Royal Enfield ลุยประกอบไทย หวังดันขึ้นตลาดเบอร์ 3 ของโลกนอกอินเดียภายในปีนี้

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 21/03/19 18:36

Royal Enfield ประกาศเดินหน้าธุรกิจในไทยเต็มสูบ ตั้งรอยัล เอนฟิลด์ ประเทศไทย พร้อมจ้างยูไนเต็ด ออโต้ เปิดสายการผลิตนอกอินเดียเป็นครั้งแรก พร้อมขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ หวังเพิ่มยอดขายในไทยแซงอินโดนีเซีย ขึ้นตลาดเบอร์ 3 ของโลกนอกอินเดียวภายในปีนี้

สิทธัตถะ ลาล ประธานบริหาร รอยัล เอนฟิลด์เปิดเผยว่า จากการทำตลาดในประเทศไทยมากว่า 3 ปี พบว่าการตอบสนองต่อแบรนด์ของลูกค้าชาวไทยอยู่ในระดับดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาค ทำให้บริษัทตัดสินใจเดินหน้าบุกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการตั้งรอยัล เอนฟิลด์ ประเทศไทย เพื่อดูแลปฏิบัติการทั้งหมดในประเทศ ซึ่งนับเป็นบริษัทลูกแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

นอกจากนี้ ยังได้ว่าจ้างบริษัท ยูไนเต็ด ออโต้ จำกัด ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ทำการประกอบรถจักรยานยนต์นอกประเทศอินเดียเป็นครั้งแรก โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2562 รถจักรยานยนต์ทั้งหมดที่จำหน่ายในประเทศ จะทำการประกอบในประเทศไทย โดชิ้นส่วนหลักอย่างเครื่องยนต์ จะมีการนำเข้ามาจากอินเดีย ขณะเดียวกัน จะมีการหาชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มเติมตามข้อกำหนดของรัฐบาล โดยมองไปที่การส่งออกระดับภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

Royal Enfield

“สาเหตุที่เราตัดสินใจเลือกประเทศไทย เป็นเพราะการตอบรับและกระแสของรอยัล เอนฟิลด์ในประเทศไทยถือว่าอยู่ในระดับดีมาก เมื่อเทียบกับคนอื่น ขณะเดียวกัน กฎระเบียบในการเปิดสายการผลิตในประเทศไทยก็ถือว่ามีความสะดวกที่สุด รวมไปถึงซัพพลายเออร์ซึ่งทำการผลิตเฟรมตัวถังให้กับบริษัทก็อยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว จึงถือว่ามีความเหมาะสมในการเปิดสายการผลิตครั้งนี้”

รถจักรยานยนต์ที่นำมาประกอบในประเทศไทยจะประกอบไปด้วยรุ่นเครื่องยนต์ 410-650 ซีซี. ทั้ง 4 รุ่น ประกอบไปด้วย รอยัล เอนฟิลด์ หิมาลายัน, รอยัล เอนฟิลด์ คลาสิค และรุ่นเครื่องยนต์สูบคู่เรียงรุ่นใหม่อย่างอินเตอร์เซปเตอร์และคอนติเนนทัล จีที โดยในเบื้องต้นไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของการลงทุนและจำนวนการผลิตที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ในขณะนี้

Royal Enfield

อย่างไรก็ตาม แม้การประกอบในประเทศไทยจะสามารถลดภาษีนำเข้ารถจักรยานยนต์จากประเทศอินเดียลงไปได้ แต่ราคาจำหน่ายของรถจักรยานยนต์รอยัล เอนฟิลด์ในประเทศไทยก็จะไม่ลดลงอย่างแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีการช่วยเหลือทางด้านราคาจากบริษัทแม่บางส่วน การผลิตในประเทศจะทำให้บริษัทเข้าสู่การทำราคาจำหน่ายที่เหมาะสมอย่างแท้จริง

“ในปีที่ผ่านมาเรามียอดขายในประเทศไทยประมาณ 1,400 คัน ซึ่งถือเป็นตลาดอันดับ 4 นอกอินเดียรองจากฝรั่งเศส, สหราชอาณาจักร และอินโดนีเซีย ที่ถึงแม้จะมีกำแพงภาษีสำหรับรถ 500 ซีซี.ขึ้นไป แต่ก็มียอดจำหน่ายมากกว่าในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้ เราเชื่อว่า ยอดจำหน่ายของบริษัทจะเติบโตขึ้นมา และทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของโลกนอกจากอินเดีย แทนที่อินโดนีเซียได้ในที่สุด”

Royal Enfield

สิทธัตถะกล่าวว่านอกเหนือไปจากการเปิดสายการผลิตแล้ว จะเดินหน้าขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มเติม จากที่มีโชว์รูมและศูนย์บริการ 3 แห่งในปัจจุบัน จะเพิ่มเป็น 15 โชว์รูม พร้อมศูนย์บริการ 25 แห่ง ภายใน 12 เดือนนับจากนี้ โดยจำนวนศูนย์บริการ 12 แห่งที่เพิ่มขึ้นมานั้น จะแบ่งออกเป็นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 6 แห่ง และในพื้นที่ต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ อาทิ พัทยา ภูเก็ต อีก 6 แห่ง

รอยัล เอนฟิลด์ ถือเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์ระดับกลางของโลก ที่ใช้เครื่องยนต์ 250-750 ซีซี. โดยในปีที่ผ่านมา พวกเขามียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์กว่า 8 แสนคัน โดยเกือบทั้งหมดเป็นยอดจำหน่ายในอินเดีย และปัจจุบัน โรงงาน 3 แห่งในอินเดียมีกำลังการผลิตรวมกันกว่า 1 ล้านคันต่อปี และทำการส่งออกรถจักรยานยนต์ไปจำหน่ายทั่วโลกปีละ 3 หมื่นคัน โดยพวกเขาวางแผนที่จะบุกตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าอาจจะมีการตั้งโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ในบราซิลในอนาคต

Royal Enfield

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

GolF - 20/07 - 15:43

Diversity ไปกับ Mercedes-Benz เมื่อความไม่เท่าเทียมกำลังเปลี่ยนโลกสู่อนาคต

Diversity โครงการจาก Mercedes-Benz ที่แสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันอย่างหลากหลายของมนุษย์ และถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก แถมยังสานต่อไปยังกลุ่มเยาวชนในโรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา ที่พวกเขาดูแลกันมาอย่างยาวนาน หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิซัดถล่มชายฝั่งภาคใต้ของประเทศไทยในปี 2547 ชื่ีอของโรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา ก็เป็นที่รู้จักในกลุ่มสื่อมวลชนสายยานยนต์ เมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กแห่งนี้ในการฟื้นฟูให้กลับมาสู่ภาวะปกติ สนับสนุนกิจกรรมที่มากหน้าหลายตา และที่สำคัญ ค่ายรถตราดาวยังมีการพาคณะสื่อมวลชนลงไปเยี่ยมชมที่โรงเรียนแห่งนี้กันเป็นประจำเกือบทุกปี....

OakkyBear - 20/07 - 12:30

Quick Shifter (ควิก ชิฟต์เตอร์) คืออะไร?

Quick Shifter (ควิก ชิฟต์เตอร์) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ใส่มาเป็นอุปกรณ์มาตราฐานให้กับบิ๊กไบค์บางรุ่น และยังมีผลิตเป็นอุปกรณ์ตกแต่งให้ได้เสียเงินซื้อมาตกแต่งกันเพิ่มอีกด้วย แต่ ควิก ชิฟต์เตอร์ นั้นทำงานยังไงและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง? โดยหลักการทำงานของ ควิก ชิฟต์เตอร์ นั้น จะทำงานโดยเข้าไปตัดรอบเครื่องยนต์ผ่านกล่อง ECU ที่ควบคุมระบบจุดระเบิดเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อทำให้การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลและรวดเร็วขึ้น โดยที่ไม่ต้องกำครัชและผ่อนคันเร่ง โดยปกติการเปลี่ยนเกียร์ของรถมีครัช....

Ken - 20/07 - 11:39

ลาทีจอขาวดำ Kawasaki ZX-10R เสริมเท่ด้วยจอ Race TFT สี่สีทันสมัยพร้อมเชื่อมต่อ Wi-Fi

ซูเปอร์ไบค์ระดับเทพของค่ายยักเขียวอย่างKawasaki ZX-10R ไม่คิดว่าจะมีจอสี่สี TFT กับเขาบ้างรึไง ถ้าคุณอยากได้เรามีชุดแต่งมาแนะนำ MMS Performance เปิดตัวเรือนไมล์ Race-TFT สี่สีในชื่อ AIM MXK10 ติดตั้งง่ายแค่เสียบปลั๊กพร้อมรับรองหลากหลายการเชื่อมต่อและฟังก์ชะ่นการใช้งานครบๆ สำหรับสายสนาม ด้วยดีไซน์ที่เท่ล้ำสมัย ฟังก์ชั่นที่ทางบริษัทผู้ผลิตแจ้งมาคือรองรับ GPS Lap....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

21/03/19 18:36

Toyota ประกาศเดินหน้าอีโคคาร์ 2 ปีนี้ ตั้งเป้าปิดเฟสแรกตามแผน ชี้เหตุเมินอีโคอีวี

ก่อน

[Launch] เปิดตัว TR Transformer 2 เครื่องใหม่ 2.8 ลิตร พร้อมพาชมตัวแต่งพิเศษ ค่าตัว 2.22 ล้านบาท

ต่อไป

next article

[Launch] เปิดตัว TR Transformer 2 เครื่องใหม่ 2.8 ลิตร พร้อมพาชมตัวแต่งพิเศษ ค่าตัว 2.22 ล้านบาท