[1st Drive] Suzuki Ertiga ขับสนุกกว่าเดิม แต่ต้องเสริมอุปกรณ์เพิ่มอีกนิด…

เขียนโดย

เขียนโดย 18/02/19 11:31

Suzuli Ertiga รุ่นใหม่ เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีคิวพาสื่อมวชนไปทดสอบกันไกลถึงจังหวัดเชียงราย เพื่อให้เรียนรู้ถึงสมรรถนะของรถอย่างเต็มที่ ทั้งรูปแบบการขับขี่บนถนน และทางวกวนไปมาของภูเขา จะได้เรียนรู้ถึงการใช้งานกันอย่างเต็มที่ในทุก ๆ ส่วน

ผลผลิตของโรงงานซูซูกิในประเทศอินโดนีเซีย มาพร้อมจุดขายในการเป็นรถยนต์มินิ เอ็มพีวี สำหรับการใช้งานครอบครัวเต็มรูปแบบ โดยไม่ได้เปลี่ยนไปใช้จุดขายด้านการเป็นครอสโอเวอร์หรือเอสยูวีแบบคู่แข่งหลาย ๆ ราย ซึ่งต้องยอมรับว่าโดนใจผู้บริโภคพอสมควร เพราะยอดจองหลังเปิดตัวที่แตะหลัก 600 คันนั้นถือว่าไม่ธรรมดา และน่าจะทำให้การส่งมอบของรถยนต์รุ่นนี้อาจจะมีปัญหาในระยะสั้น หลังจากที่เป้าหมายการขายจริง ๆ ของรถนั้นอยู่ที่ 200-300 คันเท่านั้น

Ertiga

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้รถคันนี้ขายดี ก็ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะคู่แข่งในเซกเมนต์นี้มีไม่มากนัก การตั้งราคาเมื่อเทียบกับออพชั่นที่ติดตั้งมาให้เต็มพิกัดถือว่ามีความน่าสนใจ ประกอบกับความสดใหม่ของสินค้า หน้าตาที่ไม่เป็นรองใครในคลาส ก็ถือว่าทำมาอย่างน่าสนใจ แต่หากถามเรื่องการขับขี่จะเป็นอย่างไร คงต้องไปลองขับทดสอบกันอย่างจริงจัง

โครงสร้างตัวถังใหม่ถูกเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม HEARTECT เครื่องยนต์รุ่นใหม่รหัส K15B ของเล่นเพียบพร้อมครบครัน แต่ก็ถูกตั้งคำถามที่การใช้งานเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะเท่านั้น รายละเอียดของรถทั้งหมดจะเป็นอย่างไรนั้น กลับไปติดตามบทความการเปิดตัวรถยนต์ซูซูกิ เออร์ทิก้า ที่เราทำเอาไว้อย่างละเอียดก่อนอีกที

Ertiga

เพราะความตั้งใจในการออกแบบรถยนต์รุ่นนี้ให้คงความเห็นเอ็มพีวีเอาไว้ ทำให้ซูซูกินั้นไม่ได้เพิ่มความสูงของตัวรถไปเหมือนกับคู่แข่งบางค่าย ทำให้ตัวรถมีความสูงรวมเพียง 1.69 เมตรเท่านั้น แต่พวกเขาก็พยายามเน้นการดีไซน์ให้รถมีลักษณะกลมมน ทำให้ตัวรถดูมีขนาดที่ใหญ่โตขึ้น พร้อมทั้งออกแบบตัวรถตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่ทำให้รถนั้นมีความลู่ลมมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม

โครงสร้างตัวถังฮาร์ทเทคที่นำมาใช้ต่อเนื่องจากสวิฟท์นั้น ที่หัวใจหลักก็คือการใช้แพลตฟอร์มที่พัฒนาจากเหล็กเหนียวแรงดึงสูงมาเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ได้โครงสร้างตัวรถที่แข็งแรง เพิ่มความปลอดภัยในทุกการเดินทาง และช่วยในเรื่องของการประหยัดนำ้มันมากขึ้น อีกทั้งน่าจะช่วยให้รถมีความสนุกสนานในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้นเหมือนตอนที่เราเคยประทับใจกับช่วงล่างของสวิฟท์ก่อนหน้านี้

Ertiga

รูปร่างหน้าตาภายนอกมาพร้อมความสดใหม่ที่มากขึ้นกว่ารุ่นเดิมที่ต้องยอมรับว่าให้อารมณ์แบบรถครอบครัวยุคโบราณไปนิด แต่การออกแบบรุ่นใหม่ที่เน้นความเฉียบคมมันวาวของกรอบกระจังหน้าโครเมียมอันโดดเด่น ผสานกับโคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ และกรอบไฟตัดหมอกที่มาพร้อมกันชนหน้าสีดำตัดกับสีพื้นของตัวรถ โดยสรุปแล้วก็ต้องบอกว่าทำให้ด้านหน้าของรถนั้นดูดีอยู่ไม่น้อย

ล้อแมกซ์ที่ติดตั้งมาให้เป็นล้อแมกซ์ขนาด 15 นิ้ว ที่แม้จะเลือกลายที่ดูมีความอลังการมาใช้แล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยสวยและไม่แมตช์กับรถเท่าไร แต่อันนี้มันแล้วแต่คนชอบนะครับ ใครที่มาดูอาจจะบอกว่าสวยดีอยู่แล้วก็ได้ กระจกเป็นสีเดียวกับตัวรถและมาพร้อมไฟเลี้ยว มือจับประตูสีเงิน ไฟท้ายด้านหลังแบบแอลอีดี รูปทรงตัวแอล มาพร้อมบานประตูหลังขนาดใหญ่แบบเปิดด้วยมือ

Ertiga

เออร์ทิก้ารุ่นใหม่มาพร้อมกับระบบสมาร์ทคีย์ที่ทำให้เปิดประตูรถได้ด้วยการกดปุ่มที่มือจับประตู รวมถึงมาพร้อมระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยการกดปุ่ม ห้องโดยสารที่มีความหลากหลายในการใช้งานในแบบของรถเอ็มพีวี ที่สามารถปรับพับเบาะได้ตามความต้องการ และเบาะตอนสองที่เลื่อนเข้าออกได้ถึง 24 เซนติเมตร การออกแบบมีความทันสมัยมากขึ้นด้วยการเลือกใช้วัสดุและลายไม้สวยที่ดูไม่แก่เกินไปนัก

แน่นอนว่าเมื่อเป็นเอ็มพีวี ทำให้ซูซูกินั้นอัดของเล่นในรถมาเพิ่มขึ้นอย่างมาก คนที่ชอบน้ำเย็น ๆ อาจจะชื่นชอบที่วางเครื่องดื่ม 8 จุด พร้อมช่องเป่าลมเย็นสำหรับเครื่องดื่มที่กลางคอนโซลหน้า ช่องปรับอากาศแถวหลังที่ให้ความเย็นสบายในกรณีที่รถของคุณมีฟิล์มที่ช่วยกันความร้อนในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถปรับอุณหภูมิที่ตอนหลังได้ ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ที่มีมากพอสำหรับการใช้งาน แม้ระบบปรับอากาศจะยังเป็นระบบปรับด้วยมือก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับรถยนต์ในระดับราคานี้

Ertiga

แต่ในบางอุปกรณ์ก็อาจจะทำให้หงุดหงิดได้เหมือนกันนะ ยกตัวอย่างเช่น ระบบเครื่องเสียงที่ติดตั้งมาจากโรงงานในอินโดนีเซียนั้น หากมองแวบแรกจะรู้สึกว่ามันควรจะเป็นหน้าจอสัมผัสที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย อย่างน้อยในรุ่นท๊อปก็ควรจะไม่แตกต่างจากในสวิฟท์มากนัก แต่ในเออร์ทิก้านั้น ต้องบอกว่าตัวหน้าจอแบบสัมผัสที่ให้มานั้นดูน่าผิดหวัง เพราะมันไม่สามารถทำอะไรได้สักเท่าไร

ฟังชั่นส์การใช้งานนั้นค่อนข้างยาก หากจะเข้าไปเซตอัพระบบโทรศัพท์หรือระบบอื่น ๆ ที่ติดตั้งมา สัมผัสของการเลือกใช้งานของแถบด้านข้างไม่ค่อยลื่นติดมือ ขณะที่ปุ่มฟังชั่นส์ก็ออกแบบมาแบบงงงง เอาเป็นว่าถ้าในอนาคตผมจะซื้อรถคันนี้ หน้าจอนี้คงจะเป็นจุดแรกที่ต้องพิจารณาเปลี่ยน พร้อมอาจจะต้องติดตั้งจอสำหรับกล้องถอยหลังมาเลย อันนี้ไม่รู้ว่าดีลเลอร์ส่วนใหญ่ก็น่าจะเริ่มสต๊อกของกันแล้วค่อนข้างจะแน่นอน

Ertiga

เครื่องยนต์เค15บี แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1,462 ซีซี. ตามสเปกให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และระบบช่วยเหลือด้านการขับขี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวและระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้าและสัญญาณเตือนขณะถอยหลัง ที่ช่วยในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นถือว่าทำได้ดีมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะยังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดก็ตาม การออกตัวของรถและการเร่งแซงที่ความเร็วต่ำถึงปานกลางทำได้อย่างไหลลื่น แต่แน่นอนว่าเมื่อเกินความเร็วระดับ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้ว ตัวรถก็เริ่มมีอาการเอื่อย ๆ ลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่หากมองว่าเป็นรถยนต์แบบครอบครัวสำหรับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน

Ertiga

สิ่งที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็คือระบบของแพลตฟอร์มและช่วงล่างที่มีความหนึบแน่นขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะมีความรู้สึกของยางที่ไม่นุ่มนวลเท่าไรนัก แต่หากมองเฉพาะตัวรถเป็นหลัก ถือว่ามีความน่าใช้งานมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การรับน้ำหนักของโช็คอัพหลังมีความแน่นนุ่ม ขณะที่แรงสั่นสะเทือนของรถที่รับมาคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของยางเป็นหลัก เอาจริง ๆ แค่เปลี่ยนยางดีดี อาการสั่นสะเทือนเลือนลั่นก็น่าจะดีขึ้น

ห้องโดยสารภายในออกแบบมาอย่างลงตัวน่าใช้งานมากขึ้น ด้วยเบาะที่นั่งที่รองรับน้ำหนักได้ดีพอสมควร แต่คิดว่าไปทางไกล ๆ ก็อาจจะต้องแวะพักกันเป็นระยะ เบาะนั่งแถว 2 สามารถปรับเอนได้ 1 ระดับ เอาไว้เอนหลังผ่อนคลายได้เล็กน้อย ขณะที่เบาะที่นั่งแถวที่ 3 แม้จะทำการปรับเบาะที่นั่งแถวสองมาหน้าสุดแล้ว ก็ยังไม่น่าจะสะดวกต่อการนั่งระยะทางยาว ๆ สำหรับผู้ใหญ่อยู่ดี เก็บไว้ให้เด็ก ๆ นั่งกันต่อไปล่ะดีแล้ว

Ertiga

ระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีมาให้ถือว่าเพียงพอแต่ดูยังไมีค่อยลงตัวสักเท่าไรนัก ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเก็บบางอย่างเอาไว้สำหรับการไมเนอร์เชนจ์ที่จะตามมาในอนาคต แต่หากมองในมุมของการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว หากเป็นสายมินิมอลลิสต์ก็คงพอแล้วล่ะ แต่หากเป็นพวกชอบของเล่นเยอะ ๆ ก็ต้องไปเติมอุปกรณ์กันอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอวิทยุ ระบบกล้องถอยหลัง ก็น่าจะต้องมี

อย่างไรก็ตาม หากกลับมาดูที่ราคาจำหน่ายของรถที่เซตมาอย่างเร้าใจแล้ว ต้องยอมรับว่าทีมงานของซูซูกินั้นทำการบ้านกันมาอย่างดี ด้วยการเลือกหาช่องว่างของระดับราคาในท้องตบาดที่เหมาะสมได้อย่างเหมาะเจาะ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องคิดมากและไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบเยอะ เรียกว่าเป็นรถที่ซื้อง่ายขายคล่องก็คงไม่ผิด

Ertiga

แถมยังมีการเร่งเร้าผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของให้ต้องเร่งการซื้อกันอย่างรวดเร็ว เมื่อประกาศล่วงหน้าว่าจะคงราคาจำหน่ายเอาไว้จนถึงสิ้นเดือนเมษายนเท่านั้น ซึ่งเดายากเหมือนกันว่าจะมีการปรับราคาขึ้นไปจริงหรือไม่ และจะปรับขึ้นเท่าใด แต่หากตัวเลขยอดจองเป็นไปตามเป้าหมายขนาดนี้ก็น่าจะเห็นการปรับราคาตามแผนเอาไว้ค่อนข้างแน่

ซูซูกิ เออร์ทิก้า ใหม่ ยืนหยัดแข่งขันในตลาดมินิ เอ็มพีวี ด้วยการท้าชนกับคู่แข่งรายใหญ่อย่างไม่ลดละ จุดขายของรถก็คือการตอบสนองที่ไหลลื่น ขับขี่ได้อย่างสนุกสนานในย่านความเร็วที่ถูกกฎหมายในประเทศไทย ช่วงล่างปรับแต่งใช้งานได้หลากหลาย ในสนนราคาที่น่าค้นหาจับจองเป็นเจ้าของเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น

Ertiga

ตัวรถมีจุดเด่นมากมายและมีจุดที่สามารถเพิ่มเติมความน่าสนใจได้อีกหลายจุด กระแสตอบรับจากกการจัดงานช่วงสุดสัปดาห์หลังการเปิดตัวที่ฟันยอดไปมากกว่า 500 คัน หรือคิดเป็นกว่า 20% ของเป้าหมายการขายทั้งปี อาจจะทำให้ผู้บริหารรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่ก็ต้องเริ่มเครียดกับการหาสินค้ามาส่งมอบให้ลูกค้าในไทย ไม่ทำให้ต้องรอนานเกินไป

เพราะคู่แข่งรายอื่นนั้นสต็อกเพียบ แถมบางรายก็เริ่มบริหารจัดการการส่งมอบได้ดีขึ้นแล้วในปัจจุบัน หากส่งมอบช้าก็ต้องระวังลูกคเ้าแอบปันใจเหมือนกันนะ!!!

Ertiga

บทสรุป

ซูซูกิ เออร์ทิก้า คืออาวุธใหม่ล่าสุดของซูซูกิ ประเทศไทย ที่ยังเน้นการทำตลาดด้วยการเป็นมินิ เอ็มพีวี ที่ชูความเป็นรถเอนกประสงค์สำหรับการใช้งานในเมืองเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา โดยมาพร้อมเครื่องยนต์และโครงสร้างใหม่ที่ใช้งานดีขึ้น ในราคาจำหน่ายที่น่าสนใจ และจะเป็นออพชั่นที่ทำให้ผู้บริโภคต้องหนักใจในการเปรียบเทียบอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 25/03 - 15:49

โหดไปไหน Audi พัฒนาเครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ รีดพละกำลังทะลุ 610 แรงม้า

Audi พัฒนาเครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับใช้ในรถแข่งทัวริ่งในประเทศเยอรมนีหรือ DTM พร้อมคาดการณ์ว่าจะมีพละกำลังมากกว่า 610 แรงม้า ค่ายรถสี่ห่วงจากเยอรมนีสร้างขุมพลังขับเคลื่อนสุดโหดดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อกำหนดของการแข่งขัน DTM โดยจะยกเลิกขุมพลังบล็อกวี8 รุ่นเก่าเพื่อหันมาใช้บล็อก 4 สูบที่มีความประหยัดน้ำมันมากกว่า แต่ยังคงอัดแน่นด้วยพละกำลังมหาศาล รายงานข่าวระบุว่าทีมวิศวกรของ Audi....

Ken - 25/03 - 12:01

รีวิว Royal Enfield Continental GT 650 หล่อคาเฟ่ ขี่ดี นุ่ม สมูธ จนต้องขอมอบเยี่ยม

เราคาดหวังไว้นะว่าเจ้า 650 สองสูบใหม่ของค่ายอังกฤษเจ้าของอินเดียอย่าง Royal Enfield Continental GT 650 น่าจะดีแหละ แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้เหมือนกัน ดีไซน์แบบ Pure Motorcycle แม้ตัวรถจะมาในสไตล์คลาสสิคและได้แรงบันดาลใจมาจากความสำเร็จในรุ่นก่อนๆ โดยยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ครบครันแต่อยากบอกเลยว่าเจ้า 650 มีชิ้นส่วนที่แชร์กับรุ่น 535 หรือตัวสูบเดี่ยวที่ขายมาก่อนหน้าเพียง....

SK - 25/03 - 11:00

Ford ประกาศยืนยันรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกบนพื้นฐาน Mustang ท้าชน Tesla Model Y

Ford ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารถครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่พัฒนาบนพื้นฐาน Mustang จะมีตำแหน่งการตลาดที่แข่งขันกับ Tesla Model Y โดยตรง เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Ford ทวิตข้อความโชว์ภาพไอ้ม้าป่าสีฟ้าพร้อมกับข้อความว่า “Hold your horses” ทำนองว่า “รอก่อน อย่าเพิ่งด่วนใจร้อน” ในการตัดสินใจเลือกรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกันอย่าง Model....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

18/02/19 11:31

เปิดสเปก Bentley Bentayga Speed นั่งบังลังก์รถเอสยูวีที่เร็วที่สุดในโลก

ก่อน

Apple จดสิทธิบัตรเทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกรถยนต์

ต่อไป

next article

Apple จดสิทธิบัตรเทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกรถยนต์