[1st Drive] Ford Everest Trend ค่าตัว 1.299 ล้านบาท พีพีวีรุ่นประหยัดจากฟอร์ด

เขียนโดย

เขียนโดย 11/10/18 07:02

Ford Everest รุ่นใหม่เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการมาได้สักพัก กว่าทีมงานฟอร์ดจะเคลียร์คิวและมีเวลาจัดทดสอบได้ก็ผ่านไปร่วมเดือน และเป็นโชคดีของเราที่ได้อยู่กับรุ่นเริ่มต้นอย่างเทรนด์ ที่มาพร้อมค่าตัว 1.299 ล้านบาท

แม้ว่าก่อนหน้านี้เราเคยนำรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส มาทำการทดสอบและก็พบว่าในรุ่นท๊อปนั้น ฟอร์ดยังคงรักษาความเยี่ยมยอดของรถเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และก็ทำให้ในตลาดบนนั้นไม่ใช่ปัญหาของฟอร์ดแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ในตลาดระดับล่างและกลางซึ่งเป็นตลาดที่มีคู่แข่งมากหน้าหลายตากว่า ฟอร​์ดเองก็ต้องใช้พละกำลังมากขึ้นในเรื่องของการจัดตัวสินค้ามาท้าชนตลาด อย่างในเอเวอเรสต์ก็มีการเพิ่มรุ่นย่อยขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับตลาดมากขึ้น

Ford Everest

ทำให้ในท้ายที่สุด เอเวอเรสต์ใหม่มีการทำตลาดถึง 4 รุ่นย่อย โดยแบ่งเป็นเครื่องยนต์ 2 ความแรง รายละเอียดและราคาสามารถติดตามได้จากลิงค์ด้านล่างที่เราเคยรวบรวมเอาไว้ในช่วงของการเปิดตัวอย่างครบครัน

มาว่ากันที่รุ่นเทรนด์ที่เราได้สัมผัสกัน ในฐานะของรถที่เป็นรุ่นเริ่มต้นของพีพีวีของฟอร์ด โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1.299 ล้านบาทนั้น ต้องบอกว่าถือเป็นศึกหนักของฟอร์ด เพราะในเรนจ์ราคาที่ใกล้เคียงกันนั้นมีคู่แข่งมากหน้าหลายตาที่เข้าร่วมแข่งขันอยู่

พีพีวีในระดับราคาประมาณ 1.3 ล้านบวกลบ 1 แสนบาทนั้นมีคู่แข่งเยอะมาก และหลาย ๆ ค่ายก็มีการเปิดตัวมาอย่างน่าสนใจ เพราะกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานรถกลุ่มนี้ในเมือง ไม่ได้ลุยบุกป่าฝ่าดงมาก ก็เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ใช้งานรถในเลเวลนี้ค่อนข้างมาก

Ford Everest

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ มาพร้อมจุดขายที่น่าสนใจอย่างเครื่องยนต์ซิงเกิลเทอร์โบที่ให้การตอบสนองการขับขี่ที่ดี แต่แน่นอนว่าด้วยราคาจำหน่ายที่ลดลงไป ก็ทำให้บรรดาอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้น ถูกลดทอนลงไปบ้าง เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ที่ต้องจ่ายแพงกว่านี้

หากเดินดูรอบคันจะพบการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นท๊อปในส่วนของการตกแต่ง อาทิ กันชนหน้าเปลี่ยนมาเป็นสีออกเทาดำ รวมไปถึงชิ้นตกแต่งรอบคันก็ถูกเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และแร็คหลังคาที่ติดมาก็เป็นสีดำธรรมดา

อย่างไรก็ตาม รถคันนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ท ขณะที่ฝากระโปรงหลังเป็นแบบเปิดธรรมดา ไม่ได้มีระบบไฟฟ้าหรือการเปิดด้วยการสอดเท้าไปใต้กันชน ซึ่งบอกเลยว่าการเปิดปิดด้วยระบบมือนั้น ประตูหนักและอยู่สูงเอาเรื่องเหมือนกัน

Ford Everest

ฝากระโปรงหน้ายังมาพร้อมโช็คอัพที่ช่วยให้การเปิดปิดเป็นไปอย่างง่ายดายเหมือนเดิม อันนี้ต้องขอชมว่ายังเก็บจุดขายนี้เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งโดยรวม ๆ แล้ว ด้านภายนอกของรถก็ไม่ได้มีอะไรที่ดูแย่มาก ก็ยังถือว่าเป็นพีพีวีที่สวยงามที่สุดคันหนึ่งอยู่

ภายใต้ฝากระโปรงเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดแบบเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ลงสู่ล้อหลัง

เปิดประตูเข้าไปในรถจะพบกับเบาะหนังสีดำแบบธรรมดา ที่ลองนั่งดูแล้วก็ให้น้ำหนักการรองรับที่ลงตัวพอดี นั่งทางไกลได้ไม่เมื่อย การเปิดแถวที่นั่งเข้าแถวหลังสุดเป็นแบบวันทัช เบาะที่นั่งหลังสุดพับได้แบบแมนวล ไม่มีระบบพับไฟฟ้าอันเลื่องชื่อ

Ford Everest

ไม่ได้ลองเข้าไปนั่งแถวที่ 3 นะครับ เพราะคิดว่าความรู้สึกก็น่าจะเหมือนกับตอนที่เรานั่งในเอเวอเรสต์รุ่นอื่น ๆ พอลองนั่งเบาะแถว 2 ก็พบว่าของเล่นหายไปเยอะ แม้จะมีแอร์แบบหมุนได้ 360 องศาที่เบาะ 2 ตอนหลัง และระบบไฟส่องสว่างติดตั้งมาให้

การปรับอากาศที่ตอนหลังทำได้แค่ปรับความแรงที่ตำแหน่งหลังกล่องเก็บของตอนกลาง ที่ตำแหน่งกลางเบาะดึงลงมาเป็นที่เท้าแขนพร้อมกับที่วางแก้วได้ ที่ชาร์จไฟเป็นแบบที่จุดบุหรี่ที่ต้องหาตัวแปลงมา และมีการตัดช่องเสียบไฟแบบไฟบ้านออกไปอย่างน่าเสียดาย

เบาะโดยสารตอนหน้าเป็นแบบปรับด้วยมือทั้งสองตำแหน่ง พวงมาลัยดูโล้น ๆ ไปเล็กน้อย เพราะมีการตัดปุ่มควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติออกไปทั้งหมด ขณะที่ระบบซิงค์ 3 ที่ให้มาก็ไม่มีระบบนำทางติดตั้งมาให้ และไปติดตั้งเพิ่มก็ไม่ได้

Ford Everest

คงไม่ต้องบอกนะว่าในรุ่นนี้ไม่มีจุดขายที่ฟอร์ดแสนจะภาคภูมิใจอย่างหลังคาพาโนรามิก มูนรูฟที่เปิดได้ครึ่งคัน มองโดยรวม ๆ แล้วก็ต้องบอกว่ามีการตัดอุปกรณ์ไปอย่างน่าใจหายเหมือนกัน แม้จะบอกว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นของโมเดลนี้ก็ตามที

อย่างไรก็ตาม ฟอร์ดยังอัดอุปกรณ์ทางด้านความปลอดภัยมาให้อย่างเต็มที่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นระบบกล้องมองถอยหลัง หรือถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ซึ่งถ้ามองในมุมของการเป็นรถยนต์ครอบครัวก็ถือว่ายังมีอุปกรณ์ที่ครบครันอยู่

การตอบสนองของเครื่องยนต์ในเรื่องของการขับขี่นั้นถือว่ายังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม หากมองในเรื่องของสมรรถนะอย่างเดียว บอกเลยว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเล่นรุ่นเทอร์โบคู่ ยกเว้นแต่หากต้องการระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วย ก็ถือว่าไม่มีทางเลือกอื่น

Ford Everest

แม้เทอร์โบจะไม่ได้ทำงานตั้งแต่เริ่ม แต่ตัวเครื่องยนต์เองก็เพียงพอที่จะลากรถคันใหญ่นี้ไปได้อย่างไม่อืดอาด การส่งกำลังเป็นไปอย่างไหลลื่นตามความฉลาดของเกียร์ และการทำความเร็วสูงมากบนถนนก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเอเวอเรสต์น้องเล็กคันนี้

เอเวอเรสต์ยังคงให้ความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอย่างดี ตัวรถให้ความไว้ใจในการเข้าโค้งและการตอบสนองต่อการขับขี่ค่อนข้างมาก แม้จะมีอาการโฉ่งฉ่างของรถมากไปสักนิด โดยเฉพาะเมื่อขับผ่านพื้นผิวถนนที่ไม่ค่อยดีนัก จะสัมผัสกับอาการสะท้านของช่วงล่างในระดับหนึ่ง

ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการเซตอัพช่วงล่างที่เป็นขับเคลื่อนสองล้อ หรือเพราะยางขนาด 17 นิ้ว ที่ส่งผลให้ตัวรถมีอาการดังกล่าว คือความมั่นใจในการขับขี่เข้าโค้งไม่ได้ลดลงนะ แต่อาการของตัวรถดูมีมากเกินไปสักนิด ทำให้เราต้องเกรงใจผู้โดยสารตอนหลังพอสมควร

Ford Everest

ฟอร์ดเลือกเส้นทางการทดสอบมาที่เขาค้อ เพื่อให้ได้ทดสอบการเข้าโค้งและช่วงล่างของรถ ก็เป็นไปตามที่ว่าล่ะครับว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของความมั่นใจในการขับขี่ และก็ยังเชื่อว่าเอเวอเรสต์น่าจะยังเป็นทางเลือกที่ดีอีกคันของผู้ที่สนใจจะซื้อพีพีวีสักคัน

แต่ปกติแล้วเราจะไม่ค่อยได้ขับรถตัวล่าง ๆ ของรถทดสอบกัน ก็เลยมีข้อสังเกตบางประการที่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องดีที่ฟอร์ดจะนำไปปรับหากมีการพัฒนาสินค้าในรุ่นถัด ๆ ไป ซึ่งบอกไว้ก่อนนะครับ ว่าอันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วน ๆ

เรื่องแรกก็คือการตัดอุปกรณ์ของรถหลาย ๆ ส่วนนั้น ทำให้ความเป็นรถใช้งานสำหรับครอบครัวที่ต้องขับทางไกลมันดูหายไป เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติหรือช่องเสียบไฟฟ้าแบบไฟบ้าน ซึ่งเป็นฟังชั่นส์ที่ดีและใช้งานได้สะดวกมาก

Ford Everest

สองก็คือฟีลลิ่งของการขับขี่ ซึ่งแม้จะบอกว่ามันยังไว้ใจได้ไม่ทรยศกันบนท้องถนนแน่ ๆ แต่เพราะมันเป็นรถที่นั่ง 7 คน บางทีการเซตอัพสำหรับผู้โดยสารตอนหลังก็อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงให้มากเหมือนกัน เพราะคู่แข่งมากันเยอะเหลือเกิน

หลาย ๆ คนอาจจะเถึยงแทนฟอร์ดอยู่ว่า ก็ซื้อตัวแพงกว่านี้สิ แต่อย่าลืมนะว่าหากไปซื้อรุ่นไทเทเนียมที่แพงกว่า 1.4 แสนบาทก็ยังไม่ได้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ต้องยอมจ่ายเพิ่มไปเป็น 1.599 ล้านบาทเพื่อซื้อไทเทเนียม พลัสกันเลยทีเดียว

ราคานั้นน่ะ แพงกว่ารุ่นท๊อปของคู่แข่งหลาย ๆ ราย ที่ได้กันไปถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกันไปแล้ว ฟอร์ดเองก็อาจจะต้องคิดล่ะว่าจะเอายังไงกับกลุ่มลูกค้าระดับกลางยันล่างดี เพราะในกลุ่มท๊อปนั้นถือว่าไร้เทียมทานและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีมาตั้งแต่ต้น

Ford Everest

สรุปอีกรอบก็คือ ด้วยหน้าตา รูปลักษณ์ สมรรถนะของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง เอเวอเรสต์ใหม่ก็ยังน่าใช้งานเหมือนเดิม แต่ลูกค้าที่จะซื้อรุ่นเทรนด์ก็ต้องทำใจว่าบรรดาของเล่นรอบตัวของพวกเขานั้น อาจจะน้อยไปหน่อยจนอาจจะยอมเสียตังค์ซื้อรุ่นแพงกว่านี้หรือไม่

ลองไปส่อง ๆ ดูที่โชว์รูมอีกครั้งก่อนตัดสินใจก็แล้วกัน!!!

Ford Everest

ข้อดี

  • รูปร่างหน้าตาแข็งแกร่ง
  • เครื่องยนต์ตอบสนองอย่างดี
  • ช่วงล่างที่ไว้ใจได้บนท้องถนน

ข้อสังเกต

  • ขาดอุปกรณ์พื้นฐานหลายจุด
  • อาการสะท้านของช่วงล่าง
  • ราคาเมื่อเทียบกับตลาด

บทสรุป

ฟอร์ดทำงานของตัวเองได้ดีเสมอในรุ่นท๊อปด้วยการโชว์เทคโนโลยีอันเหนือชั้น แต่เมื่อมีคู่แข่งที่มากหน้าหลายตาขึ้น พวกเขาก็คงต้องคิดแล้วว่าจะส่งสินค้าไปแย่งชิงตลาดระดับกลางและล่างอย่างไรดี

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 11/12 - 13:00

ลือกระหึ่ม Lotus ซุ่มพัฒนาไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าค่าตัว 2.5 ล้านเหรียญ

Lotus ตกเป็นข่าวว่ากำลังซุ่มพัฒนารถไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมพลังงานไฟฟ้า วางเป้าออกแข่งขันกับไฮเปอร์คาร์ตัวท็อปอย่าง Bugatti Chiron รายงานข่าวระบุว่า ไฮเปอร์คาร์รุ่นดังกล่าวมีรหัสว่า “Omega” ซึ่งได้รับการพัฒนามาได้สักพักใหญ่แล้วและคาดว่าจะเปิดตัวในฐานะรถต้นแบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นครั้งแรกภายในปีหน้า ก่อนที่จะออกจำหน่ายจริงหลังปี 2020 Geely กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากจีนซึ่งเพิ่งเข้าครอบครองกิจการของ Lotus เมื่อไม่นานนี้ประกาศความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะผลักดันแบรนด์รถสปอร์ตจากอังกฤษขึ้นชั้นสู่ระดับโลกทั้งในด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะ รวมถึงการยกระดับขึ้นเทียบเท่า Ferrari

SK - 11/12 - 11:00

เผยทีเซอร์ Toyota Supra Super GT รถแข่งตัวใหม่บนพื้นฐานรถสปอร์ตในตำนาน

Toyota Supra ใหม่มีกำหนดเผยโฉมที่งาน 2019 ดีทรอยท์ ออโต้โชว์ในวันที่ 14 มกราคม แต่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันจะมีการเปิดตัว Supra Super GT เวอร์ชั่นเรซซิ่งกันก่อน Supra Super GT จะออกอวดโฉมสู่สายตาสาธารณชนที่งาน 2019 โตเกียว....

Cokey - 11/12 - 10:16

Motor Expo 2018 ปิดฉากสวย ยอดขายเฉียด 4.5 หมื่นคัน Honda นำอันดับ 1 ส่วน Mazda มาแรงแซง Toyota สู่อันดับ 2

Motor Expo 2018 ปิดฉากสวย ยอดขายรถรวมเฉียด 4.5 หมื่นคัน รถเก๋ง รถหรูคึกคัก นำทัพยอดขายโดย Mazda ส่วนอันดับ 2 เซอไพรส์เพราะ Mazda เบียดค่ายหลักอย่าง Toyota ตกสู่อันดับ 3....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

11/10/18 07:02

สไลด์กันมัน! BMW M2 ขับหลังเจนเนอเรชั่นใหม่มีฉายา “เครื่องจักรแห่งการดริฟท์”

ก่อน

1964 Volkswagen Beetle เลขไมล์ 35 กม. เคาะราคาขาย 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ต่อไป