[1st Drive] Nissan Terra เวอร์ชั่นไทย พัฒนามาอย่างละเมียดละมุน

เขียนโดย

เขียนโดย 01/10/18 22:02

Nissan Terra คือความพยายามในการแข่งขันอีกครั้งในตลาดพีพีวีที่กำลังเติบโตในตลาดโลกและตลาดประเทศไทย รถยนต์ดัดแปลงบนพื้นฐานของรถกระบะอย่างนิสสัน นาวาร่า คันนี้เรียกเสียงฮือฮาอย่างมากในการเปิดตัวในหลายตลาดทั่วโลก

แน่นอนว่าในประเทศไทยนั้น เสียงดูออกจะแตก ๆ ไปบ้างระหว่างคนที่ชื่นชอบที่บอกว่านิสสันอัดของเล่นมาให้อย่างเต็มที่เหนือกว่าคู่แข่ง ขณะที่ฝ่ายไม่ชอบก็ยังติติงในเรื่องของดีไซน์ที่ไม่ได้แตกต่างจากรถกระบะของพวกเขามากนัก และราคาที่ออกจะดูโดดเด่นไปสักหน่อย

การเปิดตัวใน 3 รุ่นย่อยที่วางราคาไว้ที่ 1.316 – 1.427 ล้านบาท นิสสันพยายามชูจุดขายที่เรื่องของอุปกรณ์และระบบที่อัดมาเต็มที่เหนือคู่แข่ง ซึ่งใครที่สนใจในรายละเอียดทั้งหมด สามารถกดลิงค์รายละเอียดทั้งหมดที่เรารวบรวมไว้ด้านล่างนี้กันได้

Nissan Terra

นิสสัน เทอร์ร่า เวอร์​ชั่นที่จำหน่ายในประเทศไทย เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย และมีแผนการที่จะส่งออกไปจำหน่ายในหลายตลาดทั่วโลก โดยมีความแตกต่างอยู่หลายประการจากเวอร์ชั่นที่ผลิตและขายอยู่ในตลาดโลก

หนึ่งก็คือ ในเวอร์ชั่นประเทศไทยนั้นจะเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งทั้งหมด รวมไปถึงเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ใช้อย่างเป็นทางการในเวอร์ขั่นที่จำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ทำให้เทอร์ร่าในประเทศไทยมีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าใครในตลาด

เครื่องยนต์ดีเซล 2.3 เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด นิสสันระบุว่าให้กำลังที่ดีขึ้นในรอบต่ำลง และปรับอัตราทดพวงมาลัยให้ไวขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นรถสำหรับการโดยสาร

Nissan Terra

จุดนี้จะทำให้เทอร์ร่า แตกต่างจากกระบะที่เป็นพื้นฐานอย่างนิสสัน นาวาร่า อย่างสิ้นเชิง เพราะนาวาร่านั้นเซตอัพสำหรับการขนส่งและการบรรทุก เมื่อทีมวิศวกรพัฒนาเทอร์ร่าก็ได้นำเรื่องนี้มาเป็นมาตรฐานในการเซตอัพรถให้แตกต่างกันเช่นกัน

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เลือกใช้งานได้ 3 โหมด สามารถแสดงผลของการใช้งานผ่านหน้าจอ 3 มิติ ขนาด 5 นิ้วที่แสดงผลเป็นจอสีและภาษาไทย ที่บอกทั้งเรื่องของการกระจายน้ำหนักและความดันลม มาพร้อมระบบป้องกันการลื่นไถล ลิมิเต็ดสลิป ในทุกรุ่น

โครงสร้างของช่วงล่างแบบลดการสั่นสะเทือน 2 ชั้น มีการติดตั้งตัวยางรองซับแรง 10 จุด เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างเดิมของนาวาร่า ช่วยรองรับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากทั้งยางและเครื่องยนต์ให้ลดลง ขณะที่ช่วงล่างแบบ 5-ลิงค์ ก็ช่วยลดอาการโคลงและเก็บอาการสะเทือนได้อย่างดี

Nissan Terra

เทอร์ร่าเป็นรถพีพีวีรุ่นแรกในประเทศไทยที่มาพร้อมอะคูสติกกลาส ที่มีชั้นฟิล์มระหว่างชั้นกระจกเป็นฉนวนกันเสียง ช่วยลดเสียงที่เกิดจากลมปะทะ รวมถึงมีการบุฉนวนกันเสียงเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยให้เกิดความเงียบสบายที่สุดสำหรับเทอร์ร่าในการขับขี่รอบด้าน

เบาะที่นั่งมีการออกแบบอย่างพิเศษเพื่อให้การลงน้ำหนักมีความสบายมากขึ้น การกระจายน้ำหนักของเบาะเต็มแผ่นหลังจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างสบาย มาพร้อมระบบปรับอากาศแบบเย็นทั่วถึง และติดตั้งปุ่มปรับอากาศตอนหลังค่อนมาด้านหลังของรถ เพื่อให้ผู้โดยสารปรับได้ทุกตำแหน่ง

การปรับตำแหน่งเบาะที่นั่งทำได้อย่างสะดวก ด้วยปุ่มปรับเบาะแถว 2 แบบวันทัข ที่ผู้ขับขี่สามารถกดได้ทันที โดยที่ผู้โดยสารสามารถก้าวขึ้นได้อย่างสะดวก เบาะแถว 2 สามารถปรับเลื่อนได้ 80 มิลลิเมตร มาพร้อมที่นั่งแบบเธียร์เตอร์ เพื่อให้ผู้โดยสารมองเห็นด้านหน้าจากทุกตำแหน่ง

Nissan Terra

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน 7 ระบบ โดยมี 2 ระบบที่ติดตั้งมาใหม่ในพีพีวี ตัวแรกได้แก่ กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน พร้อมกล้องส่องภาพจากภานยอก เพื่อช่วยลดการบดบังทัศนียภาพทางด้านหลัง จากบรรดาผู้โดยสารหรือจอกลางที่มักจะเป็นปัญหาในการใช้งาน

สองได้แก่ กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง ที่สามารถปรับมุมองศาการมอง มาพร้อมเซนเซอร์ด้านหลัง 4 จุด และระบบเตือนวัสดุที่เคลื่อนไหวรอบตัวรถ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานและจากมุมอับที่อาจจะมองไม่เห็น ถือเป็นฟังชั่นส์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาให้กับเซกเมนต์นี้

นอกจากนี้ ก็จะมีระบบเตือนการออกนอกช่องทาง ระบบเตือนจุดอับสายตาที่ใช้เซนเซอร์ในการตรวจจับเพื่อความแม่นยำ ระบบวัดแรงดันลมยางขณะขับขี่อัตโนมัติ ระบบช่วยออกตัวทางลาดชันและระบบควบคุมความเร็วขณะลงความลาดชัน แบบครบครัน

Nissan Terra

ทีมวิศวกรของนิสสันระบุว่ารถคันนี้สามารถลุยน้ำได้อย่างไม่มีปัญหาที่ระดับความลึก 450 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับตัวรถที่เป็นพีพีวียกสูง และไม่มากเลยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาดที่บางรายลุยได้ถึง 70 เซนติเมตร แต่ก็เป็นระดับการลุยที่น้ำจะไม่เข้ามาในตัวรถแน่นอน

เราจะไม่พูดถึงรูปร่างหน้าตาของรถมากนัก เพราะของพวกนี้มันลางเนื้อชอบลางยาว่าไม่ได้ แต่เราก็คิดว่ามันไม่ได้แตกต่างจากกระบะอย่างนาวาร่าสักเท่าใด แม้จะใส่ล้อแมกซ์ 18 นิ้วมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานแล้วก็ตาม พร้อมด้วยยางไฮ-เทอร์เรน ก็ไม่ได้เพิ่มความดุดันมากนัก

กระจกรอบข้างไม่ได้ติดตั้งระบบแจม โปรเทคชั่นมาให้ ประตูบานหลังยังไม่มีระบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า แต่แลกกลับมาด้วยกล้องที่กระจกมองข้าง กันชนหน้า-หลัง และเซนเซอร์ต่าง ๆ รอบคัน เพื่อให้การทำงานของระบบช่วยเหลือต่าง ๆ ด้านการขับขี่ใช้งานได้อย่างเต็มที่

Nissan Terra

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยเบาะหนังที่รับกับสรีระและน้ำหนักตัวดีที่เบาะด้านหน้า แต่ชันและสั้นไปที่เบาะแถวกลางและเบาะตอนหลัง รุ่นท๊อปจะมาพร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาล ขณะที่รุ่นรองลงไปจะเป็นเบาะหนังสีดำ การตกแต่งภายในห้องโดยสารไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเตะตา

แต่หากเจาะลงไปในดีเทลต่าง ๆ อาทิ หน้าจอแสดงผล 3 มิติขนาด 5 นิ้วตรงกลางแดชบอร์ดที่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะออฟโรด มิเตอร์ ที่ดูในเรื่องขององศาของรถในการขับออฟโรด ระบบตรวจสอบความดันลมยาง ก็ถือว่าให้ของเล่นมาอย่างพอสมควร

การเข้าออกเบาะตอน 3 เป็นไปได้อย่างง่ายดายด้วยปุ่มพับเบาะแบบสัมผัสเดียวที่ติดตั้งไว้ที่ด้านหน้า ให้ผู้ขับขี่สามารถกดเปิดเบาะให้ได้อย่างง่ายดาย น่าจะเป็นงานคิดเพื่อผู้บริโภคที่แท้จริงของเทอร์ร่า แม้ว่าเบาะที่นั่ง 2 แถวหลังจะยังห่างไกลกับคำว่าสบายก็ตาม

Nissan Terra

แม้เบาะที่นั่งจะไม่สบายมาก แต่ต้องขอบอกว่านิสสันนั้นทำการบ้านกับการเซตอัพช่วงล่างของรถมาเป็นอย่างดี ความนุ่มนวลในการใช้งานของรถและการขับขี่ในภาพรวมอยู่ในระดับสอบผ่านฉลุยบนออนโรด และทำคะแนนได้สูงไม่น้อยในการขับขี่แบบออฟโรด

ถ้าประสบการณ์การลองรถกลุ่มพีพีวีทำให้คุณเหนื่อยกับการเป็นผู้โดยสารตอนหลังที่โยกโยนและโคลงเคลง เทอร์ร่าคือตัวอย่างที่ดีของการเซตอัพช่วงล่างด้านหลังของรถกลุ่มนี้ ให้มีการบาลานซ์ที่ลงตัวระหว่างการขับขี่บนทางดำและทางฝุ่น แม้จะเป็นรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อก็ตาม

อีกสิ่งที่ต้องเอ่ยชมก็คือการเก็บเสียงของรถที่นิสสันเลือกใช้กระจกอคูสติกเป็นครั้งแรก รวมถึงการติดอุปกรณ์ซับเสียงมากมายทั่วคัน ที่ทำให้การเก็บเสียงของรถเป็นไปได้อย่างต้องเอ่ยชม ขณะที่ระบบเซนเซอร์มากหน้าหลายตาก็ทำงานได้อย่างลงตัว

Nissan Terra

อย่างไรก็ตาม การที่ต้องผลักกระจกมองหลังทุกครั้งที่ต้องการใช้บริการกล้องส่องด้านหลังก็ยังดูน่ารำคาญไปนิด และหากนิสสันต้องการให้ใช้ระบบนี้เป็นมาตรฐานในการขับขี่ นิสสันก็มีการบ้านที่จะต้องปรับคุณภาพของกล้องตัวนี้ โดยเฉพาะในเวลาแสงน้อยหรือฝนตกหนัก เป็นต้น

เครื่องยนต์ 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่รีดกำลัง 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 450 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ไม่ได้ให้การตอบสนองแบบบ้าพลังเอาเป็นเอาตาย แต่เน้นความต่อเนื่องของการส่งกำลังตั้งแต่รอบต่ำถึงรอบสูง ที่เหมาะสมกับความเร็วแต่ละย่าน

เกียร์และเครื่องยนต์ของเทอร์ร่ามีความฉลาดมากขึ้น ถามว่ามากขนาดไหน ก็มากพอที่จะทำให้เราลากรถคันนี้ขึ้นไปถึงพระตำหนักดอยตุงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ไปมา ใช้ความสามารถของรถในการลากจูงขึ้นไปแบบเรื่อย ๆ ไม่เหนื่อย และสามารถวิ่งตามขบวนได้อย่างไม่ติดขัด

Nissan Terra

ในโหมดออฟโรดที่มีการเซตอัพสนามให้ลองนั้น เพียงแค่เปลี่ยนระบบให้เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานในแต่ละสเตจ การเอารถผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนินเอียง เนินสลับ บ่อน้ำ หรือแม้แต่เนินชันสูง ๆ ก็ใช้แค่ความสามารถพื้นฐานของการขับออฟโรดก็เพียงพอต่อการใช้งานรถคันนี้

เอาล่ะ วันนี้ได้ลองขับกันเล่น ๆ ประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร อาจจะยังไม่ได้เห็นสมรรถนะของรถกันอย่างเต็มที่ เดี๋ยวรอสักเดือนหน้าก็คาดว่านิสสันจะยอมปล่อยรถทดสอบออกมากันอย่างจริงจัง เอาไว้ค่อยไปลองใช้งานกันอย่างเต็มพิกัดจริงจังกันอีกรอบก็แล้วกัน

สรุปการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน 1 วัน นิสสันพัฒนาเทอร์ร่าขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ มีการปิดจุดอ่อนของคู่แข่งรุ่นอื่น ๆ และเพิ่มจุดแข็งให้กับสินค้าตัวเองหลายอย่าง แต่ก็ยังน่าเสียดายที่พวกเขายังไม่ได้เดินหน้าใส่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับรถของตัวเองมาทั้งหมด เรียกว่ามีอีกหลายอย่างที่ขอเก็บไว้เพิ่มเติมในอนาคต

ระบบต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาให้ถือว่าน่าสนใจ การตอบสนองของรถไม่ได้เน้นสปอร์ตจ๋า แต่เน้นความลงตัวในการขับขี่ รูปร่างหน้าตาแล้วแต่คนมอง แต่ผมอยากให้ฉีกจากนาวาร่ามากกว่านี้อีกนิด มองโดยรวม ๆ ก็น่าสนใจ เมื่อเทียบกับระดับราคาที่ท้าชนกับคู่แข่งในเซกเมนต์ได้สบาย ๆ

Nissan Terra

นิสสัน เริ่มต้นส่งรถทดสอบเทอร์ร่าให้กับดีลเลอร์ทั่วประเทศกันแล้ว และรถยนต์คันแรกจะเริ่มส่งมอบกันอย่างเป็นทางการภายในเดือนนี้ ซึ่งต้องบอกว่านิสสันเองก็คาดหวังกับยอดจองและยอดจำหน่ายของรถคันนี้มากพอสมควร ว่ากันว่าเป้าหมายพวกเขาคือแชร์ 2 หลักของเซกเมนต์นี้เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ปราการที่ขวางหน้าพวกเขาอยู่นั้นมีอยู่มากมาย ทั้งปัจจัยความแข็งแกร่งของคู่แข่งจากภายนอก และความอิรุงตุงนังภายในของนิสสันเองที่อาจจะทำให้หลาย ๆ คนยังลังเลอยู่ เรื่องพวกนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อมั่นของแต่ละคนนะครับ แบรนด์นิสสันเองก็ถือว่าแข็งแกร่งพอตัวในตลาด

แต่หากมองเรื่องของตัวสินค้าเป็นหลัก ต้องบอกว่านิสสันนั้นมีความละเอียดในการจัดการรถคันนี้พอสมควร มันดีพอที่จะเบียดขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรถยนต์กลุ่มนี้ได้ไม่ยาก หากมองในเชิงสมรรถนะของรถในภาพรวม ซึ่งเรียกว่าถ้าได้ลองขับจริง ๆ ก็จะมีอาการลังเลเมื่อเทียบกับคันอื่นแน่นอน

ส่วนจะขายดีขนาดไหนหรือมียอดจำหน่ายเป็นไปตามคาดการณ์หรือไม่ ก็รอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ไปก็แล้วกัน…

Nissan Terra

ข้อดี

  • การเก็บเสียงในห้องโดยสาร
  • ช่วงล่างที่แสนจะน่าประทับใจ
  • อุปกรณ์ที่ติดตั้งมาอย่างน่าใช้

ข้อสังเกต

  • ขาดอุปกรณ์พื้นฐานหลายจุด
  • ห้องโดยสารนั่งไม่สะดวกสบาย
  • หน้าตาไม่เร้าใจเท่าที่ควรเป็น

บทสรุป

นิสสัน เทอร์ร่า น่าจะพูดได้เต็มปากว่าพัฒนาสินค้ามาอย่างละเมียดละมุน และดีพอที่จะเบียดมาอยู่ในพีพีวีที่น่าใช้อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เหลือเพียงแต่ว่า พวกเขาจะทำตลาดแข่งกันคู่แข่งมากหน้าหลายตาอย่างไรนี่ล่ะ

Nissan Terra

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 11/12 - 13:00

ลือกระหึ่ม Lotus ซุ่มพัฒนาไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าค่าตัว 2.5 ล้านเหรียญ

Lotus ตกเป็นข่าวว่ากำลังซุ่มพัฒนารถไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมพลังงานไฟฟ้า วางเป้าออกแข่งขันกับไฮเปอร์คาร์ตัวท็อปอย่าง Bugatti Chiron รายงานข่าวระบุว่า ไฮเปอร์คาร์รุ่นดังกล่าวมีรหัสว่า “Omega” ซึ่งได้รับการพัฒนามาได้สักพักใหญ่แล้วและคาดว่าจะเปิดตัวในฐานะรถต้นแบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นครั้งแรกภายในปีหน้า ก่อนที่จะออกจำหน่ายจริงหลังปี 2020 Geely กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากจีนซึ่งเพิ่งเข้าครอบครองกิจการของ Lotus เมื่อไม่นานนี้ประกาศความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะผลักดันแบรนด์รถสปอร์ตจากอังกฤษขึ้นชั้นสู่ระดับโลกทั้งในด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะ รวมถึงการยกระดับขึ้นเทียบเท่า Ferrari

SK - 11/12 - 11:00

เผยทีเซอร์ Toyota Supra Super GT รถแข่งตัวใหม่บนพื้นฐานรถสปอร์ตในตำนาน

Toyota Supra ใหม่มีกำหนดเผยโฉมที่งาน 2019 ดีทรอยท์ ออโต้โชว์ในวันที่ 14 มกราคม แต่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันจะมีการเปิดตัว Supra Super GT เวอร์ชั่นเรซซิ่งกันก่อน Supra Super GT จะออกอวดโฉมสู่สายตาสาธารณชนที่งาน 2019 โตเกียว....

Cokey - 11/12 - 10:16

Motor Expo 2018 ปิดฉากสวย ยอดขายเฉียด 4.5 หมื่นคัน Honda นำอันดับ 1 ส่วน Mazda มาแรงแซง Toyota สู่อันดับ 2

Motor Expo 2018 ปิดฉากสวย ยอดขายรถรวมเฉียด 4.5 หมื่นคัน รถเก๋ง รถหรูคึกคัก นำทัพยอดขายโดย Mazda ส่วนอันดับ 2 เซอไพรส์เพราะ Mazda เบียดค่ายหลักอย่าง Toyota ตกสู่อันดับ 3....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

01/10/18 22:02

Nissan Terra ไม่ได้ทำตลาดอเมริกา เพราะ “ติดขัดด้านความปลอดภัย”

ก่อน

[PARIS 2018] พาชม New Mercedes-Benz GLE 450 4MATIC ส่งตรงจากกรุงปารีส

ต่อไป