รีวิว Royal Enfield Continental GT 650 หล่อคาเฟ่ ขี่ดี นุ่ม สมูธ จนต้องขอมอบเยี่ยม

เขียนโดย

เขียนโดย 25/03/19 12:01

เราคาดหวังไว้นะว่าเจ้า 650 สองสูบใหม่ของค่ายอังกฤษเจ้าของอินเดียอย่าง Royal Enfield Continental GT 650 น่าจะดีแหละ แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้เหมือนกัน

Royal Enfield Continental GT 650Royal Enfield Continental GT 650

ดีไซน์แบบ Pure Motorcycle

แม้ตัวรถจะมาในสไตล์คลาสสิคและได้แรงบันดาลใจมาจากความสำเร็จในรุ่นก่อนๆ โดยยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ครบครันแต่อยากบอกเลยว่าเจ้า 650 มีชิ้นส่วนที่แชร์กับรุ่น 535 หรือตัวสูบเดี่ยวที่ขายมาก่อนหน้าเพียง 8 ชิ้นเท่านั้น

ตัวรถยังคงเอกลักษณ์ในแบบคัสตอมคาเฟ่เรเซอร์เอาไว้เหมือนรุ่นก่อนๆ ไฟหน้ากลมหลอดไส้ฮาโลเจนเช่นเดียวกับไฟเลี้ยวทรงเหลี่ยมที่เป็นฮาโลเจนซึ่งหลายๆ คนชอบมากกว่าพวกไฟ LED เวลาที่อยู่ในรถคลาสสิค

ดีไซน์ของรถยังคงความเป็น Pure Motorcycle ตามแบบฉบับของเขาเอาไว้ได้อย่างดี

เฟรมรถเป็นเฟรมท่อเหล็กแบบ Cradle คือใช้เฟรมอุ้มเครื่องยนต์เอาไว้ ท่อไอเสียโครมเมียมแบบ 2-2 ให้สุ้มเสียงที่เอาจริงๆ ก็แอบคล้ายพรีเมี่ยมคลาสสิคจากอังกฤษเจ้าหนึ่งแต่แบบที่ให้โทนเสียงที่บางกว่า โดยรวมดีไซน์ของรถยังคงความเป็น Pure Motorcycle ตามแบบฉบับของเขาเอาไว้ได้อย่างดี

Royal Enfield Continental GT 650 Royal Enfield Continental GT 650

ท่านั่งในการขับขี่เป็นเอาเอกลักษณ์ของคัสตอมคาเฟ่เรเซอร์ที่วางขาไปด้านหลังเล็กน้อย ตัวโน้มไปข้างหน้า แฮนด์บาร์แบบคลิปออนยกสูงให้ท่านั่งที่สบายไม่ก้มมาก เบาะนั่งตอนเดี่ยวมีครอบท้ายมาให้ นั่นหมายความว่านั่งได้คนเดียวแต่ก็มีพักเท้าคนซ้อนติดมาให้จากโรงงาน

ดีไซน์เครื่องยนต์ของรถคันนี้มันดูเก่า ดูไม่ทันสมัย ดูคล้ายกับเครื่อง 535 สูบเดี่ยวใช่ไหม แต่มีแค่ดีไซน์เท่านั้นล่ะที่เขาตั้งใจทำให้ดูเก่า เก๋า คลาสสิค เครื่องยนต์แบบ 650 ซีซี สองสูบเรียงเสื้อลมระบายความร้อนสองระบบคือลมและน้ำมันหรือ Air Cooler และ Oil Cooler

Royal Enfield Continental GT 650Royal Enfield Continental GT 650

เครื่องยนต์พัฒนาใหม่หมดจงลบภาพเก่าๆ ไปซะ

พละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ 648 ซีซี อยู่ที่ 47 แรงม้าที่ 7,250 รตน. แรงบิดสูงสุด 52 นิวตันเมตรที่ 5,250 รตน. โดยแรงบิดเกือบ 80% นั้นมีมาให้ใช้ทั้งแต่ 2,500 รตน. และวิศวกรก็ออกแบบมาให้มีแรงบิดแบบ Flat Torque หรือแทบจะเป็นเส้นตรงไปจนถึงรอบสูงๆ

เครื่องยนต์ถูกวางองศาการจุดระเบิดไว้ที่ 270 องศาให้จังหวะการจุดระเบิดแบบ ตุ้มตุ้ม ต่อเนื่องกันแบบ 1 2-1 2 ไม่ใช่ขึ้นพร้อมกันหรือสลับกันขึ้นทำให้เครื่องยนต์มีความสมูธซ้ำยังใส่ Counter-Balancer เข้าไปอีกฉะนั้นลืมแรงสั่นสะเทือนแบบในเครื่องรุ่นเก่าไปได้เลย

แรงสั่นสะเทือนในจังหวะเปิดคันเร่งเองก็น้อยมากจนทำให้เครื่องรุ่นเก่าดูเหมือเจอแผ่นดินไหว

นอกจากเสียงท่อไอเสียที่ทุ้มนุ่มนวลเพลินหูแล้ว แรงสั่นสะเทือนในจังหวะเปิดคันเร่งเองก็น้อยมากจนทำให้เครื่องรุ่นเก่าดูเหมือเจอแผ่นดินไหว และแรงบิดของรถมีมาให้ใช้ตั้งแต่รอบต่ำและส่งพละกำลังไปยังรอบสูงได้อย่างรวดเร็วโดยมี เรดไลน์ที่ 8,000 รตน.

Royal Enfield Continental GT 650Royal Enfield Continental GT 650 Royal Enfield Continental GT 650

ยอมรับตามตรงว่าการตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นดีจนน่าประหลาดใจ ดีกว่าที่เราหวังไว้ในทีแรก ทั้งในเรื่องของความนุ่มนวล พละกำลัง ความลงตัวกับรูปแบบของตัวรถที่ถึงจะเป็นเครื่อง 650 ซีซี ที่หลายคนกังวลว่าใหญ่ไปไหมแต่เราขอยืนยันว่าคุณสามารถขี่เจ้ารถคันนี้ได้ทุกวัน

จังหวะที่เราจะชู้ตออกไฟแดงหากอยากได้ฟิลลิ่งแบบมันๆ แทบจะต้องต่อเกียร์รัวๆ เพื่อกันรอบตัดด้วยความที่ส่งพละกำลังได้เร็วมากๆ 1 2 3 4 ลื่นไหล นุ่มนวล กะจังหวะเตะเกียร์ดีๆ อย่าให้รอบตัดเครื่องสะดุดเป็นอะไรที่สนุกสุดๆ

Royal Enfield Continental GT 650Royal Enfield Continental GT 650

ส่วนท็อปสปีดที่เขาลือกันว่าอั้น 130 กม./ชม. อยากบอกว่าเราแตะจุดนั้นตั้งแต่เกียร์ 4 โดยยังเหลืออีก 2 เกียร์และพี่ที่ร่วมทริปด้วยกันหน้าปัดก็พุ่งไปได้ถึงเกิน 190 กม./ชม. แต่ของเราทำได้เฉียด 180 กม./ชม. โดยที่แรงยังเหลืออยู่ แต่ต้องคอบระวังอาการหน้าชกของรถที่ความเร็วราว 130-140 กม./ชม. ขึ้นไปที่แอบน่ากลัวเหมือนกัน

ยอมรับตามตรงว่าการตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นดีจนน่าประหลาดใจ

Royal Enfield Continental GT 650 Royal Enfield Continental GT 650Royal Enfield Continental GT 650

โช้คดี เบรกนุ่มแต่ยั้งอยู่สบาย

ระบบกันสะเทือนของโช้คหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิคขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. มีระยะยุบที่ 110 มม. โช้คหลังแก๊สคู่ปรับค่าพรีโหลดได้ 5 ระดับ ถูกเซ็ตมาได้ลงตัวเหมาะกับสมรรถนะของรถ นุ่ม ซับแรงได้ดี แม้จะมีอาการดึ๋งๆ เล็กน้อยๆ เวลาเจอบั๊มแต่ก็ยังมั่นใจสาดสนุกในโค้งไฮสปีด

ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ ABS Dual Channel ของ Bosch

ระบบกันสะเทือนซับแรงได้อย่างนุ่มนวลน่าประทับใจ ระบบเบรกเองก็ทันสมัยเพราะดิสก์หน้าเป็นแบบลอยตัวหรือโฟลตติ้ง จานเบรกขนาด 320 มม. คาลิเปอร์สองสูบ จานหลังจานขนาด 240 มม. ปั๊มเบรก ByBre แบรนด์ลูกของ Brembo

การทำงานของเบรกเองก็นุ่มนวลแต่ก็มีพละกำลังมากพอที่จะหยุดคุณอย่างปลอดภัย และยังปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ ABS Dual Channel ของ Bosch ที่ก็ทำงานได้อย่างนุ่มนวลเช่นกัน ABS จะไม่ใช่แบบตัด “ปั๊กๆ” แต่เป็นการเพิ่มลดแรงบีบเหมือนการกำคลายกำคลายอย่างนุ่มนวลและไม่รู้สึกเหวอ

Royal Enfield Continental GT 650 Royal Enfield Continental GT 650

เผื่อคุณยังไม่ทันสังเกตวงล้อของรถคันนี้เป็นล้อซี่ลวด 36 ซี่แบบมี่ยางในขนาด 18 นิ้ว ใช่ครับ 18 ไม่ใช่ 17 ซึ่งทำให้บริษัทต้องไป Co-Op กับ Pirelli ในการใช้งาน Pirelli Phantom SportComp ขนาดพิเศษยางหน้า 100 ยางหลัง 130 ซึ่งนั้นน่าจะทำให้หายางรุ่นอื่นมาใส่ยางเหมือนกัน

เราเองไม่ค่อยถูกโรคกับยางรุ่นนี้เท่าไรด้วยความเป็นยางหน้าป้านเหมาะสำหรับการขี่ทางตรง ให้ประสิทธิภาพด้านความคล้องตัว และการควบคุมที่ไม่ดีนัก ทั้งที่รถน่าจะไปได้พลิ้วกว่านี้ แต่ด้วยลายยางและและประสิทธิภาพของตัวยางเองก็ถือว่าเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของรถประเภทนี้แล้วล่ะ

Royal Enfield Continental GT 650

คลาสสิคที่แฝงด้วยนานาออพชั่นทันสมัย

เราบอกไปข้างต้นแล้วว่าตัวรถทำให้ดูเก่าแบบคัสตอมคาเฟ่ รูปลักษณ์ของเครื่องยนต์ที่ดูเหมือนรถจากยุคหลังสงครามโลก แต่รถคันนี้มีสารพัดออพชั่นสมัยใหม่ที่ทำให้รถคันนี้ออกมาดีจนเราประทับอย่าง Counter Balancer ลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์

Slipper Clutch และ Clutch Assist เองก็มีมาให้ เออ เซอร์ไพรส์ปะล่ะ

ระบบ ABS จาก Bosch เรือนไมล์แบบเข็มที่ดีไซน์เรียน คลาสสิค แฝงความทันสมัย มีจอแสดงผลดิจิตอลบอก ระดับ้นำมัน ODO ระยะ Trip ควบคุมผ่านปุ่มเพียงปุ่มเดียว สายเบรกก็เป็นสายถักสวยๆ ไม่ได้หุ้มยางดำๆ ไว้

ระบบ Slipper Clutch และ Clutch Assist เองก็มีมาให้ เออ เซอร์ไพรส์ปะล่ะ มันทำให้เวลาที่คุณเชนจ์เกียร์ลงแรงๆ เป็นเรื่องที่สมูธกว่าที่คิดแม้บางครั้งจะมีเสียง “อิ๊ดๆ” อยู่บ้างแต่อาการรถก็ยังสมูธอยู่และเสียงตอนที่เกียร์เชนจ์ลงหนักๆ ก็เร้าใจดี

Royal Enfield Continental GT 650Royal Enfield Continental GT 650

เราต้องขอมอบเยี่ยมให้ Royal Enfield เลย

แม้จะได้ขับขี่ในเมืองน้อยแต่ Clutch Assist ก็ช่วยให้ก้านคลัทช์เบาและแรงภาระจากการที่นิ้วต้องเกี่ยวก้านคลัทช์ทั้งวันได้เป็นอย่างดี จังหวะในการมุดฝ่ารถติดก็คล่องตัว วงเลี้ยวแคบ ควบคุมรถได้ง่ายด้วยความสมูธไปซะหมดของตัวรถ

Royal Enfield Continental GT 650Royal Enfield Continental GT 650

บทสรุป

เราคาดหวังกับเจ้า 650 Twins ประมาณหนึ่งแต่ต้องขอยอมรับว่า Royal Enfield สร้าง Continental GT 650 ออกมาได้ดีเกินคาดไม่ว่าจะในเรื่องการออกแบบหรือการขับขี่เหมือนหัวใจหลักของการสร้างรถคันนี้ก็คือการทำให้มันสมูธและสร้างความมั่นใจในการขับขี่ให้กับเจ้าของซึ่งบรรลุผลตรงนี้ได้แบบสบายๆ จนเราต้องขอมอบเยี่ยมให้เลย


ข้อดี

  • อัตราเร่งที่ทันใจนุ่มนวลสมูธ
  • Assist & Slipper Clutch ทำงานได้ดีเยี่ยม
  • ดีไซน์คาเฟ่เรเซอร์คลาสสิคสุดเก๋า

ข้อสังเกต

  • ท่านั่งแค่คัสตอมคาเฟ่ฯ อาจไม่เหมาะกับทุกคน
  • ไม่มีไฟขอทาง
  • อาการหน้าชกที่ความเร็วสูง
Royal Enfield Continental GT 650

ยอมรับว่าก๊วนสื่อมวลชนขี่ไล่มาแชลกันโหดมากซึ่ง Royal Enfield Continental GT 650 ก็เอาอยู่ทั้งความเร็วสูง ความคล่องตัว ความสมูธ ขี่สนุก สบาย ไร้แรงสั่นสะท้าน ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าขี่สบายๆ รถคันนี้ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม ขี่ออกทริปยาวๆ ถ้าเปลี่ยนเป็นแฮนด์บาร์ก็น่าจะช่วยให้หลังตรงขึ้นลดอาการเมื่อยล้าลงได้

ราคา 2019 Royal Enfield Continental GT
Chrome 226,000 บาท
Custom 223,700 บาท
Standard 221,000 บาท

Royal Enfield Continental GT 650

ขอขอบคุณ รอยัล เอ็นฟิลด์
บททดสอบโดย:Ken [Warodom C.]

Specification Royal Enfield Continental GT 650 ABS

Engine Description : 648cc parallel twin, 4-stroke, 270 degree crank, single overhead cam, air-oil cooled

Fuel System : Fuel Injection

Cooling : Air + Oil Cooled

Maximum Power : 47 HP @ 7250 rpm

Maximum Torque : 52 NM @ 5250 rpm

Number of Cylinders : 2

Emission Standard : Euro 4 / BS4

Ignition : Digital spark ignition – TCI

Compression Ratio : 9.5:1

Bore : 78 mm

Stroke : 67.8 mm

Valve System : SOHC

Number of Gears : 6

Overall Length : 2122 mm

Overall Width : 744 mm

Overall Height : 1024 mm

Ground Clearance : 174 mm

Seat Height : 793 mm

Wheelbase : 1398 mm

Kerb/Wet Weight : 198 kg

Fuel Tank Capacity : 12.50 litres

Maximum Payload : 200 kg

Front Brake : 320 mm single disc

Rear Brake : 240 mm single disc

Front Suspension : 41 mm front telescopic forks

Rear Suspension : Twin coil-over shocks, piggy-back reservoir, 5-stage adjustment

Front Wheel Travel : 110 mm

Rear Wheel Travel : 88 mm

Front Tyre : 100/90-18

Rear Tyre : 130/70-18

Wheel Type : Spoke Wheels

Frame/Chassis : Steel tubular, double cradle frame

Rake : 24 degrees

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Ken - 09/04 - 19:49

[First Ride] 2019 Honda CB500X รีวิวแวบแรกสุดประทับใจ ปรับใหม่กลายเป็นรถคนละคัน

นอกจากล้อหน้าใหญ่ขึ้น โช้คหน้ายาวขึ้น ดีไซน์ปรับใหม่เล็กน้อย ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจ ใครที่คิดว่า 2019 Honda CB500X เป็นแบบนั้นบอกเลยว่าคิดผิด เราแค่ได้ลองขี่แวบๆ ก่อนจะต้องสลับกลับไปขี่ AF DCT ระหว่างทริป CoachVenture กับโค้ชพี่เล่ของ Honda BigBike แต่ก็เป็นการลองแวบๆ....

Ken - 26/02 - 08:02

[Review] Vespa Primavera 150 x Vespa Sprint 150 สองอารมณ์ สองไลฟ์สไตล์ความสนุก

คุณเองก็น่าจะเคยเกิดปัญหาเดียวกันนี่ว่าจะซื้อเวสป้ารุ่นไหนดีวันนี้เราเอา Vespa Primavera 150 และ Vespa Sprint 150 สองอารมณ์บนเครื่อง i-Get 150 ซีซี ของเวสป้ามาฝากกัน เพิ่มความโดดเด่นเน้นดีไซน์เดิม อันที่จริง Vespa Primavera 150 และ Vespa....

Ken - 19/02 - 15:26

[Review] 2019 Triumph Street Scrambler หล่อลุยเพิ่มแรงม้าและความลงตัวที่มากกว่าเดิม

2019 Triumph Street Scrambler ยังคงภาพลักษณ์ของรถสไตล์คลาสสิคสแครมเบลอร์แบบที่ทุกท่านชอบเอาไว้อย่างครบครันและยังคงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญในปี 2019 นี่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทีเดียว หากมองภายนอกของรถคันนี้ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยใช่ไหมล่ะ ใช่แล้วครับนอกจากสีตัวถังของตัวรถแล้วลักษณะภายนอกของตัวรถนั้นแทบจะเหมือนเดิมทุกประการ แต่จะมีบางจุดที่เปลี่ยนไปซึ่งคุณอาจไม่ทันได้สังเกตเห็น จุดเปลี่ยนที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ อย่างที่บอกไปในตอนต้นแล้วว่ามีจุดที่เปลี่ยนไปน้อยมาก ไฟหน้าแบบกลมและไส้เลี้ยวยังคงเป็นหลอดไฟแบบไส้หรือฮาโลเจนที่ถึงไม่ได้ดูทันสมัยแต่เรากล้ารับประกันว่าหลายคนยังคงชอบแบบนี้ ไฟท้าย LED ท่อคู่ยกสูงออกข้างยังคงโดดเด่นเช่นเดิม เบาะนั่งตอนเดี่ยวและเบาะคนซ้อนขนาดเล็กนั่งพอได้แต่แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ได้ดีไซน์มาสำหรับให้คุณมีคนซ้อนดังนั้นรถคันนี้จึงมีของแต่งที่มาทดแทนของคนซ้อนอย่างแร็คยึดสัมภาระเวลาคุณออกไปเปรี้ยวคนเดียว ล้อหน้า....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

25/03/19 12:01

[Review] Vespa Primavera 150 x Vespa Sprint 150 สองอารมณ์ สองไลฟ์สไตล์ความสนุก

ก่อน

[First Ride] 2019 Honda CB500X รีวิวแวบแรกสุดประทับใจ ปรับใหม่กลายเป็นรถคนละคัน

ต่อไป

next article

[First Ride] 2019 Honda CB500X รีวิวแวบแรกสุดประทับใจ ปรับใหม่กลายเป็นรถคนละคัน