EVAT เสวนาไทยจะเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปฯ สู่ยานยนต์ไฟฟ้าได้หรือไม่

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย(Testa) เเละบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จำกัด เสวนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ ยานยนต์ไฟฟ้า100 % ปี ค.ศ. 2035 จุดเปลี่ยนสำคัญ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564

สรรชาย นุ่มบุญนำรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จำกัด เเละ คุณกฤษฎา อุตตโมทย์นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย(EVAT) กล่าวเปิดงานดังกล่าวภายในงานเสวนาออนไลน์ ยังได้รับเกียรติจาก คุณพะเยาว์ คำมุข รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมงานเสวนา

ให้ข้อมูลในประเด็นนโยบายยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยว่า
ประเทศไทยต้องการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเเละชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยมีตัวเเปรขับเคลื่อนสำคัญคือการลดมลพิษทางอากาศ (PM 2.5, NOx, Sox ) การช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เเละ
การสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมี คุณอดิศักดิ์ พรหมบุญ ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ร่วมงานเสวนาช่วงต้น ในหัวข้อ โอกาสของผู้ประกอบการยานยนต์ไทย กับบทบาทของตลาดทุน ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะประเทศไทย มียอดขายรถยนต์ส่งออกจัดอยู่ในอันดับท๊อป 20 ของโลก เเม้ว่าในช่วงปีที่เเล้วจะมีช่วงที่การส่งออก ลดลงไปบ้างจากวิกฤตโควิด19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เเต่ประเทศไทยก็ค่อยๆ กลับมาฟื้นตัวได้เหมือนเดิม

อีกทั้งการ Disruption ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าได้เข้ามามีบทบาทต่อตลาดยานยนต์เป็นอย่างมาก ในส่วนของงานเสวนายานยนต์ไฟฟ้า (EV ) 100 % ปี 2035 จุดเปลี่ยนสำคัญอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์สันดาป หรือ ICE จะยังคงอยู่กับเมืองไทยไปอีกสักระยะ เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านยังคงต้องใช้เวลา ปัญหาที่น่าสนใจตามมาคือ เรื่องการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้า กับกรมขนส่งทางบก ในประเภทต่างๆ เพราะ ยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนจะต่างกับยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในหลายมิติ

รวมถึงมาตรฐานต่างๆจาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ด้วย” ด้าน ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล นายกสมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทย หัวหน้าทีมวิจัยระบบเทคโนโลยีกักเก็บพลังงงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานเเห่งชาติ สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยีเเห่งชาติ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ

จากการที่ทั่วโลกมีแนวโน้มการปรับเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยหากจะรักษาฐานเศรษฐกิจในด้านนี้ก็ต้องปรับตัว ยานยนต์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่เป็นส่วนสำคัญ ในปัจจุบัน มูลค่าของเเบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ในตลาดโลกมีมูลค่าราว 40 – 60 % ต่อรถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน

ถ้าคำนวณจากมูลค่าตลาดของเเบตเตอรี่ทั้งโลก ในปี 2573 หรืออีก 9 ปีข้างหน้าดาดการณ์ว่าจะมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 90 ล้านล้านบาท จากคำถามว่าประเทศไทยจะทำอย่างไรที่จะไปเข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ในห่วงโซ่อุปทานดังกล่าว

ทั้งนี้การก้าวข้ามการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่นี้จะเป็นจุดตั้งต้นของการเจริญเติบโตทางเทคโนโลยีที่จะต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญในอนาคต”

ส่วนคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “ประเทศไทยอยู่ในวงการที่ผลิตเครื่องยนต์สันดาป (ICE) มาอย่างยาวนานมาก จะเห็นได้จากไทย เคยเป็นอันดับที่ 11 ของโลกในด้านการผลิตรถยนต์ เเต่ในอนาคตอันใกล้ ชิ้นส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ ระบบสันดาปภายใน จะถูกทดเเทนด้วย มอเตอร์​ไฟฟ้าเเละเเบตเตอรี่

โดยเฉพาะเเบตเตอรี่นั้นจะมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ทั้งในส่วนของการใช้ยานพาหนะ Mobile battery เเละสำหรับการกักเก็บพลังงาน Stationary battery เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนี้ เราจึงควรปูทางและสนับสนุนให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างฐานการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ที่มั่นคงเเละยั่งยืน”

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

Ken
Ken
ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

วีดิโอ