[Test Drive] Mercedes-Benz Driving Events 2018 เพิ่มทักษะการขับขี่กับขบวนรถหรูกว่า 20 คัน

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 03/07/18 18:30

Mercedes-Benz Driving Events 2018 กิจกรรมฝึกขับขี่ปลอดภัยครั้งที่ 15 จากค่าย Mercedes-Benz ซึ่งครั้งนี้ได้ยกขบวนรถหรูกว่า 10 รุ่น 21 คัน

Driving Events 2018

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำภาพผู้นำรถหรู ที่โดดเด่นทั้งในด้านนวัตกรรมยานยนต์ด้านความปลอดภัย ดีไซน์ และสมรรถนะ เดินหน้าจัดกิจกรรมฝึกอบรมเทคนิคการขับขี่ปลอดภัยครั้งที่ 15 เชิญสื่อมวลชนและลูกค้าคนสำคัญเสริมทักษะความรู้และวิธีการขับขี่แบบปลอดภัย

จากทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพจากประเทศออสเตรเลีย พร้อมขนทัพรถหรูรุ่นล่าสุด มาให้ร่วมทดสอบกันอย่างครบครันในทุกเซ็กเมนต์ อาทิ สุดยอดยนตรกรรมดีไซน์สปอร์ต The new CLS 300 d AMG Premium สปอร์ตคูเป้สุดหรู The E 200 Coupé AMG Dynamic รถยนต์เปิดประทุนแบบ 4 ที่นั่ง S 500 Cabriolet AMG Premium และยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมกว่าสิบรุ่น จำนวนรวม 21 คัน ณ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา

Driving Events 2018

ซึ่งกิจกรรมนี้ได้แบ่งออกเป็นสถานีต่างๆ ทั้งในส่วนของ สถานี Acceleration Test Station, Braking Skills Station, Dynamic Response Station, Emergency Testing Station , Handling Course และสุดท้ายกับประสบการณ์ Circuit Experience เต็มๆ แต่ละสถานีเป็นอย่างไร เดี๋ยวผมจะมาอธิบายให้ฟังกัน

ทั้งหมดทั้งมวล ก่อนที่จะเริ่มขับขี่เราต้องเรียนรู้วิธีท่านั่งต่างๆ ที่ถูกวิธี อย่างเช่น การเซ็ตระยะความสูงของเบาะนั่ง เซ็ตเบาะสูงเกินไป อาจจะนั่งสบายมองได้กว้าง แต่อย่าลืมว่า ระยะสายตาเราจะถูกกดลงโดยไม่รู้ตัว หรือถ้านั่งเตี้ยเกินไป อันนี้ก็ไม่ดีแน่นอน จุดที่ดีคือ ระยะสายตาควรอยู่บริเวณกึ่งกลางกระจกบังลมหน้าพอดิบพอดี

Driving Events 2018

การจับพวงมาลัยก็สำคัญ ไม่ควรให้ระยะแขนตึงเกินไป เพราะจะทำให้พละกำลังการเลี้ยวลดลง รวมไปถึงเมื่อเกิดอุบัติเหตุอาจทำให้แขนหักได้ ที่ถูกต้องคือ ให้มีระยะงอที่พอดี เช่นเดียวกันกับ ระยะขากับแป้นเบรกและคันเร่ง ถ้าขาตึงเกินไป กำลังในการเหยียบเบรกและคันเร่งก็จะน้อย ควรมีระยะงอ และองศาที่กำลังดี

หลังจากเรียนรู้ท่านั่งกันไปพอหอมปากหอมคอ เราไปเริ่มสถานีแรกกันดีกว่า!!

Driving Events 2018 Driving Events 2018 Driving Events 2018

Acceleration Test Station

สถานีทดสอบสมรรถนะรถยนต์ด้วยการออกตัวอย่างถูกวิธี รวมไปถึงได้เรียนรู้การออกตัวแบบ Race Start โหมดออกตัวพิเศษซึ่งระบบนี้จะมีใน Mercedes-AMG โดยได้ลองทั้ง AMG CLA45 และ A45

หลักง่ายๆ ในการใช้โหมด Race Start จาก Mercedes ขั้นแรกเมื่อรถจอดสนิท เหยียบเบรกค้างไว้ เข้าเกียร์D!! ปรับโหมดการขับขี่ไปที่โหมด Sport / ดึง Paddle Shift ทั้ง 2 ข้างเข้าหาตัวพร้อมกัน / คอนเฟิร์มการใช้งานอีกครั้งด้วยการดึง Paddle Shift + เข้าหาตัว / เหยียบเบรกพร้อมคันเร่งพร้อมกัน เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามและพร้อมก็ปล่อยแป้นเบรก เพียงเท่านี้การออกตัวก็จะพิเศษกว่าปรกติเป็นไหนๆ

 

Driving Events 2018

Braking Skills Station

สถานีนี้ง่ายๆ ตามชื่อเลย คือสถานีฝึกทักษะการเบรก และเรียนรู้ระยะการเบรกของตัวรถยนต์ โดยสถานีนี้จะจัดทางตรงยาวๆ ราว 300 เมตร พร้อมทั้งตั้งไพลอน เป็นช่องสี่เหลี่ยมบนิเวณจุดเบรก

การทดสอบจะให้เราออกตัวจากจุดเริ่มต้นด้วยการกดคันเร่งแบบ 100% ทางตรงยาวๆ ไป  และให้หยุดรถจนสนิทให้ได้ภายในกรอบไพลอนที่กำหนด การเรียนรู้สถานีนี้คือการเรียบรู้สมรรถนะของตัวรถ ทั้งอัตราเร่งและระยะเบรก

Driving Events 2018 Driving Events 2018 Driving Events 2018

จากที่ ผมได้ทดสอบ ได้ลองขับทั้ง Mercedes-Benz C250 Coupe  รวมไปถึงตัวสมรรถนะสูงอย่าง AMG C43 ซึ่งทั้งคู่แม้จะเป็นตัวถังเดียวกัน แต่ C250 Coupe มาพร้อม 211 แรงม้า และ C43 มีถึง 367 แรงม้า แตกต่างกันเกือบ 156 แรงม้า ทีเดียว ระยะการเบรก การควบคุมตัวรถล้วนแตกต่างกัน

รวมไปถึงสมรรถนะ ขนาดของจานเบรก ทุกอย่างมีส่วนสำคัญทั้งหมด จากทดสอบทั้งหมดทำให้เราสามารถควบคุมน้ำหนักเท้า น้ำหนักการกดเบรก และกะระยะเบรกรถยนต์ได้แม่นยิ่งขึ้น

Driving Events 2018 Driving Events 2018

Dynamic Response Station

สถานีทดสอบ การควบคุมการทรงตัวรถยนต์ และการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเมื่อรถยนต์เกิดอาการที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยสถานีนี้เป็นการทดสอบ Slalom ที่เพิ่มความยากไปอีกขั้น ด้วยการวางจุดทดสอบบน ทางลาดเอียง และมีการตั้งจุดไพลอนให้มีระยะโยนมากยิ่งขึ้น

ความยากไม่ใช่แค่เพียง การตั้งไพลอนที่มีระยะโยนมากขึ้น แต่เป็นการควบคุมน้ำหนักการเหยียบคันเร่งและการเบรก ซึ่งทั้งขับไป ขับกลับ น้ำหนักแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะขาขับไปเป็นทางลาดขึ้นซึ่งต้องใช้การส่งกำลังช่วยมากกว่าปรกติ

Driving Events 2018 Driving Events 2018

แต่กลับกันในช่วงขับกลับ ด้วยทางลาดลง ทำให้น้ำหนักตัวถังรถยนต์ถูกถ่ายโอนไปบริเวณหน้ารถ เวลา Slalom แรงๆ จะทำให้ตัวรถออกอาการท้ายปัดง่ายมากยิ่งขึ้น ต้องควบคุมอย่างถูกวิธี แก้ง่ายๆ ด้วยการค่อยควบคุมหมุนพวงมาลัยอย่างนุ่มนวล ซึ่งเทคนิคนี้สามารถใช้ได้จริงเมื่อใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวัน

หรือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดในชีวิตประจำวัน ทั้งการเกิดอาการท้ายปัด หรือควบคุมไม่ได้ หลักการที่ง่ายที่สุดคือ ค่อยๆ เบรกให้ความเร็วลดลง ถ้าควบคุมไมไ่ด้จริงๆ ให้ปล่อยตรง เพราะถ้ารถเกิดอาการโอเวอร์ หรืออันเดอร์สเตียแล้วยังฝืนอาจเกิดการพลิกคว่ำได้

Driving Events 2018 Driving Events 2018

Emergency Testing Station

สถานีทดสอบการหักหลบแบบกระทันหัน สถานการณ์เดียวกันเมื่อขับขี่รถยนต์แล้วมีการตัดหน้า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ด้วยกันเอง คนเดินข้ามถนน หรือ จักรยานยนต์ โดยสถานีนี้จะฝึกทักษะการตัดสินใจและการหักหลบขณะเหยียบเบรก

โดยสตาทด้วยการขับรถเข้าจุดทดสอบด้วยความเร็ว 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อถึงจะไฟสัญญาณ เซ็นเซอร์จะตรวจจับและสลับไฟ (ซ้าย-ขวา) โดยการสุ่มซึ่งเราจะรู้ตัวอีกทีว่าควบเลี้ยวไปตามช่องไฟไหนในช่วงระยะประชิดตัวจริงๆ

Driving Events 2018

ด้วยการฝึกนี้ทำให้เราได้ทดสอบประสาทสัมผัส รวมไปถึงการควบคุมพวงมาลัยขณะที่ ตัวรถเกิดการเบรกแบบ 100% หรือ เบรกฉุกเฉิน ซึ่งอาการของรถจะแตกต่างกันไป ทั้งการลื่นไถล ล้อล็อค หรือ ABS ทำงาน

ประโยชน์ที่ได้คือ เราได้ฝึก หากเกิดเหตุการฉุกเฉินจริงๆ ให้เราเหยียบเบรกเต็มกำลัง พร้อมทั้งตั้งสติและค่อยๆ ใช้มือทั้งสองข้างหักพวกมาลัยไปในทิศทางที่ปลอดภัย

Driving Events 2018 Driving Events 2018

Handling Course

สถานีทดสอบในส่วนของสนามโกคาร์ท อีกฝั่งหนึ่งของสนามพีระ โดยทางทีมงานได้จัดตั้ง ไพลอนในจุดต่างๆ เพื่อฝึกให้เราขับขี่ในไลน์ที่ถูกต้อง ว่าการจะเข้าโค้งควรนำรถไปอยู่ในจุดไหน ควรเบรกจุดไหน

สไตล์จะคล้ายๆ เรซซิ่งไลน์ ซึ่งจะเบรก และการเข้าโค้งต่างๆ ค่อนข้างเล็ก ทำให้เราได้ฝึกทักษะการควบคุมตัวรถ เพื่อไม่ให้ชนกับไพลอนที่ตั้งไว้ตลอดทาง รวมไปถึงจะเบรกจนรถยนต์หยุดนิ่งสนิท

Driving Events 2018 Driving Events 2018

Circuit Experience

สถานีสุดท้าย เซอร์กิต เอ็กซ์พรีเลี่ยน สถานีที่สื่อมวลชน หรือผู้เข้าร่วมทดสอบรอคอย นั่นคือการขับขี่บนแทร็คจริงๆ ในพีระ หลังจากทีมผู้ฝึกสอนขับนำขบวนให้ขับตาม 2 รอบ เพื่อให้ชินกับสนาม และไลน์ขับขี่ต่างๆ

ก็ปล่อยให้อัดกันเต็มที่ ถือเป็นการนำเทคนิคที่เรียนมาทั้งวันใช้ในสถานีนี้ทั้งหมด โดยรถยนต์ที่มีให้ลองขับก็มีทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นเล็กอย่าง Mercedes-Benz CLA250 , GLA 250 รถกลุ่ม DreamCar อย่าง C250 Coupe , E300 Cabriolet  และซีรีส์ AMG สุดโหดอย่าง C43 , A45 หรือรุ่นใหญ่สมรรถนะสูงอย่าง S500 ที่พกม้ามาถึง  455 แรงม้า ก็ได้ลองขับกันแบบจุใจ

 

Driving Events 2018 Driving Events 2018

ทั้งหมดทั้งมวลจากที่ได้ทดสอบและ เข้าครอสฝึกการขับขี่กันแบบจัดหนัก จัดเต็มมาทั้งวัน ก็ช่วยให้ทักษะการขับขี่ การตัดสินใจ และการควบคุมรถยนต์ เพิ่มมากขึ้น มีความรู้ในการแก้ไขสถานะการณ์มากยิ่งขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ สติ และสมาธิ เมื่อเกิดเหตุต่างๆ

และที่ขาดไม่ได้คือ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าค่าย Mercedes-Benz จัดมาให้เต็มๆ จริงๆ จับความรู้สึกได้ทันทีว่าบางสถานี ถ้าไม่มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ อาจทำให้ตัวรถควบคุมได้ยาก และลำบากกว่านี้อย่างแน่นอน

สมรรถนะที่สามารถสั่งได้ ทั้งโหมดการขับขี่แบบ ปรกติในชีวิตประจำวัน โหมดสปอร์ต หรือโหมดสปอร์ตพลัส ที่มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งแต่ละโหมดไม่ใช่แค่เพียงชื่อเท่ๆ แต่ตัวรถมีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกไปอย่างสิ้นเชิงจริงๆ

 

Driving Events 2018

ขอขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับทริปอบรมและฝึกทักษะการขับขี่อย่าง Mercedes-Benz Driving Events 2018 ครั้งนี้ด้วยครับ

Driving Events 2018

เข้าร่วมกิจกรรมและทดสอบโดย Peerapat.h

ติดตามข่าวสารวงการรถยนต์ เที่ยงตรง ฉับไว ก่อนใคร AutoStation

เรื่องที่น่าสนใจ

Cokey - 03/07 - 20:32

PPsuperwheels เปิดตัว Cosmis XT-006RR ล้อกระบะซิ่ง สมรรถนะสูง รุ่นใหม่ พร้อมยกทัพล้อซิ่งลุย Auto Salon 2019

PPsuperwheels เปิดตัวนวัตกรรมล้อแม็กโมเดลใหม่ในงาน Auto Salon 2019 ภายใต้แบรนด์ Cosmis รุ่น XT-006RR พร้อมยกทัพล้อแม็กคุณภาพแสดงภายในงานล้นบูท PPsuperwheels Group (Thailand) เปิดตัวล้อแม็กใหม่ล่าสุด ภายในงาน Bangkok International Auto Salon....

Ken - 29/02 - 07:25

Peugeot มั่นใจเศรษฐกิจไทยแข็งแรง ลูกค้ามองหาความแตกต่างที่มากกว่ารถทั่วไปในตลาด

“เราคือ New Niche” คือสิ่งที่ผู้บริหาร Peugeot ให้คำนิยามกับแบรนด์ในตอนนี้ ด้วยความที่เป็นเหมือนน้องใหม่ที่กลับมาในตลาด แต่เชื่อมั่นว่าตลาดไทยมีศักยภาพ หลังจากเปิดตัวดีลเลอร์แรกในเดือนตุลาคมมาจนถึงปัจจุบัน Peugeot ส่งมอบรถให้กับลูกค้าไปแล้ว 200 กว่าคัน มีโชว์รูม 4 แห่งและศูนย์บริการ 3 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์เพียง....

Cokey - 28/02 - 19:35

ยลโฉม Mercedes-AMG CLA 35 4MATIC สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู 306 แรงม้า สีเหลืองโดนใจ

ยลโฉมรอบคันแบบจัดเต็ม Mercedes-AMG CLA 35 4MATIC สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู แต่งสปอร์ตอย่างรุ่นใหญ่ พกขุมพลัง 2.0 ลิตร 306 แรงม้า ค่าตัว 3.999 ล้านบาท พาชมรอบคัน สำหรับน้องเล็กสุดสปอร์ตอย่าง....

SK - 28/02 - 17:00

Toyota เผยโรงงานผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่นอาจได้รับผลกระทบจากไวรัส

Toyota Motor Corp ระบุว่าการปฏิบัติงานด้านการผลิตในประเทศญี่ปุ่นอาจได้รับผลกระทบจากซัพพลายเชนที่หยุดชะงัก เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ถ้าการระบาดของโคโรน่าไวรัสยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนและญี่ปุ่น คาดว่าโรงงานหลายแห่งจะต้องประสบปัญหาชะงักงันอย่างแน่นอน ปัจจุบัน Toyota ดำเนินการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนในโรงงาน 16 แห่งในประเทศญี่ปุ่น แต่กำลังพิจารณาปรับแผนการผลิตใหม่เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส โดยจะมีการตัดสินใจอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคม โรงงานหลายแห่งของ Toyota อาจได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตจากประเทศจีน....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

03/07/18 18:30

คาวาอี้! Daihatsu Mira Tocot รถเล็กน่ารักซอกแซกผ่านซอกซอย

ก่อน

ทีเซอร์แรกมาแล้ว Volkswagen T-Cross รถครอสโอเวอร์น้องเล็ก

ต่อไป

next article

ทีเซอร์แรกมาแล้ว Volkswagen T-Cross รถครอสโอเวอร์น้องเล็ก