[รีวิว] MG ZS ครอสโอเวอร์รูปลักษณ์โดนตา ราคาดีงาม แลกความอืดที่พอรับได้

เขียนโดย

เขียนโดย 23/01/18 22:00

น่าจะเป็นหนึ่งในบรรดารถยนต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา กับครอสโอเวอร์น้องใหม่จากค่ายเอ็มจี อย่างเอ็มจี แซดเอส (MG ZS) ที่มาพร้อมกับราคาจำหน่ายที่น่าสนใจ ต่ำกว่าคู่แข่งในท้องตลาด แต่พกพาของเล่นมาให้เพียบ

แม้จะมาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบไม่มีเทอร์โบและเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะเท่านั้น ทำให้มีหลายคนเหมือนกันถามมาว่ารถเป็นอย่างไร เครื่องเท่านี้จะวิ่งไหวหรือไม่ ผ่านมาไม่นาน เอ็มจี แซดเอส รุ่นท็อปสีแดงสดก็มาอยู่ในมือเราเพื่อให้เราทำการทดสอบ

บอกเลยว่าก่อนที่จะทำการทดสอบนั้น ก็มีการคิดไว้เหมือนกันว่ารถรุ่นนี้น่าจะออกอาการอึดอัดหาวเรอไม่น้อยในการขับขี่ แต่เมื่อแลกกับอุปกรณ์ตกแต่งและของเล่นที่ติดตั้งมาให้เพียบ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับลูกค้าที่อยากได้รถแนว ๆ นี้กับเขาสักคัน

รีิวิว MG ZS

MG ZS

เอ็มจี แซดเอส ถือเป็นรถรุ่นที่ 5 สำหรับเอ็มจีในประเทศไทย โดยเป็นรถรุ่นที่ผลิตในประเทศไทยเพื่อทำการจำหน่าย และเป็นอีกรุ่นที่มียอดจองเร็วมาก กล่าวคือหลังเปิดตัวและเข้างานมอเตอร์ เอ็กซ์โปก็ฟันยอดจองไประดับกว่า 1,000 คัน

แม้ในตลาดประเทศจีนจะมีรุ่นเครื่องยนต์ 1.0 เทอร์โบ ที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งเคยไปลองมาแล้วก็รู้สึกว่าแรงและน่าใช้งาน แต่เมื่อมาถึงเมืองไทยและต้องการตั้งราคาจำหน่ายให้ได้ตามเป้าหมาย ทำให้เอ็มจี ประเทศไทย ตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์และเกียร์ดังกล่าวแทน

แต่ก็แลกกับการทำราคาจำหน่ายในรุ่นท็อปที่เรานำมาทำการทดสอบกันได้ที่ 7.89 แสนบาท เรียกได้ว่าต่ำกว่าคู่แข่งทุกรายในท้องตลาด แถมชูจุดขายเรื่องของอุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มมาให้มากกว่าอย่างน่าสนใจ เรียกลูกค้าไปได้มากมาย

ภายนอก

ภายนอกของรถยนต์แซดเอสนั้นได้รับการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการออกแบบใหม่ กระจังหน้าพร้อมโลโก้ขนาดใหญ่โดดเด่นเป็นสง่า เส้นสายของรถนั้นไล่ไปอย่างแข็งแกร่งและมีชั้้นเชิง ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ทำให้รถมีความบึกบึนแข็งแรง

MG ZS ด้านหน้า

กระจังหน้าพร้อมโลโก้ขนาดใหญ่

ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์ มาพร้อมไฟส่องสว่างตอนกลางวันในรุ่นท็อป

ขนาดของตัวถังยาว 4,314 ม.ม. กว้าง 1,809 ม.ม. สูง 1,624 ม.ม. มีระยะฐานล้อยาว 2,585 ม.ม.และมีระยะต่ำสุดของรถถึงพื้น 165 ม.ม. มีน้ำหนักตัวรถโดยประมาณ 1,258 ก.ก. ติดตั้งถังน้ำมันความจุ 48 ลิตร เรียกว่ามีขนาดไม่เป็นรองใครในท้องตลาด

ระยะสูงของพื้นรถไม่แตกต่างจากรถยนต์นั่งทั่วไป ทำให้แซดเอสเป็นรถยนต์ที่สามารถเดินเข้าออกจากตัวรถได้อย่างง่ายดาย บานประตูเปิดกว้างพอให้อากง อาม่า สามารถเดินขึ้นรถได้อย่างสะดวก แต่ก็แลกมาด้วยความสามารถในการลุยที่น่าจะลดลงไปบ้าง

MG ZS ด้านท้าย

MG ZS ด้านท้าย

สิ่งที่ต้องชื่นชมมากเป็นพิเศษก็คือความใจปล้ำของผู้บริหารที่ยอมให้ติดตั้งหลังคาพาโนรามิกขนาดใหญ่มาให้ในรถยนต์ราคาไม่ถึง 8 แสนบาท ที่นอกจากจะพาดยาวไปเกือบทั้งหมดของหลังคาแล้ว ยังเปิดได้อีกถึง 8 ระดับ

MG ZS ด้านบน

หลังคาพาโนรามิกของ MG ZS

ไฟท้ายแอลอีดีออกแบบอย่างสวยงามและลงตัว ซ่อนที่เปิดฝากระโปรงท้ายไว้ที่โลโก้ขนาดใหญ่ตรงกลางบานประตูหลัง หรือจะเปิดจากกุญแจรีโมตก็ได้เช่นเดียวกัน

ที่เปิดฝากระโปรงท้าย MG ZS

ที่เปิดฝากระโปรงท้ายที่โลโก้ MG

ห้องโดยสารภายในนอกจากประตูจะเข้าออกสะดวกแล้ว ตำแหน่งของเบาะโดยสารก็ถือว่าดี สามารถเข้าไปนั่งและเดินออกมาได้อย่างง่ายดาย เบาะที่นั่งและการตกแต่งสีน้ำตาลตัดดำที่อาจจะดูขัดตาในเบื้องต้น แต่พอมองนานนานแล้วมันก็ดูลงตัวและคลาสสิคไปอีกแบบ

เบาะที่นั่งถือว่าใหญ่และมีการออกแบบที่ลงตัว ตำแหน่งการรองรับเข่าลงตัว หมอนรองหัวดันออกมาเล็กน้อย เบาะที่นั่งตอนหลังแบบพับได้ 60:40 ไม่มีที่เท้าแขนตอนกลางมาให้ และน่าเสียดายที่เข็มขัดนิรภัยไม่สามารถปรับตำแหน่งสูงต่ำได้

ห้องเก็บสัมภาระตอนหลังมีขนาดใหญ่โตถึง 448 ลิตร และหากพับเบาะหลังลงไปก็จะได้พื้นที่เพิ่มเป็น 1,375 ลิตร เรียกว่าเพียงพอต่อการขนของชิ้นใหญ๋ได้สบาย ๆ หรือจะเป็นวัสดุทรงยาว ๆ ก็สามารถจับเข้ารถได้อย่างสะดวกโยธิน

ห้องเก็บสัมภาระตอนหลังของ MG ZS

ห้องเก็บสัมภาระตอนหลังของ MG ZS

ภายใน

ผมเองค่อนข้างชอบการเลือกใช้วัสดุภายในห้องโดยสารของแซดเอส ที่เลือกวัสดุแบบนุ่ม ๆ มาใช้ที่แผงคอนโซลด้านบน หรือการบุขอบประตูก็ทำได้อย่างสวยงาม ทำให้บรรยากาศในห้องโดยสารนั้นดูดีและมีสไตล์อยู่ไม่น้อย

แผงคอนโซลหน้าดูสวยงามและลงตัวกว่ารถหลาย ๆ รุ่นของเอ็มจีที่ผ่านมา ลดปุ่มที่ไม่จำเป็นลงไปได้เยอะแยะ แล้วชดเชยด้วยหน้าจอแบบสัมผัสที่ใช้ควบคุมระบบทุกอย่างแทน พวงมาลัย 3 ก้านจับพอดีมือ มีปุ่มควบคุมการใช้งานมากมาย ยกเว้นระบบควบคุมความเร็วถูกแยกไปไว้อีกก้านใต้พวงมาลัย

จอกลางขนาด 8 นิ้วเป็นศูนย์รวมการใช้งานทุกระบบ ตั้งแต่การควบคุมระบบบันเทิง ระบบนำทาง หรือกล้องสำหรับช่วยในการถอยหลังจอด แถมยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบโทรศัพท์ได้มากมาย ให้สมกับที่เป็นรถยนต์แสนฉลาดตามที่เอ็มจีตั้งเป้าหมายเอาไว้นั่นเอง

ภายใน MG ZS

ภายใน MG ZS

ระบบฟังก์ชันที่เป็นตัวขายอย่างไอ-สมาร์ทนั้น รองรับคำสั่งภาษาไทยเท่านั้น ไม่สามารถปรับกลับไปเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็มีความสามารถในการเรียนรู้การพูดของเจ้าของรถอยู่บ้าง และใช้งานได้อย่างหลากหลาย เช่น เปิด-ปิดซันรูฟ เล่นเพลง เปิดกระจก และอื่น ๆ อีกมากมาย

เท่าที่ลองเล่นอยู่ 2-3 วัน พบว่าการ ฮัลโหล เอ็มจี แล้วออกคำสั่งนั้นจะทำได้จริงตามต้องการอยู่ประมาณ 80% ที่เหลืออาจจะฟังไม่ได้บ้างก็เลยไม่ทำให้เรา อันนี้ไม่แน่ใจว่าต้องรอรถเรียนรู้เสียงของเราก่อนไหม ถึงจะออกคำสั่งได้ชัดเจนกว่านี้

MG ZS

มาตรวัดค่าต่างๆของ MG ZS

เครื่องยนต์

มาถึงจุดที่ทุกคนสงสัยกันบ้าง ว่าเจ้าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ซึ่งได้รับการปรับแต่งเล็กน้อยจากตอนที่ติดตั้งในรถยนต์รุ่นก่อนหน้า ทำให้ได้พละกำลังที่เพิ่มมากขึ้น

เครื่องยนต์ MG ZS

เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 4 สูบ

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 จังหวะ ที่ดูค่อนข้างอืดอาดเฉื่อยชา การออกตัวไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดไปจากคาดการณ์ เพราะแม้ในตอนเริ่มต้นของการขับขี่จะมีความรู้สึกเหมือนรถจะพุ่ง ๆ แต่ก็เป็นเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น พอตัดเข้าเกียร์ 2 ก็จะออกอาการดื้อ ๆ อืดอืดอย่างเห็นได้ชัด

ทดลองขับ

ถ้าเป็นการวิ่งใช้งานแบบปกติในเมือง เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดจะให้อารมณ์การขับขี่ที่ดีกว่าเกียร์ซีวีทีที่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด แต่หากเป็นการใช้งานทางไกลมาก ๆ รับรองได้ครับว่ามีเหนื่อยแน่นอนกับการลากรถคันนี้ออกไปทริปต่างจังหวัดสักครั้ง

การทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น น่าจะเห็น 16-17 วินาทีขึ้นไปอย่างแน่นอน ขณะที่ความเร็วสูงสุดนั้นยังไม่ได้ลอง แต่ที่จำได้ก็คือขับผ่าน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแบบสบาย ๆ จากนั้นก็ต้องลากกันหน่อยละหากต้องการไปเร็วกว่านั้น

ช่วงล่างของเอ็มจีนั้นแม้จะให้ความพยายามนุ่มนวลเพิ่มขึ้นจากรถรุ่นอื่น ๆ ที่ทำตลาดอยู่แล้ว แต่ก็ยังเป็นช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็งอยู่ดี ความมั่นใจในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำไปถึงปานกลางเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม ต้องที่ความเร็วสูงถึงจะเกิดอาการวูบ ๆ ให้พบกันบ้าง

MG ZS ขณะทดสอบ

MG ZS ขณะทดสอบ

พวงมาลัยปรับได้ 3 น้ำหนัก แต่หาที่ปรับยากมาก ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละโหมด แป้นเบรกที่ค่อนข้างเบาและลึก น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของคุณสุภาพสตรีในการใช้งาน อัตราการสิ้นเปลืองบนหน้าจอแสดงผลแจ้งอยู่ที่ 9-10 กิโลเมตรต่อลิตรจากการใช้งานปกติ

ระบบความปลอดภัยติดตั้งมาให้ครบครัน ในรุ่นท็อปมาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งและระบบตรวจสอบแรงดันลมยางมาให้เพิ่มจากรุ่นมาตรฐาน ที่ถือว่ามีระบบความปลอดภัยมาให้ค่อนข้างครบครันในแบบมาตรฐานของรถยนต์ยุคใหม่ ๆ พึงจะมี

อ่านมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนคงพอได้ข้อสรุปว่ารถคันนี้มีดีหรือมีข้อเสียอย่างไรบ้าง และจะตรงกับความต้องการในการใช้งานหรือไม่ แต่สำหรับผมแล้วมองว่าหากเป็นกลุ่มที่ต้องการรถยนต์ระดับราคาต่ำกว่า 8 แสนบาทไว้ใช้งานในเมืองเป็นหลัก แซดเอสก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

ด้วยตัวถังขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ใช้สอยมากมาย ออพชั่นที่ติดตั้งมาให้อย่างหลากหลายเหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน แต่ต้องแลกกับเครื่องยนต์ขนาดเล็กและเกียร์อัตโมัติรุ่นเก่า ที่อาจจะตอบสนองด้านการขับขี่ได้อย่างไม่เต็มที่เท่าใดนัก

ถ้าต้องการรถยนต์คันนี้เพื่อการใช้งานในเมืองสำหรับชีวิตประจำวันเป็นหลัก มีแอบเถลไถลไปชานเมืองบ้างเล็กน้อย และจ่ายเพียง 7.89 แสนบาทเพื่อแลกมา ก็ถือเป็นออพชั่นที่คุ้มค่า แต่ถ้าวิ่งทางไกลมาก ๆ ก็มีเหนื่อยแน่นอนเหมือนกัน

เอ็มจี แซดเอส คือหนึ่งในความหวังของเอ็มจี ประเทศไทย ด้วยเป้าหมายการขายปีละ 1.2 หมื่นคัน ส่วนในอนาคตจะมีอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกหรือไม่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์และเกียร์รุ่นใหม่ ก็ยังไม่สามารถระบุได้เหมือนกันในตอนนี้

แต่โดยส่วนตัวแล้วอยากเห็นเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขายในไทยสักราคา 8 แสนปลาย ๆ เหมือนกันนะนี่…

เรื่องที่น่าสนใจ

Man - 06/12 - 17:17

[VDO] ส่องรถยนต์ไฟฟ้า 100% กับ Nissan LEAF ในงาน Motor Expo 2018

พาชมรอบคันกับ Nissan LEAF ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมยานยนต์พลังงานสะอาดสำหรับอนาคตโดยแท้จริง โดยเจ้า Nissan LEAF นั้นพร้อมวางจำหน่ายจริงในบ้านเราแล้ว กับราคาค่าตัวที่ 1.99 ล้านบาท ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

Man - 03/12 - 09:09

[VDO] พาชม Lamborghini Urus ซูเปอร์ เอสยูวี เจ้าของค่าตัว 23.42 ล้านบาท

พาชมซูเปอร์ เอสยูวี สุดทรงพลัง กับเจ้า Lamborghini Urus เจ้าของราคาค่าตัวที่ 23.42 ล้านบาท อีกทั้งยังทรงพลังจากเครื่องยนต์ เบนซิน วี8 เทอร์โบคู่ ความจุ 4.0 ลิตร ให้พละกำลัง 659 แรงม้า....

Man - 01/12 - 08:30

[VDO] เรียกน้ำย่อยกับบรรยากาศงาน Motor Expo 2018

เรียกน้ำย่อยกับบรรยากาศงาน Motor Expo 2018 ที่รวบรวมยานยนต์จากทั่วโลกกว่า 59 แบรนด์ ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นเด็ดๆ ของตกแต่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงพริ้ตตี้สาวสวยอีกเพียบบบ โดยงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือว่า Motor Expo 2018 นั้นเริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ –....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

23/01/18 22:00

โม้หรือไม่??? Elon Musk ประกาศใช้เทคโนโลยีอวกาศใน Tesla Roadster

ก่อน

BMW ประกาศชิงบัลลังค์รถหรูคืนจาก Mercedes-Benz ในปี 2563

ต่อไป