[1st Drive] Ford Ranger Wildtrak 2.0L Bi-Turbo 10AT ปรับมาดีแทบไร้ที่ติ

เขียนโดย
เขียนโดย 16/07/18 16:33

กำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Ford Ranger จะมีขึ้นในวันศุกร์นี้ แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น Autostation ขอแอบพารุ่นท๊อปของไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ของเรนเจอร์มาลองขับขี่กันแบบง่าย ๆ เพื่อให้ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องของเครื่องยนต์และเกียร์ที่เปลี่ยนไป

เอาเป็นว่าจะไม่เล่ายาว เพราะเราเองก็มีเวลาอยู่กับรถไม่นานนัก บอกก่อนว่า ผมเองใช้ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2 ลิตร ขับเคลื่อนสี่ล้ออยู่ในชีวิตประจำวัน พอได้มาลองขับรถคันนี้ก็ต้องปรบมือให้กับทีมงานของฟอร์ดว่ามีการแก้ไขในหลาย ๆ เรื่องให้ได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างน่าพอใจ

กับค่าตัว 1.265 ล้านบาท ถือว่าปรับเพิ่มมาไม่มากหากเทียบกับรุ่นท๊อปของตัวก่อนหน้าที่วางราคาไว้ 1.199 ล้านบาท แต่สิ่งที่ได้มาคืออุปกรณ์ตกแต่งมากมายที่เพิ่มขึ้นมาทั้งภายนอก ภายใน ขณะที่เครื่องยนต์รุ่นใหม่มีความน่าสนใจมากขึ้นในเรื่องของการตอบสนองที่คล่องแคล่วว่องไวกว่าเดิม

Ford Ranger

มาเริ่มกันที่ภายนอก ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค ใหม่ มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มาก เรียกว่ามองเผิน ๆ แทบไม่แตกต่างจากรุ่นเดิม ที่เพิ่มเติมก็คือกันชนหน้าใหม่ กระจังหน้าลายใหม่ที่มาพร้อมซี่คาดกลางแบบคู่ กรอบไฟตัดหมอกแบบใหม่ที่มาพร้อมไฟแอลอีดี เสริมด้วยไฟส่องสว่างขณะวิ่งกลางวัน

ติดตั้งระบบไฟสูงแบบอัตโนมัติมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ปรับตำแหน่งของเสาอากาศจากเดิมที่ติดตั้งเหนือศีรษะคนขับมาไว้ที่ด้านหลังห้องโดยสาร พร้อมเปลี่ยนมาใช้เสาอากาศแบบสั้น ขณะเดียวกัน ก็ติดตั้งระบบผ่อนแรงฝาท้ายกระบะเพื่อให้ปิดเปิดฝาปิดกระบะได้ง่ายดายขึ้น

Ford Ranger

สีของตัวถังนั้น มองเผิน ๆ เหมือนกับเป็นสีเดียวกันกับรถรุ่นก่อนหน้า แต่หากมองดูจริง ๆ แล้ว สีของไวล์ดแทร็คในรุ่นใหม่จะดูอ่อนลงไปอีกเล็กน้อย เป็นคนละโทนสีส้มซึ่งมีความแตกต่าง อันนี้แล้วแต่คนชอบนะครับ โดยส่วนตัวผมมองว่าอยากให้ใช้สีเดิมมากกว่า เพราะมันสวยและเตะตากว่าอย่างเห็นได้ชัด

ห้องโดยสารภายในมีการปรับเปลี่ยนไปมากพอสมควร ด้วยการเลือกใช้สีโทนดำทั้งคันมาแทนสีโทนดำสลับส้มในรุ่นเดิม เบาะเป็นหนังสีดำสลับผ้าตาข่ายสีดำ เดินตะเข็บด้ายส้ม ให้สัมผัสและการรองรับน้ำหนักผู้โดยสารที่เหมือนเดิมเป๊ะ เรียกว่าถ้าเปลี่ยนคันกันขับก็ไม่ต้องถามถึงความแตกต่าง

Ford Ranger

มาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะที่แค่พกไว้ในกระเป๋าก็สามารถเปิดปิดรถได้ทันที พร้อมด้วยระบบปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งแน่นอนว่าทำให้ได้กุญแจรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามขึ้นมาก และทำให้รุ่นท๊อปของเรนเจอร์ มีความแตกต่างจากรถยนต์รุ่นล่างและกลางกับเขาเสียที

หน้าจอแสดงผลตรงกลางยังให้ฟังชั่นส์การใช้งานอย่างครบครัน พร้อมด้วยระบบสั่งการด้วยเสียง ซิงค์ 3 ห้องโดยสารโดยภาพรวมไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากรุ่นเดิมมากนัก ที่เปลี่ยนไปชัด ๆ อีกอย่างก็คือหัวเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และโยกแป้นเปลี่ยนเกียร์ไปไว้ที่หัวเกียร์เลย

Ford Ranger

ฟอร์ดได้ปรับตัวรถให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยการติดตั้งยูเอสบี ชาร์จเจอร์ ไว้แทนตำแหน่งช่องจุดบุหรี่ที่ด้านข้างคนขับ ขณะเดียวกันก็มีการติดตั้งระบบช่วยเหลือในการจอดมาให้เป็นครั้งแรก ซึ่งก็คงเอาใจลูกค้าที่ไม่ชำนาญกับรถยนต์ไซส์ขนาดใหญ่แบบนี้เป็นหลัก ถือว่าติดตั้งมาอย่างน่าสนใจ

สิ่งที่หายไปก็คือแผงไฟสีแดงด้านบนคอนโซลที่เอาไว้เตือนในระบบเตือนการชนด้านหน้า แล้วเปลี่ยนมาเตือนบนแผงหน้าปัดแทน อันนี้ช่วยลดความรำคาญในการใช้งานไปได้บางส่วน แต่ยังมาพร้อมเสียงเตือนเหมือนเดิม และมีระบบเบรกอัตโนมัติ พร้อมการตรวจจับรถและคนเดินถนนเพิ่มเข้ามาด้วย

Ford Ranger

ของเล่นอื่น ๆ ในห้องโดยสารก็ถือว่าให้มาครบครันและคลอบคลุมดีแล้ว ระบบนำทาง เครื่องเสียงที่ให้เสียงพอรับได้ พร้อมติดตั้งระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก รองรับการเชื่อมต่อกับสื่อภายนอกทุกรูปแบบเท่าที่จะมีได้ในปัจจุบัน เอาไปก็ไม่ต้องไปติดตั้งอะไรเพิ่มเติม ยกเว้นหูเทพก็ว่าไปอย่าง

ไฮไลท์อยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซล อีโคบลู ทีดีซีไอ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทอร์โบคู่ ผสานการทำงานของเทอร์โบแรงดันสูงและเทอร์โบแรงดันต่ำในรอบเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้รีดสมรรถนะของรถออกมาได้มากที่สุด ซึ่งฟอร์ดใช้เครื่องยนต์นี้กับรุ่นท๊อปของเรนเจอร์, เอเวอเรสต์ ไปยันเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เลยทีเดียว

Ford Ranger

เครื่องยนต์บล็อกใหม่ที่ใช้กันมาในรถหลายรุ่น เซตอัพออกมาให้ได้กำลังสูงสุด 213 แรงม้าที่ 3,750 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุดระดับ 500 นิวตันเมตรที่ 1,750 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่มาพร้อมปุ่มเปลี่ยนเกียร์แบบแมนวล

การทำงานของเทอร์โบจะทำงานผสานกันกับรอบการทำงานของเครื่องยนต์ โดยเทอร์โบลูกแรกจะทำงานตั้งแต่สตาร์ทเครื่องยนต์ไปจนถึงรอบเครื่องยนต์ราว 1,500 รอบต่อนาที จากนั้นจะหยุดทำงานและปล่อยเทอร์โบลูกที่ 2 ทำงานไปจนถึงรอบราว ๆ 2,500 รอบต่อนาที

Ford Ranger

ถ้าลากรอบไปมากกว่านั้น เทอร์โบทั้ง 2 ลูกก็จะทำงานร่วมกันเพื่อเรียกพละกำลังของรถออกมาให้มากที่สุดอย่างต่อเนื่อง ข้อดีของการใช้เครื่องยนต์ระบบนี้ก็คือ เสียงเครื่องยนต์ที่เงียบลงไปจากการที่ไม่ต้องลากเค้นเครื่องยนต์ตลอดเวลา แถมเสียงเครื่องยนต์ตอนสตาร์ทก็ดูเพราะหวานกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ปกติแล้วตอนที่ขับเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรที่ความเร็วสูง พอลดความเร็วลงมาต่ำมาก ๆ เครื่องยนต์จะตัดการทำงานลงมา ทำให้ต้องเสียเวลาในการลากรอบขึ้นไปอีกครั้ง แต่กับในรุ่นใหม่นี้ เทอร์โบจะกะอาการรอรอบไว้ตลอดเวลา ช่วยให้การเร่งเครื่องอีกครั้งทำได้อย่างลื่นไหลและฉับไวกว่า

Ford Ranger

พอเสียงของการลากเครื่องยนต์ลดลงไป ทำให้ห้องโดยสารเองก็มีความเงียบเพิ่มขึ้นไปด้วย เพราะปกติเรนเจอร์ก็เป็นรถกระบะที่เก็บเสียงดีที่สุดอยู่แล้วในคลาส การส่งกำลังของเกียร์ 10 สปีดก็ต้องเรียกว่าลื่นไหลไร้รอบต่อ นี่ถ้ามีแพดเดิลชิฟท์ติดตั้งมาให้อีกอย่างคงครบสมบูรณ์แบบไม่ร้องขออะไรเพิ่ม

คำถามที่ว่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เล็กแล้วมีอัตราการสิ้นเปลืองที่ดีขึ้นหรือไม่ ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้แน่นอน แต่ถ้าถามก็ต้องบอกว่าประหยัดลงไปไม่มากเท่าไหร่หรอกครับ เท่าที่ขับดูก็คิดว่าอยู่ราว ๆ 11-12 กิโลเมตรต่อลิตร ดีขึ้นมาสัก 10% ได้ อันนี้ยังไม่ได้จับจริงจังนะครับ

Ford Ranger

การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งสมูทขึ้น การวิ่งแซงบนท้องถนนทำได้ดีขึ้นทั้งการกดคันเร่งเองหรือใช้เปลี่ยนเกียร์ช่วย การลากรถไปที่ความเร็วสูง ๆ ทำได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น เรียกโดยรวม ๆ ต้องบอกว่านี่คือกระบะที่ขับได้สนุกสนานมากขึ้นในชีวิตจริง ทั้งบนท้องถนนและในทางฝุ่นทางขรุขระก็ตาม

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของเรนเจอร์นั้นถือว่าเป็นรุ่นท๊อป ๆ อยู่แล้วในคลาส การใช้งานทำได้อย่างง่ายดายด้วยการบิดปุ่มไปที่ตำแหน่งที่ต้องการ มีระบบล็อกเฟืองท้ายและระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันติดตั้งมาให้เรียบร้อย ใครที่ไม่เคยใช้รถกระบะมาก่อนก็ถือเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายได้ดี

Ford Ranger

ช่วงล่างของเรนเจอร์ให้ความสะดวกสบายอยู่แล้วบนท้องถนน แม้จะเป็นกระบะที่ยังมีการรับแรงกระแทกจากพื้นถนนค่อนข้างมาก แต่จากตำแหน่งการนั่งที่สูง ก็ทำให้ไม่ค่อยได้รับรู้ถึงแรงสะเทือนสักเท่าไร การควบคุมรถมีความคล่องตัวสูง เรียกว่าถ้าขับคล่องแล้วก็ใช้งานมุดไปมาบนท้องถนนได้อย่างสบาย

อุปกรณ์ของเล่นที่มีมาให้นั้น ต้องบอกว่ายังไม่ได้ลองเล่นครับ ปกติขับรถตัวเอง ระบบเตือนชนด้านหน้าก็แทบไม่เคยจะต้องทำงานอยู่แล้ว ยกเว้นกรณีที่โดนมอเตอร์ไซค์ปาดหน้าก็ว่ากันไปอีกเรื่อง ส่วนระบบช่วยเบรกนั้น เท่าที่ผมลองขับอยู่วันนึงก็ยังไม่ทำงานครับ เลยไม่รู้ว่ามันช่วยเบรกได้ดีจริงหรือไม่อย่างไร

Ford Ranger

โดยสรุปนะครับ ตอนที่ผมซื้อฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค ตัวท๊อปรุ่นที่แล้ว ผมเคยคุยกับทีมงานของฟอร์ดไว้ว่า ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าฟอร์ดจะพัฒนารถคันนี้ไปอย่างไรในโมเดลเดียวกันนี้ เพราะถ้าเทียบกับคู่แข่ง เรนเจอร์ก็ถือว่ามีความโดดเด่นรอบด้าน ยกเว้นเรื่องยอดขายที่อาจจะสู้ไม่ได้เสียที แต่ก็อยู่ที่ 3 ของตลาดนะ

ฟอร์ดก็เลยตอบคำถามด้วยการพัฒนาเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ก่อนที่จะตามมาด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์และเกียร์ลูกใหม่มันในช่วงเวลาของการไมเนอร์เชนจ์เสียเลย แถมการเปลี่ยนครั้งนี้ยังเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด แถมใส่ของเล่นเพิ่มเติมมามากมาย เพื่อให้รถมีความน่าใช้งานกันมากขึ้น

Ford Ranger

เครื่องยนต์และเกียร์รุ่นใหม่ที่ทำงานได้อย่างเรียบลื่นลงตัว สัมผัสของเครื่องมีความใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ของรถยนต์นั่งทั่วไปมากขึ้น ระบบที่เข้ามาช่วยเหลือสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่อาจจะไม่ชินกับการใช้งานรถขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเบรกหรือระบบช่วยถอยจอดก็ตามที

แต่เฮ้ยนี่เรากำลังพูดถึงรถกระบะที่ไมเนอร์เชนจ์อยู่ใช่หรือไม่ ฟอร์ดเองก็คงรู้ล่ะว่ารุ่นนี้อาจจะไกลเกินเอื้อมไปสักเล็กน้อย ด้วยราคาที่กระเถิบขึ้นไปเกิน 1.2 ล้านบาท ครองตำแหน่งรถกระบะกลุ่มตกแต่งที่แพงที่สุดอย่างแน่นอน (ไม่นับเรนเจอร์ แร็พเตอร์) ฟอร์ดก็เลยเพิ่มทางเลือกใหม่ ๆ ให้ลูกค้า

Ford Ranger

ตัวเครื่องยนต์เทอร์โบเดี่ยวจะเป็นอย่างไรนั้นไม่อาจจะทราบได้เนื่องจากยังไม่ได้ลองขับอย่างจริงจัง ไว้ค่อยขอหยิบยืมออกมาทำรีวิวกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็เชื่อว่าด้วยความสามารถของฟอร์ดน่าจะทำให้เป็นรถที่น่าใช้งานได้อีกคันอย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก เดี๋ยวช่วงปลายเดือนที่ไปทดสอบน่าจะพอมีให้ลองขับกันบ้าง

ถ้าคิดว่าต้องการความเท่บนท้องถนนที่มาพร้อมสมรรถนะที่ขับขี่ได้จริง เงินเหลือ ๆ ก็คงยุให้ไปแร็พเตอร์ล่ะครับ แต่ถ้าไม่ได้ต้องการอะไรที่เพริศแพร้วขนาดนั้น ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค รุ่นท๊อป ตัวใหม่นี้ ก็มีการปรับเปลี่ยนมาหลายหลากประเด็น จนแทบจะเป็นรถกระบะที่ไร้ที่ติเข้าไปทุกวัน

แต่นั่นก็ต้องเตรียมเงิน 1.265 ล้านบาทไปเป็นค่าตัวสู่ขอด้วยนะครับไหวกันไหมล่ะ!!!

Ford Ranger

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Cokey - 15/08 - 20:57

พาชม BMW M4 Coupe พี่กลางรหัสแรง 0-100 ภายใน 4.1 วินาที ค่าตัว 8.909 ล้านบาท

พาชมซูเปอร์สปอร์ตคูเป้ของค่ายอย่าง BMW M4 แน่นอนรหัส M นี้ไม่ได้มีไว้โชว์สวยๆ เพราะสมรรถนะไม่ธรรมดากับเครื่องยนต์ 3.0 เทอร์โบชาร์จ 431 แรงม้า ทำ 0-100 ได้ใน 4.1 วินาที กับค่าตัว 8.909 ล้านบาท

SK - 15/08 - 18:09

เผยโฉม Porsche Cayman GT4 Clubsport Rallye รถแข่งต้นแบบโมเดลใหม่

Porsche ซุ่มเงียบเผยโฉม Porsche Cayman GT4 Clubsport Rallye รถแข่งต้นแบบที่จะประเดิมลุยทางฝุ่นการแข่งขัน Rallye Deutschland ในประเทศเยอรมนีปลายเดือนนี้ รถแข่งต้นแบบสีขาวสะอาดตาคันนี้พัฒนาบนพื้นฐานของ Cayman GT4 Clubsport มาพร้อมการอัพเกรดหลายส่วน ถึงแม้ทาง Porsche ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดมากนัก....

SK - 15/08 - 12:30

เน้นลู่ลม! GM จดสิทธิบัตร Chevrolet Corvette เทคโนโลยีแอโรแอคทีฟ

General Motors เดินหน้าพัฒนาระบบแอโรไดนามิกสำหรับ Chevrolet Corvette อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจดสิทธิบัตรชิ้นส่วนรอบคันที่ปรับเปลี่ยนได้ตามการขับขี่ ภาพสิทธิบัตรเผยให้เห็นรถ Corvette ที่ถูกออกแบบให้มีช่องดักอากาศหน้า สเกิร์ตด้านข้างและสปอยเลอร์หลังที่สามารถปรับตำแหน่งและเคลื่อนไหวได้เพื่อลำเลียงอากาศให้ไหลผ่านจากด้านหน้าสู่ท้ายรถได้อย่างไหลลื่น ช่วยให้ตัวรถมีแรงกดเหนียวแน่นกับพื้นถนนและแหวกอากาศไปข้างหน้าได้เต็มประสิทธิภาพกว่าเดิม

Related tags :
เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

16/07/18 16:33

ชมคันจริง 2018 Yamaha Grand Filano Hybrid และข้อมูลเพิ่มเติม ร้อนๆ จากงานเปิดตัว

ก่อน

[Review] Yamaha Grand Filano Hybrid คันแรกของเมืองไทยกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่เต็มคัน

ต่อไป