ศึกท็อปสปีด Hennessey – Koenigsegg – Bugatti ชิงผู้นำ ความเร็วสูงสุด

– ยางคือปัจจัยสำคัญ แต่คำถามคือจำเป็นต้องทำความเร็วขนาดนั้นหรือไม่?

ตัวเลข ความเร็วสูงสุด อาจไม่มีความสำคัญมากนักสำหรับรถยนต์นั่งทั่วไป แต่ไม่ใช่กับรถสมรรถนะสูงระดับไฮเปอร์คาร์ที่ถือเป็นเหมือน “ศักดิ์ศรี” และมีความสำคัญต่อการทำตลาดอย่างยิ่ง

ในโลกของไฮเปอร์คาร์ สถิติมีไว้เพื่อทำลาย และความฝันอันสูงสุดก็คือการทำท็อปสปีดระดับ 300 ไมล์ต่อชม. (ประมาณ 482 กม.ต่อชม.) ก่อนหน้านี้ Koenigsegg Agera RS สามารถทำความเร็วได้ถึง 277 ไมล์.ต่อชม. (445 กม.ต่อชม.) ทำลายสถิติของ Bugatti Veyron อย่างราบคาบ แต่คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะถูกทุบโดย Hennessey Venom F5 ในอีกไม่ช้า

แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเร็วในระดับที่เรียกว่าจรวดทางเรียบแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้ 300 ไมล์ต่อชม. ได้ซึ่งเวลานี้เป็นเหมือนเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมไฮเปอร์คาร์ระดับโลกไปแล้ว

ความเร็วสูงสุด

จอห์น เฮนเนสซี่ ผู้ก่อตั้ง Hennessey Performance ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเท็กซัสของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ตัวเลข 300 ไมล์ต่อชม. มีความสำคัญอย่างมาก และ Hennessey พยายามจะไปให้ถึงระดับนั้นด้วย Venom F5 ในการสร้างสถิติภายในปีหน้า

ยิ่งรถของเราไปได้เร็วเท่าไหร่ ทีมงานของเราก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทีมวิศวกรของเราเก่งกาจยิ่งขึ้น สิ่งนี้มีความสำคัญต่อบริษัทของเรา ต่อครอบครัวของเรา และต่อลูกค้าของเรา” เฮนเนสซีกล่าวอย่างหนักแน่น

หลายคนอาจมีคำถามว่าความเร็ว 300 ไมล์ต่อชม. นั้นมีความสำคัญขนาดนั้นจริงหรือไม่ เดวิด ลี ออนไลน์อินฟลูเอ็นเซอร์คนดังที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากถึง 732,000 คนและครอบครองรถหรูกว่า 30 คันชี้ว่า “300 ไมล์ต่อชม. เป็นประเด็นหารือกันในหลายบริษัทรถยนต์ พวกเขาส่วนใหญ่ยอมรับว่าการทำความเร็วถึงระดับนั้นจะช่วยพิสูจน์คุณภาพตัวรถและแสดงให้เห็นว่าลูกค้าควรจะซื้อรถคันนี้”

ด้านเอียน เฟลตเชอร์ นักวิเคราะห์จาก IHS Markit กล่าวว่า “การได้ชื่อว่าเป็นรถที่ทำความเร็วสูงที่สุด ทรงพลังที่สุด และราคาแพงที่สุดอย่างที่ Bugatti Veyron เคยเคลมไว้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ เหมือนกับที่ Koenigsegg นิยมใช้ในการทำมาร์เก็ตติ้งหลายๆ ครั้ง

ความเร็วสูงสุด

แต่แน่นอนว่าการทำความเร็วกระชากวิญญาณขนาดนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นด้วยสมรรถนะของตัวรถอย่างเดียว หากยังรวมถึงชิ้นส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ยางรถยนต์” ที่ต้องมีคุณภาพสูงสุดที่เท่าที่เคยผลิตมาเลยก็ว่าได้

อีริค ชเมดดิ้ง ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Michelin กล่าวว่า “การแข่งขันในตลาดรถไฮเปอร์คาร์ถือว่าดุเดือดและยิ่งใหญ่ แถมยังมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วอย่างยิ่ง

Michelin รับหน้าที่ผลิตยางสมรรถนะสูงที่ถูกนำไปใช้สร้างสถิติความเร็วก่อนหน้านี้โดย Koenigsegg และ Bugatti ซึ่งยางดังกล่าวไม่ได้มีคุณสมบัติทั่วไป แต่ต้องยึดเกาะได้ดี มีแรงเสียดทานที่เหมาะสม และทนทานต่อการใช้งานในความเร็วสูงเป็นเวลานาน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับยางขณะพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง อาจหมายถึงความเป็นความตายของผู้ขับขี่เลยทีเดียว

อีกหนึ่งคำถามสำคัญก็คือ เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ตลาดรถเอสยูวีระดับพรีเมียมเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าลูกค้าส่วนใหญ่ทั้งคนทั่วไปหรือมหาเศรษฐีต่างหันไปให้ความสำคัญกับรถอเนกประสงค์ที่รองรับการใช้งานอย่างหลากหลายมากกว่า แล้วความเร็วสูงสุดยังมีความจำเป็นอยู่อีกหรือไม่

เบรตต์ เดวิด เจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์ Prestige Imports ในไมอามี่กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เลือกซื้อ Pagani, Bugatti, หรือ Lamborghini สนใจคุณสมบัติอื่นๆ ของตัวรถด้วยนอกเหนือจากความเร็วสูงสุด

“แน่นอนว่าท็อปสปีดมีความสำคัญ แต่ฟีเจอร์อื่นๆ อย่างประสิทธิภาพการเบรก เทคโนโลยีไฮบริด ความสวยงามของตัวรถ ความเซ็กซี่ของเส้นสายก็เป็นปัจจัยที่ลูกค้าคำนึงถึงในการเลือกซื้อรถสมรรถนะสูงราคาแพงด้วยเช่นกัน” เดวิดกล่าว

ความเร็วสูงสุด

ทางด้านสเตฟาน วินเคลแมนน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bugatti เปรยว่าสถิติความเร็วสูงสุดไม่ได้มีความสำคัญสำหรับบริษัทมากนัก “ท็อปสปีดไม่ได้เป็นวาระสูงสุดของผม ทีมวิศวกรเคยถามผมเป็นการภายใน แต่ผมคิดว่า Bugatti มีอะไรมากกว่านั้น”

การออกตัวของวินเคลแมนน์ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงสักเท่าไหร่เพราะแบรนด์จากฝรั่งเศสเคยเคลมสถิติท็อปสปีดด้วย Veyron Super Sport ในปี 2010 และยังมีข่าวด้วยว่าจะลองสร้างสถิติกับ Chiron ภายในปีหน้า

“ขุมพลังระดับ 1,479 แรงม้าของ Chiron มีศักยภาพเหลือล้นแต่ก็ถูกจำกัดไว้ด้วยระบบอิเลกทรอนิกเพื่อให้ทำความเร็วได้ไม่เกิน 261 ไมล์ต่อชม. (420 กม.ต่อชม.) ผมจึงไม่แน่ใจว่าตัวรถจะไปได้เร็วเพียงใด” วินเคลแมนน์กล่าว

ขณะที่ฝั่ง Koenigsegg จากสวีเดนก็ไม่ออกตัวแรงเช่นกัน แต่พวกเขาก็อาจจะกำลังซุ่มทำสถิติหลังจากเปิดตัวรุ่นใหม่ในปี 2019

“เรามีแผนการเปิดตัวไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่มาแทนที่ Agera RS ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ในช่วงต้นปี 2019 แต่คำถามที่ว่ารถรุ่นใหม่นี้จะไปถึง 300 ไมล์ต่อชม. ได้หรือเปล่านั้นเราต้องมาดูกันอีกครั้งหนึ่ง” สตีเว่น เวด ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของ Koenigsegg กล่าว

ดูแล้วน่าจับตามองศึกการความเร็วสูงสุดในปี 2019 ซึ่งทั้ง Hennessey – Koenigsegg – Bugatti ล้วนมีอาวุธเด็ดด้วยกันทั้งหมด

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ