รีวิว Yamaha MT-15 น้องเล็กจากตระกูลสายบิดราคาเฉียดแสนแสบยิ่งกว่าพริกขี้หนู

เขียนโดย

เขียนโดย 08/01/19 13:06

Yamaha M-Slaz สร้างชื่อให้กับสปอร์ตเน็กเก็ต 150 ซีซีของค่ายส้อมเสียงแบบแรงสุดฉุดไม่อยู่ แต่ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้วเพราะตอนนี้เรามี Yamaha MT-15 เน็กเก็ตน้องใหม่สายเลือดแท้จากตระกูล MT มาสานต่อความสำเร็จ ขอย้ำอีกทีว่าทั้งสองรุ่นที่กล่าวข้างต้นมันคือรถคนละคันกันเลย

Yamaha MT 15

เน็กเก็ตสปอร์ต 150 ซีซี ที่ถอดแบบจากรุ่นพี่

ตัวรถถอดแบบดีไซน์มาจากรุ่นพี่อย่าง MT-09 หรือ FZ-09 ที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนานตั้งแต่เปิดตัวโฉมแรกด้วยสไตล์แบบเน็กเก็ตโมตาร์ดจนมีการปรับโฉมใหม่ให้ดูสปอร์ตดุดันเร้าใจยิ่งขึ้นด้วยโครงหน้าแบบหน้ากากญี่ปุ่น อ่าา ไม่ใช่หน้ากากไอมดแดงนะ

ตำแหน่งที่ควรเป็นไฟหน้านั้นที่จริงเป็นไฟหรี่หรือเดย์ไลท์ส่วนไฟหน้าจริงจะอยู่ต่ำลงมา แบบ Mono Focus LED ในดวงแก้วทรงกลมซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่เราเห็นใน R1 และ R6 ที่ซ่อนไฟหน้าแบบเดียวกันนี้ไว้

Yamaha MT 15

แฟริ่งชิ้นข้างนั้นดีไซน์เหมือนช่องรับอากาศเข้าทั้งสองฝั่ง ถังน้ำมันถูกครอบเอาไว้ด้านในเบาะนั่งแบบตอนเดี่ยวเล่นระดับนั่งสบายเลื่อนตำแหน่งเพื่อหมอบได้แพ้จะสูง 180 ซม. แต่นอกจากไฟหน้าล้ำๆ แล้ว ไฟเลี้ยวยังเป็นไฟแบบฮาโลเจน ไม่มีชิลด์หน้าบังแมลงหรือบังเรือนไมล์แต่มีอกไก่มาให้จากโรงงาน

แฟริ่งท้ายเองยังไม่ทิ้งดีไซน์สปอร์ตแบบในรุ่นใหญ่ด้วยการมีช่องลมขนาดเล็กไว้และที่ขาดไม่ได้ของตระกูลนี่คือสีสันที่เตะตาโดนใจ เรือนไมล์ก็เป็นแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบเท่สุดๆ บอกทั้งรอบเครื่องยนต์ ความเร็ว นาฬิกา ระกับน้ำมัน อัตราสิ้นเปลือง ระยะทริปเดินทางทั้ง A/B

เครื่องยนต์ลูกนี้ให้พละกำลังที่ 19 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 14.7 นิวตันเมตรที่ทางค่ายเคลมว่าเป็นเน็กเก็ตที่มีแรงบิดสูงที่สุดในคลาส

เครื่องยนต์ VVA วาล์วแปรผันแรงบิดจัดสุดในคลาส

ทริปนี้เราเดินทางไกล ไป-กลับ บางนาเขาใหญ่ด้วยเส้นทางรวมทะลุ 500 กม. อ่านไม่ผิดครับเกิน 500 กม. ขี่กันแบบทะลุปรุโปร่ง สนิทสนมกับเจ้าเน็กเก็ตตัวแสบคันนี้ที่ทำให้เราขี่เพลินลืมระยะทางกันไปเลย

Yamaha MT 15

เครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA วาล์แปรผัน SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบเดียวกับใน YZF-R15 ประกอบขึ้นในประเทศอินโดนีเซียก่อนจะส่งมาวางบนเฟรมในประเทศไทย ทำงานคู่กับเกียร์ 6 สปีด

เครื่องยนต์ลูกนี้ให้พละกำลังที่ 19 แรงม้าที่ 8,900 รตน. แรงบิดสูงสุด 14.7 นิวตันเมตรที่ 7,000 รตน. ซึ่งทางค่ายเคลมว่าเป็นเน็กเก็ตที่มีแรงบิดสูงที่สุดในคลาส แต่สิบปากว่าไม่ทำมือบิดเราเลยต้องมาขยี้กันให้สุดขีดในวันนี้

Yamaha MT 15Yamaha MT 15

เราผ่านการจราจรทั้งในส่วนที่เป็นชุมชนเมืองและถนนเปิดโล่งยาวๆ ให้ได้ซัดกันเต็มที่ อย่างแรกที่รู้สึกคือช่วงเกียร์แต่ละช่วงค่อนข้างเซ็ตมาได้ลงตัวแม้ในช่วงเกียร์ 1 อาจจะรู้สึกว่าสั้นไปเสียหน่อย เรื่องการมุดฝ่าการจราจรไม่ต้องห่วง ความคล่องตัวสูงมากลื่นไหลผ่านไปได้สบายๆ

Yamaha MT 15

ระบบ VVA จะเริ่มทำงานที่รอบเครื่องยนต์ราว 7,000 รอบต่อนาทีช่วยให้ตัวรถมีพละกำลังเหลืออีกสำหรับใช้งาน ไม่ต้องมานั่งเตะเกียร์บ่อยๆ ช่วงที่ขี่แบบไหลๆ คาเกียร์ 5 ขี่ไปได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องเตะขึ้นลงระหว่าง 5 กับ 6 ให้รำคาญใจและโดยส่วนตัวก็ไม่ได้เตะหาเกียร์ 7 บ่อยนัก

สื่อมวลชนที่ร่วมทริปไปด้วยกันทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. แต่ก็ยากมาก

อัตราเร่งสนุก ท็อปสปีดลากลึกสุดใจ

ตัวรถมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถเน็กเก็ต 150 ซีซี ขับสนุกไม่ว่าจะในเมืองหรือเดินทาง ตัวรถมีพละกำลังเหลือเฟือในการเร่งแซงแม้จะอยู่ที่ย่านความเร็ว 100 กม./ชม.+ ด้วยระบบวาล์วแปรผัน ความเร็วเดินทางที่ 110-120 กม./ชม. ทำได้สบายๆ

Yamaha MT 15

แม้จะเป็นรถสูบเดี่ยวแต่พอเดินทางไกลและถึงจะลากรอบนานๆ แรงสั่นสะเทือนก็ไม่ได้มากมายจนทำให้มือคุณสั่นชาเมื่อหยุดพัก และถ้าขับขี่ไกลๆ แล้วรู้สึกเมื่อยด้วยเบาะนั่งแบบตอนเดี่ยวที่เล่นระดับทำให้เราขยับตูดเลื่อนขึ้นมาผ่อนคลายอิริยาบถได้เล็กน้อยด้วย

การที่ยามาฮ่าเลือกใช้เบาะนั่งแบบตอนเดี่ยวแบบนี่นอกจากประโยชน์ในการแก้เมื่อยแล้วยังทำให้คนตัวสูงหมอบหลบลมได้ง่ายถังน้ำมันเองก็มันการดีไซน์ให้หมวกกันน็อคหลบเข้าไปได้โดยไม่กระแทกถัง

สำหรับคนที่สงสัยว่าแล้วท็อปสปีดของรถคันนี้ทำได้ที่เท่าไรถึง 130 กม./ชม. ไหมบอกเลยว่าทะลุและมีพี่สื่อมวลชนที่ร่วมทริปไปด้วยกันทำได้ถึง 140 กม./ชม. แต่ขอบอกเลยว่าพอเลย 130 กม./ชม. ขึ้นก็ต้องใช้เวลาและระยะทางในการค่อยๆ ไต่ความเร็วขึ้นไป ขี่สบายๆ 110-120 ก็พอแล้ว

Yamaha MT 15

ระบบเบรกของรถเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งหน้าและหลังแต่ไม่มีระบบ ABS และไม่มีรุ่นที่มี ABS ซึ่งน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งแต่ถ้ามีระบบป้องกันล้อล็อคมาอีกราคาก็จะยิ่งขยับสูงอาจจะทะลุแสนไปเลยก็ได้

แม้ระบบเบรกที่ให้มาถือว่าโอเค แต่ด้วยพละกำลังในการเบรกที่ไม่ได้มากมายทำให้เวลาเบรกฉุกเฉินเมื่อรถมีความเร็วอาจต้องใช้ระยะในการเบรกพอสมควรและสำหรับมือใหม่อาจเป็นอันตรายได้

ให้ออพชั่นมาไม่ได้แพ้คู่แข่งเลยแม้แต่น้อยโดยเฉพาะช่วงล่างที่น่าประทับใจสุดๆ

โช้คหัวกลับ สลิปเปอร์คลัทช์จัดเต็ม

นอกจากมีเครื่องยนต์ที่ดีขับขี่ได้สนุกทั้งในเมืองและเดินทางแล้ว ตัวรถยังมีออพชั่นจัดหนักๆ มาให้อย่างโช้คหน้าหัวกลับซึ่งช่วงล่างของรถนั้นเซ็ตมาได้ดีมากๆ เพราะงานนี้เราไม่ได้ขี่แค่ทางดีแต่ยังได้เจอถนนพัง ถนนซ่อม หลุมอุกาบาตยาวหลายกิโลเมตรซึ่งรถคันนี้ผ่านได้สบายๆ

Yamaha MT 15Yamaha MT 15Yamaha MT 15

ช่วงล่างของรถจัดมาให้ดีมากเกินพอสำหรับทุกสถานการณ์ที่ต้องเจอในการใช้งาน ช่วงล่างมีความเฟิร์มกระชับขับขี่สนุกไม่ว่าจะเป็นการมุดอย่างรวดเร็วในเมืองหรือร่องไปในโค้งก็มั่นใจไม่มีย้วยไม่มีเด้ง เลิศมากเว่อร์

สลิปเปอร์คลัทช์ที่ใส่เข้ามาเองก็เป็นฟังก์ชั่นที่เหมาะสำหรับมือใหม่ให้ไม่ต้องเหวอเวลาตบเกียร์ลงเร็วๆ แรงๆ หรือคนที่ไม่ถนัดการบริปคันเร่งแล้วต้องหัวทิ่มหัวตำกันเวลาเชนจ์เกียร์ลงหาเอ็นจิ้นเบรกมันนุ่มนวลกว่ามากจริงๆ

Yamaha MT 15 Yamaha MT 15 Yamaha MT 15 Yamaha MT 15

ถ้าจะสรุปสั้นๆ ก็คงประมาณ ขี่สนุก คล่องตัว อัตราเร่งดี ช่วงล่างเลิศ มีกำลังเหลือแซงในช่วงทำความเร็ว หมอบสนุก ที่สำคัญอัตราสิ้นเปลืองก็ถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจอย่างขาไปจากบางนา-นครนาครอยู่ที่ 37.7 กม./ลิตร ส่วนทั้งทริปอยู่ที่ 35 กม./ลิตร  ไม่ถึง 75 สตางค์ต่อการเดินทาง 1 กิโลเมตร

Yamaha MT 15Yamaha MT 15

บทสรุป

คงจะเลี่ยงตอบคำถามนี้ไม่ได้ว่าแล้วระหว่าง Yamaha MT-15 กับ Honda CB150R ล่ะจะซื้อคันไหน ถ้าจะให้เราตอบคือรถสองคันนี้คนละสไตล์ตั้งแต่ดีไซน์ เรื่องการขับขี่เรารู้สึกว่าเหมือนจะใกล้เคียงกันแต่ก็สนุกคนละแบบด้านอัตราเร่งความเร็วปลายต้องให้ยามาฮ่า และเรายังเราชอบท่านั่งของ MT-15 มากกว่าเพราะมีการปรับให้นั่งได้สบายมากขึ้นกว่า M-Slaz ในขณะที่คนตัวสูงอย่างเราเบาะนั่งสองตอนใน CB150R มันดันให้เราเขยิบก้นถอยไม่ได้ และถ้าจะซื้อ Honda ก็คงต้องยอมเพิ่มเงินเอา ABS ซึ่งราคาจะขยับสูงไปอีกจาก 99,800 เป็น 109,800 บาทขณะที่ยามาฮ่านั้นราคาถูกกว่าที่ 98,500 บาท ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่ต้องตอบคือเน็กเก็ตสปอร์ตดุดันล้ำสมัยกับนีโอสปอร์ตคาเฟ่แบบไหนที่คุณอยากได้มากกว่า

ข้อดี

  • เครื่องยนต์ VVA กำลังเหลือช่วงปลาย
  • ระบบกันสะเทือนแบบหัวกลับเฟิร์มกระชับ
  • สลิปเปอร์คลัทช์ช่วยลดแรงกระชากได้ดี
  • ท่านั่งที่สบายเหมาะทั้งใช้งานทุกวันและเดินทาง
  • อัตราสิ้นเปลืองในการเดินทางที่น่าพอใจ

ข้อสังเกต

  • ระบบเบรกไม่ค่อยหนึบถึงใจ
  • ไม่มีตัวเลือกรุ่น ABS
Yamaha MT 15 Yamaha MT 15

Yamaha MT-15  ราคาจำหน่าย 98,500 บาท

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แบบ4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ155 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด11.6 : 1
กระบอกสูบ x ระยะชัก58.0 x 58.7 มม.
ระบบหล่อลื่นแบบแห้ง
ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด
ระบบจุดระเบิดT.CI.
ระบบคลัตช์เปียกแบบหลายแผ่น
ระบบเกียร์แบบสปอร์ต 6 ระดับ
ระบบสตาร์ทสตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า
น้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว หรือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (E10)
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง10 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง0.85 ลิตร (กรณีเปลี่ยนถ่ายตามระยะ)
0.95 ลิตร (กรณีเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง)
ความจุหม้อน้ำ0.49 ลิตร
ความจุถังพักหม้อน้ำ0.15 ลิตร
หัวเทียนเอ็น.จี.เค / เอ็ม.อาร์.8 อี.9 (NGK / MR8E9)
ชนิดของเฟรมเดลต้าบ็อก
มุมคาสเตอร์/ระยะเทล25.7° / 89 มม.
กว้าง x ยาว x สูง800 x 1,965 x 1,065 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเบาะ810 มม.
ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง155 มม.
ความยาวแกนล้อหน้าถึงหลัง1,335 มม.
น้ำหนัก (รวมน้ำมันเครื่องและน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง)133 กก.
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด2.4 ม.
ยางหน้า110/70-17 M/C 54S
ยางหลัง140/70-17 M/C 66S

เรื่องที่น่าสนใจ

Ken - 25/03 - 12:01

รีวิว Royal Enfield Continental GT 650 หล่อคาเฟ่ ขี่ดี นุ่ม สมูธ จนต้องขอมอบเยี่ยม

เราคาดหวังไว้นะว่าเจ้า 650 สองสูบใหม่ของค่ายอังกฤษเจ้าของอินเดียอย่าง Royal Enfield Continental GT 650 น่าจะดีแหละ แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้เหมือนกัน ดีไซน์แบบ Pure Motorcycle แม้ตัวรถจะมาในสไตล์คลาสสิคและได้แรงบันดาลใจมาจากความสำเร็จในรุ่นก่อนๆ โดยยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ครบครันแต่อยากบอกเลยว่าเจ้า 650 มีชิ้นส่วนที่แชร์กับรุ่น 535 หรือตัวสูบเดี่ยวที่ขายมาก่อนหน้าเพียง....

Ken - 26/02 - 08:02

[Review] Vespa Primavera 150 x Vespa Sprint 150 สองอารมณ์ สองไลฟ์สไตล์ความสนุก

คุณเองก็น่าจะเคยเกิดปัญหาเดียวกันนี่ว่าจะซื้อเวสป้ารุ่นไหนดีวันนี้เราเอา Vespa Primavera 150 และ Vespa Sprint 150 สองอารมณ์บนเครื่อง i-Get 150 ซีซี ของเวสป้ามาฝากกัน เพิ่มความโดดเด่นเน้นดีไซน์เดิม อันที่จริง Vespa Primavera 150 และ Vespa....

Ken - 19/02 - 15:26

[Review] 2019 Triumph Street Scrambler หล่อลุยเพิ่มแรงม้าและความลงตัวที่มากกว่าเดิม

2019 Triumph Street Scrambler ยังคงภาพลักษณ์ของรถสไตล์คลาสสิคสแครมเบลอร์แบบที่ทุกท่านชอบเอาไว้อย่างครบครันและยังคงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญในปี 2019 นี่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทีเดียว หากมองภายนอกของรถคันนี้ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยใช่ไหมล่ะ ใช่แล้วครับนอกจากสีตัวถังของตัวรถแล้วลักษณะภายนอกของตัวรถนั้นแทบจะเหมือนเดิมทุกประการ แต่จะมีบางจุดที่เปลี่ยนไปซึ่งคุณอาจไม่ทันได้สังเกตเห็น จุดเปลี่ยนที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ อย่างที่บอกไปในตอนต้นแล้วว่ามีจุดที่เปลี่ยนไปน้อยมาก ไฟหน้าแบบกลมและไส้เลี้ยวยังคงเป็นหลอดไฟแบบไส้หรือฮาโลเจนที่ถึงไม่ได้ดูทันสมัยแต่เรากล้ารับประกันว่าหลายคนยังคงชอบแบบนี้ ไฟท้าย LED ท่อคู่ยกสูงออกข้างยังคงโดดเด่นเช่นเดิม เบาะนั่งตอนเดี่ยวและเบาะคนซ้อนขนาดเล็กนั่งพอได้แต่แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ได้ดีไซน์มาสำหรับให้คุณมีคนซ้อนดังนั้นรถคันนี้จึงมีของแต่งที่มาทดแทนของคนซ้อนอย่างแร็คยึดสัมภาระเวลาคุณออกไปเปรี้ยวคนเดียว ล้อหน้า....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

08/01/19 13:06

[Test Drive] Ford Mustang EcoBoost และ GT ถ้ามีเงินเหลือควรมีติดโรงรถสักคัน!!!

ก่อน

[1st Ride] Triumph SpeedTwin บินสเปนรับการมาของรุ่นใหญ่ที่ไม่ทำให้เราผิดหวัง

ต่อไป

next article

[1st Ride] Triumph SpeedTwin บินสเปนรับการมาของรุ่นใหญ่ที่ไม่ทำให้เราผิดหวัง