[1st Drive] Ford Ranger Raptor ถ้าอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เราคือเพื่อนกัน!!!

Ford Ranger Raptor คือรถกระบะที่มีคนพูดถึงและอยากรู้จักมากที่สุดในปีนี้ แม้ราคาค่าตัวจะสูงถึง 1.699 ล้านบาท อาจจะเรียกว่าเกินเอื้อมของใครหลายคน แต่ทุกคนก็อยากรู้อยู่ดีว่าในท้ายที่สุดแล้ว สมรรถนะของมันนั้นคุ้มกับค่าตัวเพียงใด

Autostation ไม่ปล่อยให้รอกันนาน เพราะก่อนที่จะมีการจัดกรุ๊ปทดสอบอย่างเป็นทางการ เราก็ขอหยิบยืมรถจากเพื่อนฝูงที่สั่งจองกันไปนานแล้ว เพื่อนำมาทดสอบกันแบบเบาเบา เนื่องจากเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าควรจะต้องจ่ายค่าตัวระดับนี้กันหรือไม่

ราคาที่แพงกว่า Ford Ranger Wildtrack ตัวท๊อปที่ใช้เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเดียวกัน แต่เคาะราคาเอาไว้ที่ 1.265 ล้านบาท โอเคว่าด้วยอุปกรณ์ที่ให้เพิ่มมากหลากหลายนั้นถือว่าคุ้มค่าแน่นอน แต่หากเป็นเรื่องการใช้งานจริงล่ะ จำเป็นจะต้องจ่ายขนาดนี้ไหม

Raptor

รายละเอียดของตัวรถไม่ขอพูดมาก ลองไปติดตามอ่านคอนเทนต์เดิมที่เราเคยเขียนไว้ตอนเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ อย่างเป็นทางการ หรือจะกดไปดูวีดีโอพาชมรอบคันแบบละเอียดยิบที่แอดเคนเคยพาชมเอาไว้ก็ได้เช่นเดียวกัน

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่ว่า เรนเจอร์ แร็พเตอร์นั้นไม่ใช่การเอาเรนเจอร์มาตกแต่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลงานการทำงานอย่างหนักหน่วงของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ทีม เพื่อให้ได้รถปิกอัพที่พร้อมตะลุยงานออฟโรดอย่างเต็มรูปแบบได้อย่างเต็มที่

ผลที่ได้มาก็คือตัวรถที่มาพร้อมรูปร่างหน้าตาบึกบึนเต็มพิกัด ด้วยการเพิ่มมัดกล้ามให้กับตัวรถที่ใช้พื้นฐานเดิม ทำให้ตัวรถมีซุ่มล้อที่โป่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยหากวัดความกว้างของรถก็จะมีขนาดที่กว้างขวางกว่ารุ่นปกติยื่นออกไปข้างละประมาณ 5 เซนติเมตร

Raptor

ความกว้างที่ว่านี้มีปัญหาเอาเรื่องเหมือนกันในการขับขี่ในเมืองสำหรับผู้ที่ยังไม่ชินกับตัวรถ แต่ถ้าคุ้นชินแล้วก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ก็แลกมาด้วยความยากในการเข้าออกช่องจอดรถตามสถานที่ต่าง ๆ อยู่พอตัว เพราะไม่ว่าจะจอดที่ไหน ก็จะรู้สึกว่ารถนั้นใหญ่ แน่น เต็มพื้นที่ไปหมด

นอกจากความกว้างแล้ว ตัวรถยังดูสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยด้วยขนาดของยางและตำแหน่งของบันไดที่วางไว้ค่อนข้างสูง บันไดออกแบบมาอย่างสวยงามดูแข็งแกร่ง แต่ไม่เหมาะแน่นอนหากจะใช้เป็นรถสำหรับให้เด็กหรือผู้สูงอายุปีนขึ้นลง หรือหากมีปัญหาเรื่องหัวเข่าก็ต้องกะระยะก้าวกันดีดี

กระจังหน้ารูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาอย่างดุดัน ล้อแมกซ์ลายใหม่ที่ต้องยอมรับว่าสวยเลยล่ะ บางออลล์-เทอร์เรนติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ที่ดูแล้วมากเกินไปสักนิดถ้าเอามาใช้งานแค่ในเมืองเป็นหลัก กราฟฟิกรอบคัน รวมถึงโลโก้ RAPTOR ก็ดูสวยงามเตะตาเป็นพิเศษ

Raptor

ปีนเข้าตัวรถอย่างลำบากเอาเรื่องเหมือนกัน แม้จะเคยชินกับตำแหน่งบันไดของไวล์ดแทร็คอยู่บ้าง แต่คันนี้ก็ยังดูสูงกว่าเล็กน้อย ประตูมาพร้อมกับระบบเปิด-ปิดที่มือจับได้แล้ว และสิ่งที่ตามมาก็คือระบบปุ่มสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์ ที่วางองศารับมืออย่างสวยงาม

ห้องโดยสารภายในดูทะมัดทะแมงด้วยเบาะสีเทาตัดดำ ผมเพิ่งสังเกตว่าภายในของห้องโดยสารนั้นมีความแตกต่างไปมากพอสมควร ด้วยเส้นด้ายที่เดินด้านสีน้ำเงินเข้ากันดีกับการตกแต่งที่โน้นด้วยโทนสีเทา ขณะที่กรอบโลหะตกแต่งในตำแหน่งต่าง ๆ ก็เปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีเทามัน ๆ เหมือนกัน

แม้มองเผิน ๆ จะไม่ได้แตกต่างอะไรจากไวล์ดแทร็คมาก เพราะแผงควบคุมตรงกลางนั้นเหมือนยกกันมายังไงก็อย่างนั้น แต่ที่ตำแหน่งคนขับจะเห็นหลายจุดเหมือนกัน มาตรวัดแบบอนาล็อก 2 จอกลม และติดตั้งจอดิจิตอลตรงกลางถูกนำกลับมาใช้อีกคร้ังในแร็พเตอร์

Raptor

แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของกราฟฟิกหลายจุดที่ทำให้ตัวรถมีความโหดและดุดันมากขึ้น หัวเกียร์นั้นดูเผิน ๆ เกือบจะเหมือนกันเลย เพียงแต่มีการตัดปุ่มเปลี่ยนเกียร์ที่หัวเกียร์ทิ้งไป และได้กลับมาเป็นแป้นแพดเดิลชิฟท์โลหะสีเทาขนาดใหญ่ที่ด้านหลังพวงมาลัย ดูลงตัวกับรถมากขึ้น

แป้นคุมบนแผงพวงมาลัยยังเยอะเหมือนเดิม ด้านขวานั้นใช้การควบคุมจอทีเอฟทีขนาดเล็กกลางมาตรวัด ขณะที่ด้านซ้ายที่ปกติใช้ควบคุมหน้าจออีกจอหนึ่ง ถูกเปลี่ยนมาเป็นปุ่มเลือกโหมดการขับขี่แทน เรียกว่ามากันให้ครบเลยทีเดียวสำหรับแร็พเตอร์คันนี้

ตอนแรกที่ผมกระโดดขึ้นไปในรถ ผมก้มมองตรงคันเกียร์ก่อนเลยครับ เพราะนึกว่าจะติด Terrain Management Control แบบหมุน ๆ เหมือนที่ใช้ในเอเวอเรสต์มาให้ แต่กลับเป็นปุ่มเลือกโหมดขับขี่สองล้อ สี่ล้อ ธรรมดาวางอยู่ ก็เลยงงว่าแล้วบาฮาโหมดมันจะไปเข้าตรงไหน

Raptor

นั่งงงและลองกดนั่นกดนี่ จะว่ากดแพดเดิลชิฟท์พร้อมกับแบบลอนช์ สตาร์ท ของเอเอ็มจีก็ไม่เห็นจะเกิดอะไรขึ้นมา ลองกดมั่ว ๆ สักพัก ก็เลยเปลี่ยนใจ กดโทรศัพท์ไปหาน้องที่ไปลองขับมาก่อนหน้านี้ ถามไถ่กันให้แน่ใจว่าไอ้โหมดที่ว่ามันจะต้องเข้าตรงไหน

ก็เลยพบทางสว่างว่า ‘กดคำว่า Mode บนแป้นบนพวงมาลยเลย พี่’ กดปุ๊ป หน้าจอเล็ก ๆ ตรงกลางมาตรวัดก็จะกระเด้งโหมดขับเคลื่อนต่าง ๆ มาให้เลือก 6 โหมด ประกอบไปด้วยโหมดธรรมดา โหมดสปอร์ต (ในรถกระบะ!!!) โหมดหญ้า โหมดโคลน โหมดบาฮา และโหมดหิน

ไม่ใช่แค่ขึ้นโหมดต่าง ๆ เท่านั้น แต่การเปลี่ยนโหมดจะมีคำแนะนำประกอบอยู่ด้วย เช่น ถ้าเป็นโหมดที่ต้องการระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบก็จะเตือนว่า โหมดนี้ต้องการระบบขับเคลื่อน 4H 4L ก็ว่ากันไปตามแต่ละโหมด ถ้าไม่มีขึ้นมาก็แสดงว่าเราอยู่ถูกที่ถูกทางแล้ว

Raptor

เรียนรู้เรียบร้อยก็มานั่งนึกว่าจะเอาแต่ละโหมดไปเล่นที่ไหนกันบ้าง ก็พอจะนึกได้เกือบหมด ยกเว้นไอ้โหมดบาฮานี่ล่ะครับ เมืองนอกทดสอบกันนี่เล่นกันบนทะเลทรายเสียเป็นหลัก แล้วอยู่เมืองไทยล่ะ จะไปเอาทุ่งลาเวนเดอร์ที่ไหนมาให้วิ่งทดสอบกันได้ง่าย ๆ

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขนาด 213 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ฟีลลิ่งการขับขี่ดีไหม ดีครับ แต่มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับเจ้าไวล์ดแทร็คตัวท๊อปที่เราทดสอบกันไปก่อนหน้า เรียกว่าถ้าอยากได้เครื่องยนต์จี๊ด ๆ ก็ไม่ได้แตกต่างกัน

สิ่งที่ต่างกันบนท้องถนนสำหรับเครื่องยนต์ก็คือโหมดสปอร์ตครับ ถ้าจะคิดก่อนได้ลองว่าจะมีคนทำให้เครื่องโหดกว่านี้แบบไม่เสียอาการรถได้ยังไงบ้าง โหมดสปอร์ตของแร็พเตอร์ที่ลากรอบสูง ๆ แบบเอามัน เร่งแซงกันแบบโหด ๆ บนท้องถนนได้ คือคำตอบในเรื่องนี้

Raptor

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จับได้คร่าว ๆ จากการลองขับอยู่หนึ่งวันเต็ม ๆ ก็คืออัตราการกินน้ำมันของเครื่องยนต์ตัวนี้ พอมาอยู่บนตัวถังที่หนักขึ้น ก็ทำให้กินน้ำมันเพิ่มมากขึ้นตาม อันนี้ยังไม่ระบุตัวเลขละกันครับ เพราะขับเปลี่ยนไปมาหลายโหมดมาก เอาไว้ยืมมายาว ๆ แล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง

หลายคนคงสงสัยเรื่องระบบช่วงล่างที่ปรับเปลี่ยนมา เพราะพอบอกว่าเปลี่ยนช่วงล่างหลังเป็นโช็ค แถมเล่นของแพงด้วย มีคนถามมาก่อนหน้านี้เลยว่า ขับแล้วนุ่มสบายเหมือนรถเก๋งเลยไหม เอาจริง ๆ ก็พอจะรู้คำตอบตั้งแต่ก่อนขับแล้วล่ะครับ ว่าอาการรวม ๆ มันน่าจะออกมาเป็นอย่างไร

ต่อให้เป็นเวอร์ชั่นแร็พเตอร์ พื้นฐานก็ยังเป็นกระบะที่ชื่อเรนเจอร์นะครับ อาการโยนตัว กระแทกตัว ก็ยังคงมีอยู่ แม้จะน้อยกว่าในรุ่นกระบะธรรมดา แต่โช็คอัพที่ติดตั้งมาก็ไม่ได้ออกอาการนุ่มจนเรียกได้ว่าสบาย ถ้าเอาไปวิ่งผ่านกระดูกงูกลางถนนตรง ๆ แบบไม่เบรก ก็ยังมีอาการสะท้านอยู่

Raptor

ทีมงานของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ก็คงไม่ได้คิดจะออกแบบเพื่อความนุ่มนวลขนาดนั้นอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้คิดจะเอาไปลุยหนัก ๆ อยู่บ่อย ๆ คิดว่าแค่ไวล์ดแทร็ครุ่นท๊อปก็เพียงพอต่อการใช้งานละครับ แต่เพื่อความชัวร์ ขอเอาไปลุยสนุก ๆ สักนิดก่อนดีกว่าว่าแตกต่างกันยังไง

เส้นทางที่ไปลองลุยกันสนุก ๆ นั้น เป็นเส้นทางที่ผมเองไปค่อนข้างบ่อย แล้วก็เอารถไปลองหลายคันแล้ว รวมถึงเจ้าเรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค ส่วนตัว ก็สามารถผ่านทางเละ ๆ โคลน ๆ มีหิน มีคลองให้วิ่งเล่นได้สบาย ด้วยคุณสมบัติของระบบช่วงล่างและความสามารถในการลุยน้ำลึกของเรนเจอร์เป็นมาตรฐาน

เข้าไปด้วยโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อ 4H ธรรมดา รถก็ไปได้เรื่อย ๆ ครับ อาการของรถในออฟโรดแทร็คค่อยรู้สึกมีความคุ้มค่าของบรรดาโช๊คอัพและอุปกรณ์ต่าง ๆ การรองรับแรงกระแทกของช่วงล่างหลังคอยล์สปริงแบบวัตต์ลิงค์ เริ่มดูดีขึ้นมาเรื่อย ๆ ผ่านเนินกระแทกเบา ๆ ก็รูดไปได้สบาย ๆ

Raptor

งานนี้ไม่มีบินนะครับ ไม่ต้องถามว่าไปบินมาหรือเปล่า เพราะไม่ได้ไปลองในทะเลทราย แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีรถคันอื่นวิ่งสวนเป็นระยะ ลองเอาลงน้ำดู น้ำค่อนข้างแรงแต่ก็ไปได้เรื่อย ๆ รถคันนั้นฉลาดพอที่จะดึง ๆ ให้พอตึง ๆ แล้วก็รูดตัวเองออกไปเนียน ๆ ไม่เคยขับก็ทำได้ไม่ยากเย็น

ตอนนั่งพักรถกันเบา ๆ ทีมงานถามผมว่ารู้สึกยังไงบ้าง ผมก็ตอบไปตามตรงว่ามันก็ยังดูเกินความต้องการไปนิด ตัวรถดีแน่นอนแบบไม่มีข้อสงสัย เอาแค่เรื่องการใช้งานนะ การดูแลบำรุงรักษามันก็อีกเรื่อง แต่ถามว่าจ่ายเงินล้านเจ็ดซื้อไหม คำตอบตอนนั้นคือ ไม่ซื้อล่ะ… มันไม่จำเป็น

กระโดดขึ้นรถจะขับออกมาอีกรอบ มีทางหินเล็ก ๆ อยู่ หินลอยนิด ๆ มีแอ่งน้ำให้ลัดเลาะไปได้ ก็เลยต้องลองกันตรงนั้นล่ะ บาฮาโหมด ทางตรง ๆ ยาว ๆ พอมีพื้นที่ให้สไลด์เล่นปรู๊ดปร๊าดได้บ้าง กดคันเร่งเต็มที่ รถก็ออกอาการเต็มที่ด้วยการวิ่งลื่นไปบนผิวหินลอยอย่างเนียน ๆ ตา

Raptor

หมุนพวงมาลัยคุมดู มันแก้อาการรถง่ายกว่าที่คิดวุ้ย แถมยังแก้อาการที่ความเร็วสูง ๆ ได้เลยแบบไม่ต้องลดความเร็วลงมาก ทำให้อยากหาลานกว้าง ๆ มาซัดกันให้เต็มคันเร่งอีกสักรอบ การตอบสนองของเครื่องยนต์​ เกียร์ และช่วงล่าง ประกอบกันอย่างลงตัว เรียกว่าสมบูรณ์แบบก็คงจะไม่เกินไป

ตอนที่ซัดรถอยู่รอบที่ 10 น่าจะได้บนลานนี้ ผมคิดเลยว่าถ้าฟอร์ดอยากจะสร้างยอดขายรถคันนี้ให้ได้อย่างมหาศาล สิ่งที่ฟอร์ดต้องทำมีอยู่ 2 ขั้นตอนครับ หนึ่ง หากไอ้ลูกค้ากลุ่มที่ต้องใช้งานรถโหมดนี้ หรือพวกใช้สมองซีกขวามากกว่าซีกซ้าย จากนั้น สอง พามาลองบาฮาโหมดให้ได้สักรอบ

กระโดดลงจากรถอีกรอบ น้องถามอีกที ‘ซื้อไหม พี่’ เสียงเริ่มเปลี่ยนนิด ๆ ‘ถ้าบ้านอยู่แถวนี้ ซื้อว่ะ’ เอาจริง ๆ ถ้าซื้อเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาวิ่งเล่นในกทม. ให้จอดรถลำบากขึ้น กะระยะยากขึ้น หลับหูหลับตาซื้อไวล์ดแทร็คตัวท๊อปไปเลย นี่คือการทำงานของสมองซีกซ้ายนะครับ

Raptor

แต่ถ้าจะซื้อเพราะ ชอบรูปร่างหน้าตาแข็งแกร่งบึกบึน ชอบสีของโช๊คอัพ ชอบการ์ดกันกระแทกที่ติดมาให้เลยรอบคัน มาตรวัดกราฟฟิกมันสวยดี มีแพดเดิลชิฟท์ให้เล่นด้วย เฮ้ย มีบาฮาโหมดไว้วิ่งออฟโรดความเร็วสูงต่าง ๆ สมองซีกขวาของคุณก็กำลังทำงานรัว ๆ แบบไม่มีวันหยุดเหมือนกัน

สรุปนะครับ ไม่มีข้อติใดใดจะให้กับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ อันนี้รวมไปถึงเรื่องของราคาที่มันมีเศรษฐีพร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายอยู่แล้ว ฟอร์ดทำรถกระบะมาอย่างดีงามโดยตลอด และแร็พเตอร์ก็จะเป็นการตอกย้ำความดีงามที่ว่าให้มากขึ้นไปอีก ในทุก ๆ องค์ประกอบของตัวรถ

Raptor

แน่นอนว่าถ้าคุณซื้อมัน คุณจะได้รถที่ขับสนุกด้วยตัวมันเอง และสนุกขึ้นไปอีกด้วยโหมดสปอร์ต ได้ระบบ TMS ที่ทำงานสอดคล้องกับระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบ ได้ช่วงล่างที่ดีขึ้นกว่าเดิมในทางออนโรด และดีงาม ๆ ในทางออฟโรด รวมถึงได้โหมดการขับขี่ที่ปรับใช้งานอย่างง่ายดายสบายใจ

แต่มันก็จะแลกมาด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่โตเทอะทะ การกะระยะในการใช้งานในเมืองที่ยากขึ้น ค่าดูแลบำรุงรักษาที่มันต้องแพงขึ้นล่ะ เพราะมันแพงทั้งยางทั้งโช็คเลย ไหนจะถ้าเกิดอุบัติเหตุก็น่าจะซ่อมยากขึ้น ไหนจะราคาตั้งต้น 1.699 ล้านบาทอีก เห็นไหมว่าสมอง 2 ซีกกำลังตีกันน่าดู

ใครอยากได้ให้ไปลอง แล้วตอบคำถามให้ได้ว่าจะใช้เหตุผลหรืออารมณ์ในการเลือกเป็นเจ้าของรถคันนี้หรือไม่ ถ้าตอนจบคุณซื้อเพราะเรื่องราวใน 4 พารากราฟด้านบน ก็ไม่ต้องกังวลนะครับ เราเป็นเพื่อนกัน… แต่ผมไม่มีปัญญาซื้อแค่นั้นล่ะ!!!

ข้อดี

  • Baja Mode ที่ไร้คู่ท้าชิง
  • รูปร่างหน้าตาบึกบึก แข็งแกร่ง
  • ความง่ายดายของโหมดขับขี่

ข้อสังเกต

  • ตัวรถที่กว้างมากขึ้นจากเดิม
  • อัตราการกินน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมา
  • รถสูงเกินสำหรับเด็ก-คนชรา


บทสรุป

ถ้าคุณใช้เหตุผลในการซื้อรถคันนี้ ถามตัวเองเรื่องเดียวว่าจะเอา Baja Mode ไปใช้ที่ไหน แต่ถ้าพร้อมจ่าย 1.699 ล้านบาทแบบไม่สนใจอะไร นั่นก็เป็นการตัดสินใจด้วยอารมณ์ ซึ่งก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง

Raptor

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

GolF
GolF
บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

วีดิโอ