Toyota ลังเลอนาคต Prius หลังศุลกากรยื่นฟ้องอุทธรณ์ต่อเนื่อง

เขียนโดย

เขียนโดย 25/07/18 15:21

Toyota รับอนาคตรถไฮบริดอย่าง Prius ยังไม่มีความชัดเจน หลังกรมศุลกากรยื่นฟ้องศาลอุทธรณ์ต่อเนื่อง กรณีตีความการนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อผลิตเกินกว่าข้อกำหนด แต่ยันไม่กระทบการผลิตคัมรี่และซีเอช-อาร์

แม้จะชนะคดีความในศาลชั้นต้นเมื่อเดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา แต่กรมศุลกากรได้ยื่นศาลอุทธรณ์เพื่อฟ้องร้องบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง ในกรณีการนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อประกอบรถยนต์พริอุสไม่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด

มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยโต้า มอเตอร์ ประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เปิดเผยว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจาการตีความของกรมศุลกากรในเรื่องของการนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อการประกอบ ว่ามีจำนวนมากกว่าที่กำหนดเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกิดจากการตีความทางข้อกฎหมาย ไม่ได้มีระบุเอาไว้อย่างชัดเจน และศาลชั้นต้นก็ได้ตัดสินให้โตโยต้าชนะไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งโตโยต้ายังไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับโตโยต้า พริอุสได้เพิ่มเติมในปัจจุบัน

Toyota

“สิ่งที่สำคัญมากก็คือความชัดเจน เราไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการทำตลาดรถยนต์รุ่นดังกล่าวได้หรือไม่ในอนาคต หากชนะ ผู้บริหารก็คงจะพิจารณาการนำรถรุ่นดังกล่าวมาทำตลาดอีกครั้ง แต่คาดว่าการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จะต้องใช้เวลา”

ผู้บริหารของโตโยต้ายังปฏิเสธว่าการฟ้องร้องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการทำตลาดรถไฮบริดรุ่นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคัมรี่ ไฮบริด หรือซีเอช-อาร์ ไฮบริด ซึ่งมีการผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่าข้อกำหนดของกฎหมายอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ กรมศุลกากรได้เรียกโตโยต้าให้เข้ามาชำระอากรและภาษีเพิ่มเติมมูลค่ากว่า 1.16 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีความผิดโดยชำระภาษีอากรไม่ถูกต้อง แบ่งเป็นอากรขาเข้า 7,605 ล้านบาท ภาษีสรรพสามิต 2,024 ล้านบาท ภาษีเพื่อมหาดไทย 216 ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,822 ล้านบาท

Toyota

ทั้งนี้ โตโยต้าได้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในโครงการไฮบริดด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน รถยนต์ไฮบริดที่ทำตลาดอยู่ก็มียอดจำหน่ายที่ดี โดยเฉพาะซีเอช-อาร์ ที่มีสัดส่วนยอดจำหน่ายกว่า 70-80%

ซึงาตะกล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยว่ามีการเติบโตที่ดี โดยในครัึ่งปีแรกของปี 2561 มียอดจำหน่าย 489,118 คัน เติบโต 19% ทำให้มีการปรับเป้าหมายการขายจาก 9 แสนคัน เพิ่มเป็น 9.8 แสนคัน หรือเติบโต 12% ในปีนี้

สำหรับโตโยต้ามียอดจำหน่าย 141,989 คันในช่วงครึ่งปีแรก เติบโต 26% และมีส่วนแบ่งตลาด 29% ทำให้มีการปรับเป้าหมายการจำหน่ายจาก 3 แสนคันเป็น 3.15 แสนคัน เติบโต 31% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 32.1%

“การแข่งขันจะรุนแรงต่อเนื่องไปทั้งปี จากการคาดการณ์ของจีดีพีที่น่าจะเติบโต 4.4% และปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นบวกทั้งหมด โดยโตโยต้าเป็นผู้นำในตลาดรวมและตลาดรถยนต์นั่งในครึ่งปีแรก และเป็นผู้นำอันดับ 2 ในตลาดรถกระบะในช่วงเวลาดังกล่าว”

Toyota

โตโยต้าใช้กำลังผลิตของโรงงานทั้ง 3 แห่งในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 80% ของกำลังการผลิตรวมที่มีอยู่ 7.7 แสนคันในปัจจุบัน และหากมีความต้องการเพิ่มขึ้น ก็สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก โดยเคยมีตัวเลขการผลิตสูงถึง 8.77 แสนคันในปี 2555 ที่ผ่านมา

ขณะที่ตลาดส่งออกของโตโยต้าในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 145,080 คัน เติบโต 7% เป็นผลจากการที่ตลาดเอเชียและโอเชียเนียเข้ามาชดเชยการหดตัวของตลาดตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังมีอยู่ ทำให้โตโยต้าตั้งเป้าส่งออก 3 แสนคันเท่าที่มีการคาดการณ์ช่วงต้นปี

ในส่วนของตลาดอาเซียนในช่วงครึ่งปีแรกนั้น ภาพรวมยังมีการเติบโตที่ดี โดยมีตลาดรวมกว่า 1.7 ล้านคัน เติบโต 7% เป็นผลจากการขยายตลาดในประเทศไทย และคาดว่าในภูมิภาคนี้จะมียอดจำหน่ายไม่น้อยกว่า 3.5 ล้านคันในปีนี้อย่างแน่นอน

Toyota

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Ken - 20/06 - 19:43

MG ZS EV เตรียมส่งล็อตแรก 300 คัน มั่นใจในเทคโนโลยีด้วยมาตรฐานระดับสากล

MG ZS EV ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากแดนมังกรที่เปิดตัวในราคาสุดเร้าใจที่ 1.19 ล้านบาท มั่นใจได้ด้วยมาตรฐานระดับสากลในราคาสบายๆ   พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ตัวรถมาพร้อมความโดดเด่นทั้งในด้านคุณภาพ สมรรถนะ....

SK - 20/06 - 16:00

เปิดคำตอบคาใจ ทำไม All-New Mazda 3 ถึงใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม

All-New Mazda 3 กำลังทยอยเปิดตัวออกสู่หลายตลาดทั่วโลก รวมถึงในบ้านเราในอีกไม่ช้านี้ หนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้ก็คือระบบช่วงล่างรูปแบบใหม่ Mazda ทำการปรับเปลี่ยนช่วงล่างด้านหลังของรถคอมแพ็กต์ที่มีทั้งตัวถังซีดานและแฮทช์แบ็กรุ่นใหม่นี้จากมัลติลิงค์มาเป็นทอร์ชั่นบีมแบบเดียวกับรุ่นน้องอย่าง Mazda 2 และรถครอสโอเวอร์ CX-3 ทำให้เกิดคำถามว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด ทีมวิศวกรของ Mazda เปิดเผยว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ช่วงล่างหลังแบบคานแข็งคือการปรับปรุงความเงียบ แรงสะท้านและแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่หรือ NVH....

Cokey - 20/06 - 15:11

เคาะราคาแล้ว MG ZS EV ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าล้วน ชาร์จ 7 ชม. วิ่งได้ 335 กม. กับค่าตัว 1.19 ล้านบาท

เคาะราคาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ MG ZS EV รถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกที่ทำตลาดในไทย ชาร์จไฟบ้าน 7 ชม. วิ่งได้ไกลถึง 335 กม. กับราคา 1.19 ล้านบาท เรียกได้ว่าสิ้นสุดการรอคอยเสียที สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังสนใจ MG....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

25/07/18 15:21

เปิดเบื้องหลังการพัฒนา Supra ใหม่ผ่าน เท็ตสึยะ ทาดะ หัวหน้าทีมวิศวกร Toyota

ก่อน

เบื้องหลังดีไซน์เหนือกาลเวลา Nissan GT-R50 by Italdesign (ชมคลิป)

ต่อไป

next article

เบื้องหลังดีไซน์เหนือกาลเวลา Nissan GT-R50 by Italdesign (ชมคลิป)