[1st Drive] Mitsubishi Triton เปลี่ยนรูปร่าง เพิ่มของเล่น เด่นและน่าใช้ขึ้น แต่ยังไม่สุด!!!

เขียนโดย

เขียนโดย 27/11/18 19:29

Mitsubishi Triton รุ่นปรับโฉมใหญ่ เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกในโลกไปก่อนหน้านี้ไม่นาน โดยมีสีส้มใหม่มาให้เลือกใช้ ในราคา 1.099 ล้านบาทในรุ่นท๊อป ที่มาพร้อมหน้าตาใหม่ที่ดูดุดัน เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และการเปลี่ยนแปลงหลายจุดที่น่าสนใจ

การเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตใหญ่ของรถยนต์รุ่นนี้ ที่ทำตลาดไปมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยมีราคาจำหน่ายตั้งแต่ 5.24 แสนบาทไปจนถึง 1.099 ล้านบาท

แต่แม้ว่าจะเปิดตัวออกมาเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ยังไม่มีรถยนต์ทดสอบออกมาอย่างเป็นทางการ โดยรถทดสอบเพิ่งจะถูกส่งไปถึงมือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ขณะที่คิวทดสอบของสื่อมวลชนนั้นอาจจะต้องลากยาวกันไปถึงต้นปีหน้า

Mitsubishi Triton

แต่ที่ Autostation เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะอยากรู้ว่ารถใหม่ที่เปิดตัวคันนี้นั้นมีดีขนาดไหน และเหมาะสมที่จะเข้าไปจับจองกันในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ที่กำลังจะเปิดม่านนี้หรือไม่ เราก็เลยเสกรถทดสอบขึ้นมา 1 คัน พร้อมกับทำการทดสอบเป็นระยะทางสั้น ๆ ราว ๆ 300 กิโลเมตร บนเส้นทางที่หลากหลาย

แม้จะไม่ได้เป็นการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในเรื่องของการบรรทุกและการลุยบนเส้นทางออฟโรด แต่ก็ถือว่ามีข้อมูลมากพอที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังได้ ว่านอกเหนือจากหน้าตาที่โดดเด่นขึ้นกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด รถคันนี้มีความโดดเด่นและน่าใช้งานเพิ่มมากขึ้นอยู่มากพอสมควร

Mitsubishi Triton

รายละเอียดของตัวรถทั้งหมดจากงานเปิดตัว ขออนุญาตให้กดไปอ่านกันได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้นะครับ เพราะว่าตัวรถเองแม้จะเป็นไมเนอร์เชนจ์แต่ก็มีรายละเอียดที่มากมายพอสมควร เกรงว่าเอามาเล่าอีกรอบก็จะยืดยาวโดยใช่เหตุ

ตัวรถที่ส้มที่ดูโดดเด่นเมื่อยามอยู่บนเวทีเปิดตัว เอาเข้าจริง ๆ ก็ดูแปลกตาและโดดเด่นจริง ๆ แต่เมื่อรวมกับชุดแต่งต่าง ๆ รอบคันแล้ว โดยส่วนตัวแอดกอล์ฟกลับมองว่าสีขาวดูเข้ากันและส่งเสริมบรรดาชุดแต่งรอบคันมากกว่าสีส้มสดสด แต่อันนี้แล้วแต่คนชอบนะครับ ใครชอบสีส้มก็ไม่ผิดอะไร

Mitsubishi Triton

การเปลี่ยนแปลงงานออกแบบด้านหน้าของตัวรถแบบไดนามิก ชิลด์ ที่ใช้กันอย่างต่อเนื่องมาจากปาเจโร่ สปอร์ตและเอ็กซ์แพนเดอร์ เมื่อมาอยู่บนตัวถังของไทรทันทำให้ตัวรถดูมีมิติมากขึ้น มีความบึกบึนมากขึ้น และดูหน้ายื่นยาวออกมาอีกเล็กน้อย ซึ่งถือว่าให้ภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งในภาพรวม

ตำแหน่งของไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไฟหรี่และไฟใหญ่นั้นวางไว้อย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งของโคมไฟที่อยู่สูงขึ้นมาจากรุ่นก่อน โลโกเป็นวัสดุโครเมียมสีเงินมันวาว ตัดกับชุดแต่งอื่น ๆ ที่มาในแบบสีเงินด้าน ดูตัดกันกับโครงสร้างอื่น ๆ ของตัวรถอย่างลงตัว ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ดูสวยงาม

Mitsubishi Triton

ล้อแมกซ์ขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมสีทูโทนที่สลับกันระหว่างสีเงินและสีเทาเข้ม บันไดข้างออกแบบมาใหม่ มีความกว้างเพิ่มมากขึ้น กระบะขนาดใหญ่ที่มีความความสูงแตกต่างกันเล็กน้อย มาพร้อมสปอยเลอร์หลังที่มียางเป็นขอบกันกระแทก เอาไว้ขนสัมภาระชิ้นยาวได้แบบไม่ต้องกลัวกะเทาะสีรถ

เรื่องที่น่าผิดหวังในการออกแบบห้องโดยสารภายนอกมีอยู่ 2 จุดครับ หนึ่งคือ ในรุ่นท๊อปของไทรทันยังไม่มีการติดตั้งแร็คหลังคาเพื่อบรรทุกสินค้ามาให้ หรือถ้าไม่ใช่ก็ติดมาเพื่อความสวยงามหน่อยก็ได้นะ อันนี้ต้องบอกว่าคู่แข่งเขามีกันเกือบจะหมดทุกรายแล้วในรถราคาระดับนี้

Mitsubishi Triton

สองก็คือ การเปิดฝากระโปรงอันใหญ่และหนักนั้น ยังต้องใช้แรงมือในการส่งฝากระโปรงขึ้นไปและหยิบที่ค้ำฝากระโปรง ทีนี้พอรถมันสูงใหญ่และมีด้านหน้าที่ยื่นล้ำมามากกว่าปกติ ก็เลยเป็นเรื่องลำบากของคนตัวเล็กหรือผู้หญิงที่จะเปิดมัน ถ้าให้ฝากระโปรงแบบโช็คมาก็เรียร้อยสวยงามเลย

แม้ภายนอกจะบึกบึนเพียงใด แต่ภายในห้องโดยสารกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ดูจะเอาใจกลุ่มลูกค้าครอบครัวเป็นอย่างมาก ระบบปรับอากาศของห้องโดยสารตอนหลัง ที่สามารถปรับเพิ่มความแรงลมได้จากตอนหลัง ก็เป็นอุปกรณ์ที่โดดเด่นสำหรับรถรุ่นนี้

Mitsubishi Triton

นอกจากนี้ ยังตอบรับสังคมแห่งการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วยช่องชาร์จไฟความเร็วสูง 2 ช่องสำหรับห้องโดยสารตอนหลัง ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังก็มีความยาวที่เหมาะสม ตำแหน่งของเบาะนั่งหลังเอนไปเล็กน้อย ทำให้การเดินทางไกลนั้นทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องนั่งหลังแอ่นหน้าเชิดแต่อย่างใด

ห้องโดยสารตอนหน้าโดดเด่นด้วยแผงคอนโซลหน้าและชุดควบคุมที่เรียกว่าแทบจะยกมาจากรุ่นพี่อย่างปาเจโร่ สปอร์ต พวงมาลัยมัลติฟังชั่นส์ที่ควบคุมทุกอย่างของรถ หน้าจอแสดงผลขนาดเล็กที่กึ่งกลางมาตรวัดตอนหน้า รวมถึงหน้าจอแสดงผลกลางก็เป็นของมิตซูบิชิเอง และเลิกคบหากับเคนวูดอันแสนวุ่นวายไปแล้ว

Mitsubishi Triton

คันเกียร์หน้าตาไม่คุ้ยเคยของเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดรุ่นใหม่ มาพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์แบบแมนวล ถัดลงมาเป็นปุ่มเลือกระบบขับเคลื่อนซูเปอร์ ซีเล็ค โฟร์วีลไดร์ฟ ทู ที่ยกออกมาจากรุ่นพี่แบบ 100% เบรกมือยังเป็นระบบดึงก้านใหญ่ ๆ อยู่ ขณะที่ระบบปรับอากาศเป็นแบบดิจิตอลปรับแยกส่วนซ้าย-ขวา

แน่นอนว่าระบบจอสัมผัสตรงกลางเป็นไทรทันเป็นที่รวบรวมระบบการใช้งานต่าง ๆ ภายในรถทั้งหมด แม้จะมีมาอย่างครบถ้วน แต่ก็ยังติด ๆ ขัด ๆ ไปบ้าง การแสดงผลของระบบนำทางและเสียงการนำทางยังแปลก ๆ แปร่ง ๆ เครื่องเสียงก็เสียงไม่ค่อยเสนาะหู ขณะที่ฟังชั่นส์อื่น ๆ ยังไม่ได้มีเวลาลองเล่น

Mitsubishi Triton

การขับเคลื่อนยังเป็นหน้าที่ของขุมกำลังเครื่องยนต์ดีเซล ไมเวค 2.4 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขณะที่มีการเปลี่ยนโช็คอัพหลังให้ใหญ่ขึ้นและดิสก์เบรกหน้าก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่

เอาจริง ๆ ถ้าถามโดยส่วนตัวกลับรู้สึกว่าไทรทันนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของการขับขี่ เพราะว่าจริง ๆ ของเดิมก็ทำมาได้ดีอยู่แล้ว การตอบสนองของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่สมูท ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นไปอย่างราบรื่นปรู๊ดปร๊าดมากขึ้น โดยเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ในย่านความเร็วกลางเป็นต้นไป

Mitsubishi Triton

ช่วงล่างหลังที่แม้จะดูนิ่มนวลลงบนถนนดำ แต่เมื่อเจอหลุมบ่อหรือทำการวิ่งบนทางฝุ่นที่มีความขรุขระเล็กน้อย ก็ยังออกอาการโฉ่งฉ่างแบบรองรับทุกสัมผัสให้เห็น ซึ่งไม่แน่ใจว่ามาจากการเซตอัพเพื่อรองรับการใช้งานการบรรทุกสินค้าเป็นหลักหรือเปล่า ไว้เดี๋ยวต้องขอยืมมาลองอีกที

ถ้าให้สรุปเรื่องของการขับขี่ในภาพรวมแบบสั้น ๆ ก็คือ การออกตัวและการเร่งแซงทำได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้น ช่วงล่างดีขึ้นบนทางดำ แต่ยังมีอาการที่ค่อนข้างชัดบนพื้นขรุขระ การเก็บเสียงก็ยังไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟคต์ ยังมีเสียงลมและเสียงเครื่องยนต์ครางเข้ามาต่อเนื่องในการใช้งาน

Mitsubishi Triton

แล้วอะไรกันเล่าคือจุดที่ดีสุด ๆ ของตัวรถ อันนี้แม้จะไม่มีโอกาสได้ทดลอง แต่ก็ขอบอกว่า ด้านระบบความปลอดภัยของรถนั้นจัดมาให้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้าและม่านถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งอยู่ที่เสากลาง ระบบช่วยออกตัวและควบคุมความเร็วบนทางลาดชัน ก็ติดตั้งมาให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ ตัวรถยังมาพร้อมระบบเตือนจุดบอดในการขับขี่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมการช่วยชะลอความเร็ว ระบบตัดความเร็วของเครื่องยนต์​อัตโนมัติเมื่อมีการกระทืบเบรก ซึ่งระบบทั้งหมดนี้มีประโยชน์มากในการขับขี่และใช้งานบนท้องถนนประเทศไทย

Mitsubishi Triton

ด้านนอกของตัวรถมีการติดตั้งกล้อง 4 จุดและเซนเซอร์รอบคันรถ 8 จุด ทำงานร่วมกันเพื่อตรวจจับและแสดงวัตถุรอบทิศทาง ระบบกล้องสำหรับถอยหลัง และระบบเตือนวัตถุด้านหลังเมื่อทำการถอยรถ ซึ่งถือว่าเหนือกว่าคู่แข่งหลายคันมาก ๆ สำหรับระบบที่ติดตั้งกันมาเต็มพิกัด

ถ้าถามความรู้สึกหลังจากอยู่ด้วยกันมา 1 วันเต็ม ๆ ก็ต้องบอกว่ามิตซูบิชินั้น มีความพยายามที่จะยกระดับไทรทันขึ้นไปเพื่อทำการแข่งขันในตลาดปิกอัพตัวท๊อป ที่ค่าตัวระดับ 1 ล้านบาทอัพ และเมื่อพวกเขายังต้องใช้เครื่องยนต์และพื้นฐานของรถรุ่นเดิม ก็เลยเลือกเติมความสดให้กับสินค้าในด้านต่าง ๆ

Mitsubishi Triton

การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกที่สดใหม่จะช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ไม่เคยใส่ใจจะขับรถปิกอัพให้เดินเข้ามาหา และเพิ่มความน่าสนใจด้วยของเล่นและลูกเล่นใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามามากมาย แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร พวกเขาถึงพลาดกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย อย่างแร็คหลังคาหรือฝากระโปรงหน้านี่แหละ

แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อปิกอัพระดับราคา 1 ล้านบาทในประเทศไทยอาจจะมีไม่มาก แต่พวกเขาเหล่านี้มีความละเอียดและความต้องการค่อนข้างสูง แถมหลาย ๆ คนไม่ได้ซื้อเป็นรถใช้งานประจำวันด้วยซ้ำ จริงอยู่ที่ของเล่นหลาย ๆ ชิ้นที่ติดมาสู้ได้แบบสบาย ๆ แต่มองปร๊าดแรกแล้วก็ยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่แบบนี้

Mitsubishi Triton

ผมเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่าไทรทันรุ่นโฉมใหม่นี้น่าจะขายดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม ด้วยรุ่นรอง ๆ ไปก็มีออพชั่นที่น่าสนใจและมีทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า แต่ในรุ่นท๊อปแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องเจอกับคู่แข่งทั้งรายใหม่รายเดิมที่พร้อมรับน้องกันอยู่อย่างเต็มพิกัด

และเชื่อว่าการมาของไทรทันจะทำให้ตลาดปิกอัพ 1 ล้านบาท ขยับตัวกันอย่างสนุกสนานมากขึ้นในช่วงต่อจากนี้ไป!!!

ข้อดี

  • รูปร่างหน้าตาอันโดดเด่น
  • ระบบความปลอดภัยอัดแน่น
  • ห้องโดยสารเอาใจลูกค้า

ข้อสังเกต

  • แร็คหลังคาไม่ได้ให้มาด้วย
  • ฝากระโปรงที่หนักและเปิดยาก
  • การขับขี่ที่ยังไม่เปลี่ยนไปมาก

บทสรุป

ถ้ามิตซูบิชิ ไทรทัน จะทำการปรับตัวเองมาเพื่อแข่งขันในตลาดรถปิกอัพราคาเกิน 1 ล้านบาท พวกเขาน่าจะคิดเรื่องของการขับขี่ให้เพิ่มมากขึ้น เพราะแม้ของเล่นและอุปกรณ์ต่าง ๆ จะน่าสนใจ รวมไปถึงรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งขึ้น แต่ยังไงลูกค้ากลุ่มนี้ก็มองภาพรวมทั้งหมดของรถอยู่ดี

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Cokey - 16/12 - 13:46

เจาะสเปค จากคลิปBMWเมาคลั่ง กับสปอร์ตรหัสแรง BMW M4 พลัง 431 แรงม้า ค่าตัว 8.909 ล้านบาท

เจาะสเปค BMW M4 สปอร์ตคูเป้รหัสแรง ที่มาพร้อมขุมพลัง 6 สูบ 431 แรงม้า กับค่าตัวที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะเปิดตัวที่ 8.909 ล้านบาท

SK - 16/12 - 09:16

Ford วางแผนการพัฒนารถกระบะขนาดเล็กบนพื้นฐานเดียวกับ Focus

Ford ตกเป็นข่าวหลายครั้งว่ากำลังวางแผนการพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่ที่จะพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับ Focus และจะออกทำตลาดต่ำกว่า Ranger แหล่งข่าววงในเปิดเผยกับเว็บไซต์ Ford Authority ว่า กระบวนการพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่เริ่มต้นขึ้นหลายเดือนแล้ว และกำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบประเมินคุณภาพตัวรถที่จะแบ่งปันชิ้นส่วนหลายรายการร่วมกับ Focus รุ่นใหม่ล่าสุด ข่าวระบุว่า Ford วางแผนการเปิดตัวรถกระบะรุ่นใหม่นี้ภายในปี 2021 โดยจะออกจำหน่ายในฐานะรุ่นน้องของ Ranger....

Cokey - 15/12 - 09:57

Mercedes X-Class Custom ปิกอัพ 6 ล้อหรู คาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน กับความหล่อขั้นสุด

พาชม Mercedes X-Class Custom จากสำนัก Pickup Design ที่มาพร้อมการตกแต่งจัดเต็ม ด้วยชุดคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ระบบขับเคลื่อนแบบ 6 ล้อ ที่เรียกได้ว่า งานนี้หล่อจริงๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

27/11/18 19:29

Mercedes-AMG GLC 63 S สร้างสถิติเนอร์เบิร์กริงแทน Alfa Romeo Stelvio

ก่อน

เผยโฉม 2019 Audi R8 ปรับลุคให้ดูเฉียบคมมากขึ้น พร้อมขายต้นปีหน้าในยุโรป

ต่อไป