[Test Drive] New Ford Everest 2.0 Bi-Turbo เครื่องใหม่ เกียร์10สปีด สุขุม นุ่มลึกขึ้น ค่าตัว 1.799 ล้านบาท

เขียนโดย

เขียนโดย 02/09/18 14:55

ทดสอบการขับขี่ Ford Everest 2.0 Bi-Turbo รุ่นปรับโฉม ที่มีการปรับเปลี่ยนหลายๆ อย่าง ทั้งรูปลักษณ์ รวมไปถึงไฮไลท์เด็ดอย่าง เครื่องยนต์ใหม่ เกียร์ลูกใหม่ 10 สปีด จะมีอะไรโดดเด่น น่าสนใจบ้าง แอดโค้ก มารีวิวกันทราบแล้วครับ

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าในยุคนี้รถยนต์ประเภท SUV, PPV, Crossover ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ไม่ใช่แค่เพียงตลาดในประเทศไทย แต่ในระดับโลก รถยนต์ประเภทนี้ก็มียอดขายที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Ford Everest ก็จัดในกลุ่ม PPV หรือ SUV

สังเกตุได้ง่ายๆ จากค่ายรถยนต์แทบจะทุกค่าย ที่หันมาพัฒนารถยนต์กลุ่มนี้ ทั้งแบรนด์สปอร์ต แบรนด์ซูเปอร์คาร์ ก็มีออกมามากมายหลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

วันนี้แอดโค้กได้นำรถยนต์ PPV อีกรุ่นที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา และถือว่าเป็นรุ่นเรือธงของแบรนด์ Ford เลยก็ว่าได้มาทดสอบกัน เนื่องจากการปรับปรุงโฉมครั้งนี้ มีการปรับเปลี่ยนหลายอย่างทีเดียว แต่ละอย่างน่าสนใจไม่น้อย

กับ New Ford Everest 2.0 Bi-Turbo รุ่นปรับปรุงโฉม ที่ปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ รวมไปถึงเครื่องยนต์ตัวใหม่ครั้งแรกในการทำตลาดบ้านเรา และเกียร์อัตโนมัติแบบ 10 สปีด ที่มีใช้งานในหลายๆ รุ่น จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปติดตามกันเลยดีกว่า

ภายนอกปรับแต่งเล็กน้อย ลดความดุ เพิ่มเติมความภูมิฐาน

อาจจะดูขัดๆ เล็กน้อย เนื่องจากแบรนด์นี้เน้นความดุดัน บึกบึนเป็นหลัก แต่การปรับเปลี่ยนหน้าตาครั้งนี้ของ New Everest ต้องยอมรับว่า (โดยส่วนตัว) ความดุดัน และบึกบึนดูน้อยลงกว่ารุ่นก่อนหน้า

เนื่องจากกระจังหน้าที่ปรับเปลี่ยนใหม่ ลดความหนาของเส้นกระจังแนวนอนลง แต่ถ้ามองดีๆ รายละเอียดภายในมีการเพิ่มเติมแผงรังผึ้งที่ค่อนข้าง มีมิติสวยงามมากขึ้น หากมองด้านข้างจะสังเกตุเห็นได้ง่ายกว่ามองตรงๆ

พร้อมกันนี้ในชิ้นส่วนกันชนหน้าบริเวณด้านล่างได้มีการปรับเปลี่ยนชิ้นลิ้นกันชนสีเทา ด้วยดีไซน์ใหม่ ที่ลากยาวและเชื่อมต่อมากขึ้น ทำให้โดยรวมหน้าตา New Everest ดูภูมิฐานและดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ที่เน้นความดุดันและบึกบึน

 

ถัดมาบริเวณเหนือซุ้มล้อจะพบสคลับเพลทที่ก่อนหน้านี้จะเป็นตัวเลขบ่งบอกขนาดความจุเครื่องยนต์ทั้ง 3.2 หรือ 2.2 ตามรุ่น แต่รุ่นปรับโฉมจะเปลี่ยนเป็นตัวอักษรเขียน Everest ในรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบเดี่ยว และ Bi-Turbo ในรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบคู่แทน

พร้อมกันนี้ตั้งแต่รุ่น Titanium+ ขึ้นมาทั้งรุ่นขับสอง และขับสี่ จะมาพร้อมล้ออัลลอยลวดลายใหม่ 2 ก้าน 6 คู่ ทูโทน ที่ค่อนข้างสวยงามกว่าเดิมมาก ขนาด 20 นิ้ว ส่วนด้านหลังไม่มีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นก่อน ยังคงมาพร้อมโคมไฟท้ายแบบตัว C เช่นเคย

ภายในดีไซน์เดิม เพิ่มเติมด้วยหัวเกียร์แบบใหม่ พร้อมทั้งระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบ Push Start Button !

ในส่วนการปรับเปลี่ยนภายในหลักๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้า จะมีเพียงแค่ในส่วนของแผงตกแต่งบริเวณแดชบอร์ด ที่ปรับโทนให้มีความเข้มกว่าเก่าเล็กน้อย การดีไซน์คอนโซลก็ไม่มีการเปลี่ยนแต่อย่างใด

แต่สิ่งที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน คือ คันเกียร์ดีไซน์ใหม่ ที่มีดีเทลมากยิ่งขึ้น ดูมีความบึกบึนกว่าเก่า รวมไปถึงปรับเปลี่ยนโหมดการเปลี่ยนเกียร์เอง มากดปุ่ม +,- บริเวณหัวเกียร์แทนการดันขึ้นลง จากรุ่นก่อน ซึ่งรายละเอียดเกียร์จะอยู่ในส่วนของข้อมูลทดสอบถัดไป

ภายนอก-ภายในอาจเปลี่ยนไม่เยอะ แต่พระเอกคือขุมพลังและเกียร์ลูกใหม่!

นอกจากนี้อีกไฮไลท์ที่ชาว Everest รุ่นก่อนหน้าต้องอิจฉากันก็คงจะหนีไม่พ้น ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยปุ่มกดหรือ Push Start Button ได้ถูกติดตั้งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่รุ่นก่อนหน้าถูกตำหนิว่า รถราคาขนาดนี้ยังใช้การสตาร์ทด้วยกุญแจบิด รุ่นนี้ถูกติดตั้งมาแล้วนะครับผม

พระเอกของการปรับปรุงครั้งนี้ กับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ เทอร์โบคู่ พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ 10 สปีด

เป็นที่รอคอยกันกับไฮไลท์ของการปรับโฉมรุ่นนี้ คือเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ Ford Everest จะมีตัวเลือกคือเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร และ 3.2 ลิตร 5 สูบ ครั้งนี้เปลี่ยนแปลงเป็น เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ และ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่

ด้วยสมรรถนะจากการเคลมของ Ford ที่กล่าวว่าเครื่องยนต์ ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ หรือ 2.0 EcoBlue Bi-Turbo จะมีสมรรถนะและประสิทธิภาพที่เท่าเทียมกับรุ่น 3.2 ลิตร แต่จะได้เรื่องความประหยัดที่มากกว่านั่นเอง

โดยการทดสอบครั้งนี้ แอดโค้ก ได้รับรุ่น 2.0 EcoBlue Bi-Turbo หรือรุ่นท็อปสุดมาทดสอบ ก็จะขอรีวิวเน้นๆ สำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ ด้านสเปคเครื่องยนต์ 2.0 EcoBlue Bi-Turbo จะมาพร้อมกำลังแรงม้า 213 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร

โดยเทอร์โบคู่จะแบ่งการทำงานระหว่าง High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ซึ่งทำให้ทุกรอบการขับขี่จะมีเทอร์โบคอยสนับสนุนอยู่ทุกย่านความเร็วนั่นเอง

เกียร์10สปีดลูกใหม่ ที่ไว้ใจได้เพราะใช้มาก่อนรุ่นนี้หลายรุ่นแล้วในต่างประเทศ

นอกจากนี้ระบบส่งกำลัง ก็ปรับเปลี่ยนเป็นเกียร์แบบอัตโนมัติ 10 สปีด ลูกใหม่ ซึ่งเกียร์ลูกนี้ได้ถูกใช้ในรถ สปอร์ตมัสเซิลคาร์อย่าง New Ford Mustang ที่กำลังจะเปิดตัวในบ้านเราช่วงตุลาคมนี้ รวมไปถึงรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ในต่างประเทศอย่าง Ford Transit ฉะนั้นก็พออุ่นใจได้ระดับนึงว่ามันไม่ใช่เกียร์ลูกใหม่เอี่ยมเท่าไรนัก

การขับขี่เครื่องยนต์ใหม่ แรงดึงอาจไม่เท่า แต่สปีดไหลกว่าเก่า รวมไปถึงเกียร์10สปีด ที่ฉลาดและเปลี่ยนเนียนจนประทับใจ

เครื่องยนต์รหัสใหม่ 2.0 EcoBlue Bi-Turbo ที่ลดขนาดความจุ และจำนวนกระบอกสูบลง แต่ถูกแทนที่ด้วยเทอร์โบ 2 ลูก ทำให้ กำลังแรงม้าเพิ่มขึ้น 13 แรงม้า (จาก 200 -> 213) และ แรงบิดเพิ่มขึ้น 30 นิวตันเมตร (จาก 470 -> 500)

แต่จากการทดสอบพบว่ากำลังของเครื่องยนต์ในการเร่ง จากการรถหยุดนิ่ง ความกระโชกโฮกฮาก ความดุดันในการออกตัว ในรุ่นก่อนหน้านี้จะดูมีมากกว่า อาจจะด้วยๆ หลายปัจจัย ทั้งเครื่องยนต์ที่เล็กกว่า และเกียร์ 10 สปีด ที่มีอัตราทดที่ชิดกว่า

ส่งผลให้ถูกลดทอนความดุดันไปเล็กน้อย แต่ถามว่าอืดไหม ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่ อารมณ์เครื่องยนต์ตัวนี้จะเหมือนกับว่าเป้นผู้ใหญ่แต่มากขึ้น ดูเรียบๆ นิ่มๆ สุขุม แต่ความเร็วไหลเป็นน้ำเลยคุณผู้ชม

ก็เอาเป็นว่า ถ้าชอบความดิบเถื่อน เสียงคำรามจากเครื่องยนต์ ความกระชาก รุ่นปรับโฉมนี้อาจจะเบาลงกว่าเก่า แต่กำลังในการขับขี่ต้องบอกว่าเหลือๆ ! รวมไปถึงเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ (ขออนุญาติหยาบคาย) โคตรฉลาด การเปลี่ยนเกียร์สมูท เซ็ตมาค่อนข้างจะลงตัว ไม่มีอาการกระตุกหรือระยะรอยต่อให้รู้สึกเลยทีเดียว

แต่ในรุ่นเครื่องยนต์ เทอร์โบเดียว เห็นมีพี่ๆ หลายท่านบอกว่า มีอาการกระตุกให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งแอดโค้กยังไม่ได้ลองขับด้วยตนเอง ถ้าได้ลองเมื่อไหร่จะมาบอกกันอีกที

การควบคุมโดยรวมสำหรับรุ่นใหม่ (ตามความรู้สึก) ด้วยพวงมาลัยแบบไฟฟ้าที่ค่อนข้างจะเบามากๆ ตั้งแต่รุ่นก่อนหน้าอยู่แล้ว บวกกับเครื่องยนต์ใหม่ที่มีขนาดเล็กลง ซึ่งรวมถึงน้ำหนักของเครื่องยนต์ด้วย

ทำให้รู้สึกว่า ระหว่างขับขี่หน้ารถมีความเบา และรู้สึกลอยๆ กว่าเก่าในบางจังหวะ อาจจะทำให้ระหว่างการขับขี่ในความเร็วต่ำมีความไม่มั่นใจบ้างในบางจังหวะ แต่เมื่อทำความเร็วมากขึ้น น้ำหนักพวงมาลัยก็ปรับความหนืดขึ้นมา ทำให้รู้สึกมั่นคง

โดยส่วนตัวอยากให้น้ำหนักพวงมาลัยมีความหนืดมากกว่านี้อีกนิดนึง น่าจะทำให้ขับขี่ได้มั่นใจมากกว่านี้ ในส่วนช่วงล่างและการเก็บเสียงต่างๆ ที่จะเข้ามาในห้องโดยสาร

ค่อนข้างทำมาดีมาก จะขับขี่ทั้งแบบ ออนโรด หรือ ออฟโรด มั่นใจหายห่วง การซัพแรงสั่นสะเทือนเก็บได้ดี การเก็บเสียงที่มาพร้อมระบบปล่อยคลื่นเสียงมาเพื่อหักล้างเสียงรบกวนมนุษย์ ทำให้ห้องโดยสารเงียบ ขับขี่ด้วยความ 120 ก็ยังสามารถคุย และฟังเพลงในรถยนต์ได้อย่างดี ซึ่งหาได้ค่อนข้างยากกับรถยนต์ยกสูงและเครื่องดีเซลแบบนี้

โดยรวมถือเป็นรถยนต์ PPV อีกรุ่นที่คุ้มค่า และน่าใช้งานมากๆ อีกคันหนึ่งในบ้านเรา

 

ราคา Ford Everest Titanium+ 2.0 Bi-Turbo 4WD ราคา 1.799 ล้านบาท

ข้อดี

  • ปรับปรุงใหม่ หน้าตาสดใหม่ และดูภูมิฐานมากขึ้น
  • ขุมพลังใหม่ ลดขนาดเครื่องยนต์ลง แต่ประสิทธิภาพคงเดิม
  • เกียร์ 10 สปีด ลูกใหม่ ฉลาด สมูท
  • ช่วงล่างหนึบแน่น หายห่วงทั้ง ออนโรด / ออฟโรด
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่แน่นคัน ทั้งระบบถอยอัตโนมัติ ระบบเตือนการชน

ข้อสังเกต

  • น้ำหนักพวงมาลัยเบาไป สำหนับการขับในความเร็วต่ำ
  • รุ่นใหม่ แรงดึง ความดุดัน จากเครื่องยนต์ลดลง
  • ความมั่นใจเรื่องศูนย์บริการ ที่หลายคนยังกังวล

ทดสอบและเขียนรีวิวโดย Peerapat.h

ไม่อยากพลาดข่าวสารอัพเดตใหม่ติดตามได้ที่ Autostation

เรื่องที่น่าสนใจ

Cokey - 20/11 - 15:00

ใกล้ความจริง! รถสปอร์ตเครื่องวางกลางรุ่นใหม่ของค่าย Subaru ที่คาดว่ามีโอกาสจะได้เห็นคันจริง เร็วๆ นี้

รถสปอร์ตเครื่องวางกลางรุ่นใหม่ของค่าย Subaru กับความน่าจะเป็นหลังจากที่มีข่าวลือเกี่ยวกับการมาของรุ่นนี้ ว่ามีความเป็นไปได้สูง

Cokey - 20/11 - 14:12

อุตฯยานยนต์ไทยยิ้มรับ ยอดผลิต-ยอดขาย โต เศรษฐกิจขยายตัว มั่นใจปีนี้ยอดผลิตทะลุ 1 ล้านคัน

อุตสาหกรรมยานยนต์ ไทยยิ้มรับ ยอดผลิตโต 20.62% ยอดขายในประเทศโต 26.8% ด้านส่งออกโต 2.75% ปิกอัพนำทัพโต 30.15% หากเทียบกับปีก่อน สรุปประเด็นแถลงข่าวยอดผลิตรถยนต์ ต.ค.61 วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เดือนตุลาคม....

SK - 20/11 - 12:30

Mercedes-Benz อวดโฉม EQA พร้อมรถสมรรถนะสูง AMG ที่มอเตอร์เอ็กซ์โป

Mercedes-Benz ส่งตรงรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ EQA พร้อมเปิดตัวรถสมรรถนะสูง 2 รุ่นใหม่ล่าสุด CLS 53 4MATIC+ และ Mercedes-AMG GT S ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ภายในบริเวณบูธของค่ายรถตราดาวสามแฉกในปีนี้ แบ่งออกเป็น 4 โซน....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

02/09/18 14:55

มังกรผงาด! Geely เติบโตแซงหน้าค่ายรถญี่ปุ่นในตลาดจีนเรียบร้อยแล้ว

ก่อน

เผย Volkswagen คือหนึ่งในนักลงทุนผลักดัน Tesla ออกจากตลาดหุ้น

ต่อไป