[1st Drive] MG3 อัพของเล่น เปลี่ยนเกียร์ สนุกขึ้น แต่ยังไม่กลมกล่อมทั้งคัน

เขียนโดย

เขียนโดย 10/08/18 00:24

MG3 รุ่นแรกจำหน่ายไปมากกว่า 1.7 หมื่นคัน ถือเป็นรถยนต์ที่เปิดตลาดให้กับแบรนด์รถอังกฤษอีกครั้งอย่างสวยงาม แม้จะมีคำถามเรื่องความน่าใช้งานของเกียร์แบบเดิมที่ใช้งานยาก แต่ด้วยความน่ารักของตัวรถก็ทำให้มียอดขายสะสมไปมากพอสมควร

เมื่อทำการปรับโฉมอย่างเป็นทางการ แม้จะเป็นการปรับบนโครงสร้างพื้นฐานเดิมทั้งคัน เอ็มจีได้เลือกปรับเปลี่ยนใหม่ ๆ อยู่หลายจุด หนึ่งในนั้นก็คือหน้าตาที่เปลี่ยนไปให้มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ไม่ได้เน้นความน่ารักคิกขุแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนรุ่นที่ผ่านมา

การเปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้รถคันนี้เป็นรถที่ขับขี่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงการติดตั้งระบบไอ-สมาร์ทที่มีฟังชั่นส์ลดลงมาจากรุ่นพี่อย่างเอ็มจี แซดเอส เล็กน้อย โดยราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมาไม่ได้มากมายนัก

MG3

หลังจากเปิดตัวมาไม่นาน เอ็มจีก็ไม่ต้องให้พวกเรารอนาน เมื่อพวกเขาจัดทริปทดสอบรถยนต์คันใหม่กันอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เราได้ทำการทดสอบรถยนต์รุ่นเล็กคันนี้กันอย่างเต็มที่บนเส้นทางกทม.-หัวหิน แบบฟรีรัน วิ่งกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวรถทั้งหมด

รายละเอียดฟังชั่นส์ทั้งหมดของตัวรถมีอะไรบ้างนั้น ไม่พูดมากก็แล้วกัน ใครอยากรู้กดไปติดตามอ่านกันที่ลิงค์ข้างล่างนี้ได้เลย เผื่ออยากจะทบทวนกันอีกครั้งว่ารถเล็กคันนี้มีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง ถ้าอ่านจบแล้วก็ตามกลับมาอ่านรายละเอียดหลังการขับขี่กันได้

MG3

สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนและผมค่อนข้างชอบก็คือรูปร่างหน้าตาของรถครับ ดูโฉบเฉี่ยว ดุดันและสปอร์ตมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเลือกใช้สีของรถทูโทนอย่างฟ้าหลังคาขาวและเหลืองหลังคาดำดูลงตัว หรือถ้าไม่ชอบ จะไปเลือกสีดำล้วนก็ดูขรึม ๆ ไปอีกแบบ

ตัวรถมีเส้นสายที่โหดขึ้น มาประกบกับกรอบโคมไฟหน้าที่เหมือนยืม ๆ มาจากรุ่นพี่ ในรุ่นใหม่นี้ไม่ได้มีการทำตลาดรุ่นครอสโอเวอร์อีกต่อไป และไม่มีการทำชุดแต่งมาขายเพิ่มด้วย นั่นก็หมายถึงตัวรถนั้นแต่งมาอย่างครบครันลงตัวตั้งแต่หัวจรดท้าย

กระจังหน้าขนาดใหญ่พร้อมโลโก้เอ็มจีอันเบอเริ่มกลางกระจังหน้า พร้อมช่องดักลมทรงเหลี่ยมดูสปอร์ต ด้านหลังแม้จะไม่สปอร์ตเท่า แต่ก็มาพร้อมสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 พร้อมด้วยที่เปิดประตูหลังที่ซ่อนอยู่ใต้โลโก้ พร้อมด้วยล้อแมกซ์ขนาด 16 นิ้ว

MG3

ถ้าคุณเคยเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อรถเอ็มจี3 เพราะชอบความน่ารักของมัน คุณก็อาจจะลังเลที่จะจัดอีกสักคัน แต่ถ้าคุณเป็นกลุ่มที่เคยคิดว่าทำไมหน้าตามันเจี๋ยมเจี้ยมจัง ขับแล้วดูน่ารักไปหน่อย เอ็มจีก็พยายามตรามเทรนด์ของโลกด้วยการออกแบบรถให้ดูสปอร์ตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กดรีโมตเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร พร้อมเสียบกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ การปรับตำแหน่งทุกอย่างในรถเป็นระบบอัตโนมือ ไม่มีไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด หรือแม้แต่กระจกห้องโดยสารทั้ง 4 บาน มีระบบกดแบบลงสุดให้ที่ตำแหน่งผู้ขับขี่บานเดียว บานอื่น ๆ หรือการปิดขึ้นสุดล้วนแล้วแต่ต้องกดหรืองัดแช่ทั้งนั้น

ที่ต้องชมอย่างมากก็คือเบาะที่นั่งคู่หน้าที่ปรับมาได้สบายมาก สบายจริง ๆ ครับ ดีกว่ารถในกลุ่มเดียวกันหลายต่อหลายคัน เบาะที่นั่งยาวจนรองรับหัวเข่าได้หมด การหนุนในตำแหน่งต่าง ๆ เหมาะเจาะมาก เรียกว่าเอามาไว้ขับทางไกลให้คลายเมื่อยได้เลย

MG3

แต่พอก้าวเข้าไปนั่งในเบาะที่นั่งตอนหลังบ้างนี่แทบจะยึดคำชมข้างบนคืน คือมันเหมือนใช้คนออกแบบคนละคนกันทำเลย เบาะดูแข็ง ๆ ทื่อ ๆ องศาการนั่งไม่ได้ แถมยังตัดเบาะจนสั้นเหลือแค่ครึ่งน่อง โอเคว่ามันทำให้เหมือนห้องโดยสารดูกว้างขึ้น แต่มันนั่งไม่สบายเอาเสียเลย

งานประกอบต่าง ๆ ภายในรถดูดีกว่ารถรุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นชิ้นงานพลาสติกเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ดูลงตัวขึ้น ยิ่งมาได้แผงคอนโซลหน้าที่มีจอสัมผัสขนาดใหญ่ตรงกลาง ก็ทำให้รถดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาอีกมากโข

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ทำมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เอาจริง ๆ ถ้าคิดว่าคนที่ซื้อรถคันนี้จะใช้งานในเมืองเป็นหลัก ต้องบอกว่ากำลังของรถนั้นเพียงพอและล้นหลามด้วยซ้ำ

MG3

การตอบสนองของเครื่องยนต์ถือว่าสอบผ่าน แม้จะแลกกับเสียงของเครื่องที่ครางกระหึ่มในยามกดคันเร่งเพื่อออกตัวแรง ๆ หรืออาการแล็กของเครื่องยนต์เวลาลดความเร็วกระทันหันแล้วต้องการกลับมาทำความเร็วอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คงจะเป็นการขับขี่ที่บี้กำลังเครื่องยนต์มากไปนิด

ถ้าเป็นพวกลูกค้าเท้าเบาคือขับไปเรื่อย ๆ ใช้งานในเมืองเป็นหลัก แน่นอนว่ากำลังของเครื่องยนต์นั้นเพียงพออยู่แล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัญหาแน่ ๆ ก็คือน้ำหนักของพวงมาลัยในช่วงความเร็วต่ำนั้นหนักเกินไป ถ้าเป็นสาว ๆ มาใช้ถอยรถในที่แคบที่ต้องโยกรถไปมาหลาย ๆ ครั้ง แน่นอนว่ามีบ่น

แต่เมื่อออกตัวไปแล้วที่ย่านความเร็วปานกลางไปถึงสูง น้ำหนักของพวงมาลัยจะเบาขึ้นมากจนรู้สึกถึงความสนุกของการขับขี่ และถ้าคุณคิดว่ารถจะทำความเร็วไม่ได้มาก ก็ต้องบอกว่าแม้ความเร็วที่สนุกสนานจะอยู่แถว ๆ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าใจถึงมือแม่นพอ จะลากขึ้นไปอีก 50% ก็ยังทำได้อยู่

MG3

นั่นก็ต้องแลกกับเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มในทุกย่านความเร็ว การเก็บความเงียบในห้องโดยสารทำได้ดีที่ย่านความเร็วต่ำถึงปานกลาง แต่หากมีการเร่งเครื่องยนต์หรือไปที่ย่านความเร็วสูง ขอบอกเลยว่าต้องเพิ่มความดังของเครื่องเสียงในรถยนต์ตามไปด้วยทันทีเหมือนกัน

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดที่ติดตั้งมาให้ใหม่นั้นใช้งานง่ายขึ้นจริง ๆ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แต่ก็ยังมีอาการกระตุกเล็ก ๆ ในยามเปลี่ยนเกียร์ให้รู้สึกได้ แต่หากเปลี่ยนมาขับโหมดแมนวล ก็ถือว่าเป็นเกียร์ที่มีความแม่นยำและให้ความสนุกสนานเมื่อขับขี่อย่างเอาเรื่อง

ช่วงล่างของรถนั้นออกแบบมาแนวนุ่ม ๆ เอาใจผู้โดยสารและการใช้งานในเมืองเป็นหลัก แต่เมื่อเส้นทางทดสอบของเราคือถนนหลวงความยาว 200 กว่ากิโลเมตรที่ทำความเร็วปานกลางถึงสูงเป็นหลัก แน่นอนว่ามันก็เลยเกิดอาการโยกโยนของตัวรถอย่างเห็นได้ชัด

MG3

แม้การวิ่งเป็นเส้นตรงที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปจะยังให้อาการนิ่งเป๊ะอยู่ แต่หากต้องเปลี่ยนเลนกระทันหันหรือเข้าโค้งแรง ๆ ตัวรถก็ออกอาการมากพอที่จะทำให้เกิดอาการลังเลที่จะไปต่อได้สักแวบนึง ว่าควรชะลอความเร็วหรือกดคันเร่งค้างเอาไว้ดี

ระบบเครื่องเสียงในรถนั้นคือความดีงามประการหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องคุณภาพของเสียง แต่เป็นการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเอนเตอร์เทนเมนต์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะกับผู้ให้บริการด้านเพลง ที่กดใช้งานง่ายมาก ถ้านับจากหน้าจอแรก กดปุ่ม 3 ทีก็ได้ฟังเพลงแล้ว

ระบบไอ-สมาร์ทที่ติดตั้งมาให้ในเอ็มจี3 นั้นมีการตัดลดฟังชั่นส์ไปมากพอสมควรจากในรุ่นพี่อย่างเอ็มจี แซดเอส ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรถคันเล็กกว่าทำให้มีพื้นที่การติดตั้งเซนเซอร์ลดลง จะมาฮัลโหล เอ็มจี เปิดซันรูฟก็ไม่ได้แล้ว จงใช้มือกดปุ่มเปิดกันไป และแน่นอน นี่คือรถเล็กรุ่นเดียวที่มีซันรูฟในไทยนะครับ

MG3

ไอ-สมาร์ทนั้นไม่ได้มีดีแค่การสั่งงานระบบต่าง ๆ ในรถ แต่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นเพื่อทำการตรวจสอบระบบต่าง ๆ ในตัวรถได้ตลอดเวลา โดยเอ็มจีนั้น มุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีนี้ในการบุกเจาะตลาดยานยนต์แห่งโลกอนาคตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เอ็มจียังได้คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนนเป็นหลัก ด้วยการติดตั้งระบบความปลอดภัยรุ่นใหม่ที่รวบรวมฟังชั่นส์การทำงานที่สอดประสานกัน 8 ระบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตัวรถที่ใช้งานอย่างมากที่สุด

มาถึงตอนนี้ก็ต้องบอกว่ายังมีอาการมึนงงกับเอ็มจี3 ใหม่พอสมควร เพราะข้อดีและข้อด้อยของรถนั้นมีความโดดเด่นกันไปคนละทิศทาง ถ้าจะให้สรุปเกี่ยวกับเจ้ารถยนต์ที่รุ่นท๊อปมีราคาจำหน่ายที่ 6.29 แสนบาทคันนี้ ก็ต้องตอบแบบฟันธงในแบบที่ผมรู้สึกกันง่าย ๆ ก็คือ…

MG3

ถ้าจะใช้งานรถคันนี้ในเมืองเป็นหลัก แข็งแรงพอสมควร ไม่สนใจเรื่องฟังชั่นส์พื้นฐานพวกระบบไฟฟ้ามากมาย เอาไว้ขับซิ่งได้บ้างในยามที่ต้องการหรือเร่งด่วนจริง ๆ แถมยังชอบของเล่นจุกจิกที่ติดตั้งมาให้ทั่วรถ รถคันนี้ก็ถือว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

แต่หากเป็นพวกขับรถแบบบ้าคลั่ง ชีวิตคุณจะหลั่งอะดรีนาลีนได้ด้วยการกดคันเร่งปรู๊ดปร๊าดและตัวเลขหลักเดียวในการวิ่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงคือหัวใจสำคัญในการเลือกซื้อรถ ก็แน่ล่ะครับว่าคุณอาจจะต้องยอมจ่ายแพงกว่านี้ เพื่อไปเลือกหารถคันอื่นในท้องตลาด ที่ก็มีมากมายหลายรุ่น

ผมคุยกับทีมงานหลังจบการทดสอบวันแรกว่าโดยส่วนตัวผมชอบนะ รถดูขับสนุกขึ้น ใช้งานได้อย่างง่ายดาย มีจังหวะให้เล่นกับรถได้เยอะ แต่หากมองในภาพรวมมันก็ยังดูไม่กลมกล่อม เสียงในห้องโดยสาร เบาะที่นั่งแถวหลัง รวมไปถึงระบบอัตโนมือทั้งหมดก็ยังเป็นจุดที่ดูสะดุดอยู่

MG3

แต่ของพวกนี้แล้วแต่คนใช้งานด้วยนะครับ ไอ้หลาย ๆ ที่บ่น ๆ นี่ พอถึงเวลาจริง ๆ หลาย ๆ คนก็บอกไม่จำเป็นเหมือนกัน ก็ง่าย ๆ ถ้าสนใจก็ลองไปขับดูที่โชว์รูมที่กำลังจะเพิ่มเป็น 120 แห่งในปลายปีนี้ แล้วก็ไปลองหาคู่เทียบ ถ้าคิดว่าคันนี้ใช่ก็ใช่ วางเงินดาวน์กันได้เลย

แม้จะไม่กลมกล่อมไปทั้งคัน แต่นี่น่าจะเป็นรถอีกคันที่เติบโตและพัฒนาแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา และถือว่ามีข้อดีเพิ่มขึ้นหลายด้านเหมือนกันนะ…

MG3

ข้อดี

  • การออกแบบและสีสันภายนอก
  • เกียร์ลูกใหม่ใช้งานได้ง่ายดาย
  • ระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ดีงาม

ข้อสังเกต

  • เบาะที่นั่งตอนหลังคือจุดด้อย
  • การเก็บเสียงในห้องโดยสาร
  • ฟังชั่นส์พื้นฐานไม่ครบครัน

บทสรุป

เอ็มจี3 คือรถยนต์ที่ทำตลาดครอบคลุมตั้งแต่อีโคคาร์ไปจนถึงบี-เซกเมนต์ แน่นอนว่ามีข้อดีมากมายให้น่าใช้งาน แต่ก็ยังมีข้อติติงอีกมาก และคาดว่าราคาจำหน่ายจะยังเป็นหัวหอกทะลวงฟันให้ลูกค้าตัดสินใจกันเหมือนเคย

MG3

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

GolF - 15/10 - 15:37

ล้อหมุนดวงชะตา กับ Autostation ตั้งแต่วันที่ 15-21 ต.ค. 2561

ล้อหมุนดวงชะตา ดวงชะตาเป็นศาสตร์​ชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน งานนี้ Autostation.com ได้เชิญหมอโยมาตรวจสอบดวงชะตารอบสัปดาห์ให้ทุกคน   คนเกิดวันจันทร์ ภาพรวมดวงชะตา  – สัปดาห์นี้คุณจะรู้สึกได้เลยว่าคุณแข็งแรงแข็งแกร่งพร้อมจะสู้กับทุกปัญหาโดยเฉพาะเพื่อนที่คอยขัดขาจะทำอะไรคุณไม่ได้เลย แถมยังมีรายได้ไหลมาเทมามากมายอีกด้วย ความรัก –  คนโสด คนที่คุณเคยหว่านเสน่ห์ตอนนี้เค้าเริ่มมีใจเอนเอียงมาทางคุณบ้างแล้ว คนมีคู่แล้ว ความรักอาจจะยังมีปัญหาอยู่พอสมควร เลี่ยงการปะทะคารมเออออห่อหมกกันบ้างจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เกณฑ์เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์....

SK - 15/10 - 11:39

McLaren Speedtail ซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุด เตรียมเปิดตัว 26 ตุลาคมนี้

เปิดภาพทีเซอร์ในเงามืด McLaren Speedtail ว่าที่ซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ค่ายรถจากเมืองผู้ดีเคยผลิตมา ก่อนการเปิดตัวในวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคมนี้ Speedtail คือรถสมรรถนะสุดขั้วตัวท็อปที่จะออกทำตลาดแทนที่รถซูเปอร์คาร์ McLarenF1 ในตำนาน โดยมีรหัสตัวถังว่า BP23 และจะกลายเป็นรถโปรดักชั่นที่ทรงพลังที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่ McLaren เคยผลิตออกจัดจำหน่าย แน่นอนว่า Speedtail จะสามารถทำความเร็วได้เหนือกว่า....

SK - 15/10 - 11:04

Mercedes-Benz S-Class เจนใหม่มาแน่ปี 2020 พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติ

เผย Mercedes-Benz S-Class เจนเนอเรชั่นต่อไปจะได้รับการติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง กำหนดการเปิดตัวทำตลาดภายในปี 2020 ระบบขับขี่อัตโนมัติในปัจจุบันทั้ง Super Cruise ของ General Motors และ Autopilot ของ Tesla นั้นอยู่ในระดับที่ 2 หรือ....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

10/08/18 00:24

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ New Hyundai H1 & Grand Starex เคาะราคา 1.329-2.399 ล้านบาท

ก่อน

Nissan ขายธุรกิจพัฒนาและผลิต แบตเตอรี่ไฟฟ้า ให้บริษัทจากจีน

ต่อไป