[Review] หวด 2017 Honda CBR1000RR SP ท็อปสุดของเมืองไทยครั้งแรกบนสนามแข่งระดับโลก

เขียนโดย

เขียนโดย 08/05/18 17:13

Honda CBR1000RR รถระดับ Flagship ค่ายปีกนกใน Segment สปอร์ต พ่วงด้วยรหัส SP ที่ต่อท้ายรุ่น หมายถึงความพิเศษ ออฟชั่นเต็ม ผมมีโอกาสได้ทดสอบขี่ 2017 Honda CBR1000RR SP Fireblade เหน็บความพิเศษตามคอนเซ็ปต์ แต่จะ “ปัง” หรือ “วืด” มาดูกันเลย!!

Generation ที่ 7 ครบรอบ 25 ปีตระกูล Fireblade

2017 Honda CBR1000RR Fireblade โฉมใหม่ล่าสุด เป็น Generation ที่ 7 นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา (ปี 2003 เป็น CBR 954) และเป็นโฉมครบรอบ 25 ปีของ Fireblade นับตั้งแต่ CBR900RR Fireblade ต้นตอของสายพันธุ์ ที่ถูกบรรจุเข้าสู่สายพานการผลิตในปี 1992 เป็นปีแรก ซึ่งรหัส SP เริ่มมีใน Generation ที่ 6 ช่วงปี 2014-2015 ก่อนหน้าโฉมปัจจุบันนี้นี่เอง( ตระกูล Fireblade จะเปลี่ยนโฉมทุก 2 ปี)

Honda CBR1000RR SP

รหัส SP สเป็คเทพของฮอนด้า

2017 Honda CBR1000RR มีด้วยกัน 3 รุ่น คือ CBR1000RR, CBR1000RR SP และ CBR1000RR SP2 ซึ่งตัว SP2 มีจำหน่ายเพียง 500 คันทั่วโลก โดยที่นำมาจำหน่ายในประเทศไทยจะมี 2 รุ่นคือ CBR1000RR กับ CBR1000RR SP ความพิเศษของรหัส SP ที่ต่างจากรหัสธรรมดา คือ

Honda CBR1000RR SP
  • โช้คอัพหน้า Ohlins NIX30 Smart EC
  • โช้คอัพหลัง Ohlins TTX36 Smart EC
  • คาลิปเปอร์หน้า Brembo Monobloc 4 ลูกสูบ Radial Mount
  • ล้อ Aluminium 5 ก้านตัว Y น้ำหนักเบา
  • ฝาครอบเครื่องแมกนีเซียม
  • แบตเตอรี่ lithium-ion
  • ท่อไอเสียไทเทเนียม
  • ถังน้ำมันเชื้อเพลิงไทเทเนียมขนาด 16 ลิตร รุ่นแรกครั้งแรกบนรถ Production
  • ยาง Brigestone
  • สี Tri Color

 

Honda CBR1000RR SP

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่อั้น

เป็น Generation ที่ให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มาเยอะที่สุด ไม่น้อยหน้าคู่แข่ง สมใจสาวกค่ายปีกนก เริ่มจาก กันสะเทือนไฟฟ้า Electronic Control Suspension, ระบบ Honda Selectable Torque Control (Traction Control) 9 ระดับ เปิด-ปิด ได้, ป้องกันล้อหน้ายก Wheelie Control, ป้องกันล้อหลังยก Real Life Control, เอ็นจิ้นเบรกเลือกได้ 3 ระดับ Selectable Engine Brake Control

ระบบ ABS ในโค้ง Cornering ABS, เพิ่ม-ลดเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ Quickshifter Up & Down, โหมดการขับขี่ Riding Mode Select System  และ Power Selector สามารถเลือก Power, Torque Control, Engine Brake, Suspension ได้อิสระ ทำงานโดยมีศูนย์กลางคือ IMU (Inertial Measurement Unit) แบบ 5 แกน ร่วมกับ ECU ควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ผสานคันเร่งไฟฟ้า Throttle by Wire (ครั้งแรกในรถที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงของฮอนด้า)

เรือนไมล์ TFT Multi-function  

Honda CBR1000RR SP ใช้เรือนไมล์แบบ Full Color TFT Liquid-crystal ปรับแสงให้เข้ากับความสว่างรอบข้างอัตโนมัติ แบบเดียวกับ RC213V-s บอกความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ระยะทาง ตำแหน่งเกียร์ ไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์(Shift light)ปรับตั้งเองได้ จับเวลาต่อรอบ อุณหภูมิเครื่องยนต์ โหมดการขับขี่  มีไฟบอกการทำงานระบบ HSTC, ABS, เตือนน้ำมันเชื้อเพลิง เตือนน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์

CBR1000RR SP

189 แรงม้าที่ 13,000 รอบ/นาที ??

เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง ปริมาตร 998 ซีซี DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด PGM-FI เกียร์ 6 สปีด พื้นฐานเดียวกันกับ Version ธรรมดา (ถ้า SP2 จะเปลี่ยนใหม่หลายชิ้นส่วน) แรงม้าที่ออกจากสายการผลิตจริงๆ คือ 189 ตัว แต่ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั้นคงต้องผิดหวังกับแรงม้าแรงบิดที่ถูกตอนหายไป ไม่ได้มี 189 แรงม้าเหมือนที่อื่นแน่นอน

ช่างล่างดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

สิ่งที่พิเศษของรหัส SP ที่เห็นได้ชัดคือช่วงล่างทั้งระบบ โช้คอัพหน้าไฟฟ้า Ohlins NIX30 Smart EC (Electronic Control) ขนาด 43 มม. ปรับ preload, compression และ rebound โช้คอัพหลังไฟฟ้า Ohlins TTX36 Smart EC (Electronic Control) ปรับ preload, compression และ rebound  คาลิปเปอร์หน้า Brembo Monobloc 4 ลูกสูบ Radial Mount จับกับดิสก์ขนาด 320 มม. เบรกหลังคาลิปเปอร์ Nissin กับดิสก์ขนาด 220 มม.พร้อมระบบ ABS

ล้อเป็นอลูมิเนียม 5 ก้านตัว Y น้ำหนักเบา รัดด้วยยาง Bridgestone Battlax Racing Street RS10 ขนาด 120/70-17 ที่ล้อหน้า และ 190/50-17 ที่ล้อหลัง

ทดสอบในสนามระดับโลก ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต

เสียงตามสายเป็นหมายเชิญจาก บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด และ Honda Bigbike ให้ผมเข้าทดสอบ Honda CBR1000RR SP ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต และเท่าที่ทราบผมจะเป็นสื่อคนแรกที่จะได้สัมผัส CBR1000RR SP ก่อนใครในสนามช้างฯ สิ้นเสียงเชิญผมตอบตกลงทันที… Exclusive ขนาดนี้ แม้ผมเพิ่งจะเสร็จกิจจากงานที่หัวหิน ต้องไปต่อบุรีรัมย์ทันทีปุบปับแบบนี้ก็ยอมครับ!!

Session 1 Riding Mode 1

ความรู้สึกแรกสัมผัส Honda CBR1000RR SP เมื่อคล่อมลงไปแล้ว ตำแหน่งแฮนด์ไม่ก้มมากนักถ้าเทียบกับรถสปอร์ตหลายๆ รุ่นในคลาสเดียวกัน เท้าวางพื้นได้ไม่เต็มเท้า แต่ก็ถนัดทั้ง 2 ข้าง พักเท้าสูงพอดีๆ รวมกับตำแหน่งแฮนด์แล้วไม่ก้มมาก ไม่เมื่อย เรียกว่าสบายได้เลยสำหรับรถสปอร์ตที่ต้องนั่งยองๆ ขี่ Session แรกผมขี่ออกไปโดยที่รถอยู่ในโหมด 1 (P=1,T=2,EB=3,S=A1) หรือโหมดทีกำลังเครื่องยนต์น้อยที่สุด(โดยไม่รู้มาก่อน)

ไม่ถึงรอบสนามช้างก็คุ้นชินกับท่านั่งและการตอบสนองของเครื่องยนต์(ที่มีความเป็นมิตรสูงมาก) รอบสองผมเริ่มเค้นสมรรถนะ อย่างแรกที่เจอทันทีก็ที่โค้ง 1 ย้ำอีกครั้งที่โค้ง 3 สุดทางตรง คือเรื่องกำลังของเครื่องยนต์ที่ “อืด” ไปสำหรับการขี่สนามแบบนี้ เมื่อเชนเบรกไหลเข้าโค้งตามปกติ แต่เมื่อผ่าน Apex เปิดคันเร่งออกจากโค้งก็เกิดอาการรอรอบทันที ไม่ทันใจอย่างมาก โค้ง 12 ก่อนทางตรงหน้าแกรนด์สแตนยิ่งชัดเมื่อต้องเชนลงเกียร์ 2 กับความเร็วค่อนข้างต่ำ เมื่อถึงจุดเปิดคันเร่งการตอบสนองของพละกำลังขัดใจยิ่งนัก

ผมเก็บความสงสัยจนหมดเวลา Session แรกวนกลับเข้ามาในพิทจึงได้ถามกับ โค้ช ฟิล์ม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ จึงได้รู้ว่าโหมดที่ใช้คือโหมด 1 การตอบสนองของเครื่องยนต์จะนุ่มนวลที่สุด Traction Control ก็ทำงานเต็มกำลังมากที่สุด(1-9 เลขน้อยคือทำงานเยอะ) ไม่ทันจบประโยคสนทนา มือของโค้ชฟิล์มก็ปรับโหมดให้ใหม่ที่โหมด 3 (P=5,T=8,EB=1,S=A3) แล้วก็บอกว่าทีนี้เครื่องยนต์จะให้กำลังเต็มที่

Session 2 Riding Mode 3

Session 2 ผมขี่ออกไปอีกคราวนี้รู้สึกได้ทันทีว่าเครื่องยนต์ให้ความรุนแรงกว่าเดิม อัตราเร่งกระฉับกระเฉง ทางตรง 1 กิโลเมตรของสนามช้างฯ ผมทำความเร็วได้ดีที่สุดที่ 261 km/h แต่ในหลายๆ รอบจะป้วนเปี้ยนแถวๆ 252-258 km/h ผมเชนลงเกียร์ 2 เพื่อเข้าโค้ง 3 ท้ายรถสไลด์ Traction Control ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงกำลังของ Engine Brake ที่น้อยลงรถจึงไหลมากขึ้น จึงต้องใช้ประสิทธิภาพของเบรกมากขึ้นตามไปด้วย และ Brembo ที่ติดมาก็ทำงานได้อย่างน่าประทับใจ ให้ฟิลลิ่งเร้าใจดุจวิญญาณ Nicky Hayden อดีตนักแข่งมือ 1 World SBK ของฮอนด้ามาประทับทรง

ผมไหลเข้าโค้ง 3 ด้วยรอบเครื่องที่ตึงมือ และเปิดคันเร่งออกจากโค้งได้ดั่งใจมากกว่า Session แรกอย่างชัดเจน ช่วงล่างแน่นขึ้นกว่าเดิม โดยรวมคือการควบคุมที่ง่ายตามสไตล์ฮอนด้า ตรงคอนเซ็ปต์ Total Control เสียยิ่งกระไร

Very Good !!

ภาพรวมคงไม่มีอะไรจะสรุปได้ดีกว่าคำว่า “Very Good” โดยเฉพาะจุดเด่นด้าน Handling การควบคุมเป็นเริศ เลี้ยวง่ายได้ดั่งใจ แก้อาการรถก็ง่าย วัสดุอุปกรณ์ที่ติดรถมาคุ้มค่าใช้งานได้จริง ระบบอิเล็กทรอนิกส์แม่นยำ Quickshifter ทำงานนุ่ม การเพิ่มและลดเกียร์เป็นเรื่องง่าย ทั้งหมดมาพร้อมกับดีกรี “เรือธง” ใน Segment สปอร์ตของค่ายปีกนก กับศูนย์บริการทั่วประเทศ ราคา 779,000 บาท คุ้มหรือไม่ถามใจเธอดู

Honda CBR1000RR SP

จุดเด่น

  • ดีไซน์หล่อ
  • คอนโทรลง่าย ช่วงล่างดี
  • ออฟชั่นเด่น Ohlins, Brembo มาเต็ม
  • ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใช้งานง่าย
  • SP คุ้มค่ากว่าตัวธรรมดา

 ข้อสังเกต

  • กำลังเครื่องยนต์ที่ถูกตอนออกไป เฉพาะโมเดลที่จำหน่ายในประเทศไทย น่าเสียดายมาก ความเร็วทางตรของสนามช้างฯ ที่ 261 km/h ถือว่าน้อยกว่าคู่แข่งในพิกัดเดียวกันที่ผมเคยขี่
  • ติดการ์ดกันร้อนที่ปลายท่อ หมดหล่อเลย

 

ขอบคุณ : บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด, Honda Bigbike

                : ภาพถ่ายจาก Hiro motopic , ทีม Over Ride (รับถ่ายงานทั้ง VDO และ ภาพนิ่ง Even & Motosport)

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Ken - 17/12 - 12:46

Norton Superlight เครื่องยนต์สองสูบ 105 แรงม้า สร้างมาสปอร์ตพร้อมแข่ง

รถรุ่นใหม่อีกหนึ่ง Norton Superlight ที่ฉีกสไตล์เดิมๆ ของค่ายออกมาเป็นสปอร์ตหมอบซิ่งแต่ยังคงไม่ทิ้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นหรูหราด้วยการใช้พาร์ทระดับพรีเมี่ยม แฟริ่งของตัวรถเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคันรวมถึงวงล้อคาร์บอน สวิงอาร์มเดี่ยว เครื่องยนต์แบบสองสูบเรียง 650 ซีซี ที่เหมือนหั่นเอาครึ่งหนึ่งของเครื่องยนต์ V4 1200 ซีซีออกมาจาก Norton 1200 RR

Ken - 16/12 - 16:47

Norton Atlas สแครมเบลอร์สุด Niche จากอังกฤษลิมิตเต็ดรุ่นละ 250 คัน

Norto แบรนด์อังกฤษสุดพรีเมี่ยมเหนือพรีเมี่ยมได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่สองรุ่นคอื Norton Atlas Nomad และ Atlas Ranger ที่สำนักงานใหญ่ใน Donington รถทั้งสองรุ่นนั้นได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ขึ้นมาจาก Norton Atlas รุ่นที่ผลิตขึ้นมาเมื่อปี 1960

Ken - 16/12 - 12:44

ยอดขาย Harley-Davidson หล่นอีก 13% ในไตรมาสที่ 3 ตลาดเอเชียเองยังติดลบ

ยอดขาย Harley-Davidson หล่นต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ด้วยยอดขายในสหรัฐอเมริกาที่ลดลงถึง -13% ยอดด้วยขาย 36,220 คัน แล้วไหนจะปัญหากับทางการสหรัฐอเมริกาที่ยังเคลียร์กันไม่ลงอีก แม้ตลาดในสหรัฐอเมริกาจะลดลงแต่ภาพรวมของตลาดอื่นๆ ทั่วโลกนั้นเติบโตขึ้น 2.6% ด้วยยอดขายนอกสหรัฐอเมริกาที่ 23,006 คัน ส่งผลให้มียอดขายรวมทั่วโลกอยู่ที่ 59,226 คัน....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ผ่านงานทดสอบรถในสายสื่อมวลชนมาพอดู ขี่ Bigbike ตั้งแต่ยุคสนามไทยแลนด์เซอร์กิตวนซ้าย ในยุค ZZR1100 เป็น Production bike ที่เร็วที่สุดในโลก แต่ดันชอบขี่ GSXR1100 มากกว่า.....จริงๆ แล้วผมแค่ชอบขี่มอไซค์เที่ยว มีทัวริ่งคันโตพร้อมคนซ้อนไปเที่ยวคันเดียวยิ่งชอบนะ

08/05/18 17:13

BMW ใจป้ำเตรียมแจกสปอร์ตหรู BMW M3 CS ให้แก่นักบิดจีพี ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดตลอดฤดูกาล

ก่อน

#ThankYouKenan อดีตแชมป์ World Super Sport 5 สมัย Kenan Sofuoglu เตรียมแขวนเรซซิ่งสูทในวัย 33 ปี

ต่อไป