ซีอีโอ Tesla ชี้ลูกค้าโชคดีแค่ข้อเท้าหัก หลัง Tesla Model S ชนพังยับในโหมดขับอัตโนมัติ

ลูกค้าเจ้าของรถ Tesla Model S ที่ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนรถดับเพลิงที่จอดข้างทางออกมาเปิดเผยว่า ตัวรถอยู่ในโหมดขับขี่กึ่งอัตโนมัติหรือ Autopilot ก่อนเกิดเหตุ

สตรีอเมริกันวัย 28 ปีเปิดเผยว่าเธอกำลังใช้โทรศัพท์และปล่อยให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปเองในโหมดขับขี่อัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนถนนหลวงของรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวพังเสียหายยับเยิน และทำให้เกิดคำถามตามมาอีกครั้งถึงความปลอดภัยของเทคโนโลยีดังกล่าวในรถยนต์ Tesla

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า Model S สีดำคันนี้พุ่งเข้าชนรถดับเพลิงที่จอดอยู่ข้างทางด้วยความเร็วถึง 96 กม.ต่อชม. ทำให้ผู้ขับขี่ข้อเท้าหัก มีรายงานด้วยว่าตัวรถไม่มีการเบรกเลยแม้แต่น้อย นั่นหมายถึงตัวรถพุ่งเข้าชนอย่างจังเบอร์

ด้าน Tesla ออกแถลงการณ์ระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุดังกล่าว จึงไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงโหมด Autopilot เปิดการทำงานอยู่จริงหรือไม่

ขณะที่อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla ทวีตเกี่ยวกับอุบัติเหตุดังกล่าวทำนองว่าลูกค้ารายนี้โชคดีเนื่องจากการพุ่งชนด้วยความเร็วขนาดนั้น “อาจทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต” ได้เลย

“ถือว่าไม่เข้าท่าอย่างมากที่อุบัติเหตุของ Tesla ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ข้อเท้าหักถูกนำไปรายงานข่าวหน้าหนึ่ง ขณะที่มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนอีกมากกว่า 40,000 คนในสหรัฐอเมริกาที่แทบจะไม่เป็นข่าวเลย” ซีอีโอฝีปากกล้าของ Tesla ระบุในทวิตเตอร์

ที่ผ่านมา ระบบ Autopilot ตกเป็นข่าวเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ทำให้ Tesla ต้องชี้แจงอย่างละเอียดถึงวิธีการใช้งานซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็น “ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่” เท่านั้น ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติที่ผู้ขับจะนั่งเฉยๆ โดยไม่สนใจการเคลื่อนที่ของตัวรถได้

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ