Toyota ชี้ตลาด D-Segment ถดถอย ฟาก Nissan หวังกำลังซื้อพุ่งรับรถใหม่

Toyota และ Nissan เสียงแตกในการวิเคราะห์ตลาด D-Segment ผู้นำตลาดชี้ตลาดหดตัวจากผลกระทบรอบด้าน ฟากผู้ท้าชิงประกาศตลาดเตรียมฟื้นตัวอีกครั้ง หลังค่ายรถแห่เปิดตัวสินค้าใหม่ก่อนสิ้นปีนี้

ตลาดรถยนต์นั่งขนาดใหญ่หรือดี-เซกเมนต์กลายเป็นตลาดรถยนต์นั่งที่หดตัวอย่างต่อเนื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมา จากผลกระทบรอบด้าน โดยเห็นได้จากตัวเลขยอดจำหน่ายที่หดตัวลงจากกว่า 1.6 หมื่นคัน ลงมาเหลือต่ำกว่า 1 หมื่นคัน นับตั้งแต่ปี 2558-2560

ยอดจำหน่ายในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2561 พบว่ามียอดจำหน่ายเพียง 4,174 คันเท่านั้น โดยฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นผู้นำตลาดด้วยยอดขาย 2,189 คัน ตามมาด้วยโตโยต้า คัมรี่ 1,681 คันและนิสสัน เทียน่า 304 คัน ซึ่งเป็นยอดจำหน่ายที่หดตัวลงมาเรื่อย ๆ

ตลาด D-Segment

วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าหลังการเปิดตัวรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ใหม่ บริษัทตั้งเป้าหมายการจำหน่ายเอาไว้ที่เดือนละ 650 คัน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด

ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์นั่งระดับดี-เซกเมนต์มีความต้องการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ เคยมีส่วนแบ่งตลาดที่ 5% ในช่วง 6-7 ปีก่อนหน้า และลดลงมาเรื่อย ๆ ลงมาเหลือราว 2-3% ในช่วง 1-2 ปีก่อนหน้านี้ จากการที่มีคู่แข่งในเซกเมนต์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น

“ต้องยอมรับว่าในกลุ่มตลาดโลกก็ได้รับผลกระทบบางส่วนจากการเปิดตัวรถกลุ่มพีพีวี ขณะที่กลุ่มเซกเมนต์บน ก็เจอกับรถยนต์ยุโรปที่ทำราคาจำหน่ายมาระดับประมาณ​ 2 ล้านบาท ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง และตลาดดี-เซกเมนต์ก็ไม่ได้เติบโต”

ตลาด D-Segment

การที่บริษัทตั้งเป้าหมายการจำหน่ายรถยนต์เอาไว้ลดลงมา จากเดิมที่โตโยต้า คัมรี่ เคยมียอดจำหน่ายเดือนละหลักพันคัน ก็เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่แท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงในเรื่องของตัวสินค้าให้สามารถทำการแข่งขันได้มากขึ้น

วุฒิกรยกตัวอย่างโตโยต้า คัมรี่ เอชวี พรีเมียม ราคา 1.799 ล้านบาท ว่ามีราคาจำหน่ายที่ถูกลงจากรุ่นก่อนหน้านี้อยู่แล้วประมาณ 7 หมื่นบาท ตามโครงสร้างของภาษีใหม่ แต่หากดูที่ตัวรถ จะพบว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงโปรแกรมต่าง ๆ ที่ทำให้มีความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ

“ดังนั้น หากมองเทียบกับรถยนต์รุ่นที่ผ่านมา หากคิดมูลค่าของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาอีก 3 หมื่นบาท และแพคเกจเพื่อดูแลในการเป็นเจ้าของที่มีมูลค่ากว่า 5 หมื่นบาท นั่นหมายถึงลูกค้าได้รถยนต์ที่ถูกลงไปกว่า 1.5 แสนบาทเลยทีเดียว”

ตลาด D-Segment

ด้าน รัฐการ จูตะเสน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์​ (ประเทศไทย)​ เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์นั่งขนาดใหญ่มียอดจำหน่ายที่หดตัวลง โดยมียอดจำหน่ายที่ระดับ 800 คันต่อเดือนในปี 2560 และลดลงมาเหลือ 500 คันต่อเดือนในปี 2561

นิสสันได้เปิดตัวนิสสัน เทียน่า ใหม่เข้าสู่ตลาด ซึ่งนับเป็นการปรับโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 3 ปีหลังการเปิดตัวรถรุ่นดังกล่าว ซึ่งนิสสันก็คาดว่าจะทำให้ยอดจำหน่ายของรถยนต์กลุ่มนี้ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่งในอนาคตอันใกล้

“แม้ตลาดจะหดตัวไปบ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่การที่ผู้ประกอบการเริ่มหันมาเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด ก็จะทำให้ยอดจำหน่ายของรถยนต์กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นยอดจำหน่ายในระดับ 800-1,000 คันต่อเดือนในอนาคต”

ทั้งนี้ นิสสันเชื่อว่าหากมีการติดตั้งเทคโนโลยีที่น่าสนใจลงไป บนพื้นฐานโครงสร้างรถยนต์ที่มีความพรีเมียมเหมือนเดิม รถยนต์กลุ่มนี้ก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับลูกค้าในการเปรียบเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ อาทิ เอสยูวี ซึ่งเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดไปอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ตลาด D-Segment

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

GolF
GolF
บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

วีดิโอ