมแล้วและเราก็ขอช่วยยืนยันอีกทีว่านี่ก็ลงตัวแล้วในสภาพการขับขี่ที่ได้เจอมาแต่ว่าพอมาที่ไทยคงต้องได้นัดดวลกันอีกสักทีนึง

ขอขอบคุณ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิล (ไทยแลนด์) จำกัด
บททดสอบโดย:Ken [Warodom C.]

NEW 2019
SPEED TWIN
Engine Type Liquid cooled, 8 valve, SOHC, 270° crank angle parallel twin
Capacity 1200cc
Bore/Stroke 97.6 x 80 mm
Compression Ratio 11.0 : 1
Maximum Power 97 PS / 96 BHP (71.5 kW) @ 6,750 rpm
Maximum Torque 112 Nm @ 4,950 rpm
Fuel system Multipoint sequential electronic fuel injection
Exhaust Brushed 2 into 2 exhaust system with twin silencers
Final drive Chain
Clutch Wet, multi-plate assist clutch
Gearbox 6-speed
Frame Tubular steel with aluminium cradle
Swingarm Twin-sided, aluminium
Front Wheel Cast aluminium alloy 7-spoke 17 x 3.5in
Rear Wheel Cast aluminium alloy 7-spoke 17 x 5in
Front Tyre 120/70 ZR17
Rear Tyre 160/60 ZR17
Front Suspension 41mm cartridge forks, 120mm travel
Rear Suspension Twin shocks with adjustable preload, 120mm rear wheel travel
Front Brake Twin 305mm discs, Brembo 4-piston fixed calipers, ABS
Rear Brake Single 220mm disc, Nissin 2-piston floating caliper, ABS
Width (Handlebars) 760 mm
Height Without Mirrors 1110 mm
Seat Height 807 mm
Wheelbase 1430 mm
Rake 22.8 º
Trail 93.5 mm
Dry Weight 196 Kg
Fuel Tank Capacity 14.5 L
Fuel Consumption 4.8 l/100km (59 mpg)
CO2 Emissions 109.0 g/km

เรื่องที่น่าสนใจ

Ken - 09/04 - 19:49

[First Ride] 2019 Honda CB500X รีวิวแวบแรกสุดประทับใจ ปรับใหม่กลายเป็นรถคนละคัน

นอกจากล้อหน้าใหญ่ขึ้น โช้คหน้ายาวขึ้น ดีไซน์ปรับใหม่เล็กน้อย ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจ ใครที่คิดว่า 2019 Honda CB500X เป็นแบบนั้นบอกเลยว่าคิดผิด เราแค่ได้ลองขี่แวบๆ ก่อนจะต้องสลับกลับไปขี่ AF DCT ระหว่างทริป CoachVenture กับโค้ชพี่เล่ของ Honda BigBike แต่ก็เป็นการลองแวบๆ....

Ken - 25/03 - 12:01

รีวิว Royal Enfield Continental GT 650 หล่อคาเฟ่ ขี่ดี นุ่ม สมูธ จนต้องขอมอบเยี่ยม

เราคาดหวังไว้นะว่าเจ้า 650 สองสูบใหม่ของค่ายอังกฤษเจ้าของอินเดียอย่าง Royal Enfield Continental GT 650 น่าจะดีแหละ แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้เหมือนกัน ดีไซน์แบบ Pure Motorcycle แม้ตัวรถจะมาในสไตล์คลาสสิคและได้แรงบันดาลใจมาจากความสำเร็จในรุ่นก่อนๆ โดยยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ครบครันแต่อยากบอกเลยว่าเจ้า 650 มีชิ้นส่วนที่แชร์กับรุ่น 535 หรือตัวสูบเดี่ยวที่ขายมาก่อนหน้าเพียง....

Ken - 26/02 - 08:02

[Review] Vespa Primavera 150 x Vespa Sprint 150 สองอารมณ์ สองไลฟ์สไตล์ความสนุก

คุณเองก็น่าจะเคยเกิดปัญหาเดียวกันนี่ว่าจะซื้อเวสป้ารุ่นไหนดีวันนี้เราเอา Vespa Primavera 150 และ Vespa Sprint 150 สองอารมณ์บนเครื่อง i-Get 150 ซีซี ของเวสป้ามาฝากกัน เพิ่มความโดดเด่นเน้นดีไซน์เดิม อันที่จริง Vespa Primavera 150 และ Vespa....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

29/01/19 18:03

รีวิว Yamaha MT-15 น้องเล็กจากตระกูลสายบิดราคาเฉียดแสนแสบยิ่งกว่าพริกขี้หนู

ก่อน

[Test Drive] New Honda Civic สีน้ำเงินใหม่ ใส่ Honda SENSING ปลอดภัย มั่นใจมากขึ้น

ต่อไป

next article

[Test Drive] New Honda Civic สีน้ำเงินใหม่ ใส่ Honda SENSING ปลอดภัย มั่นใจมากขึ้น