รีวิว PEUGEOT 3008 และ 5008 เอสยูวีเลือดน้ำหอม กลับมาเพื่อเสนอความแตกต่าง | Review

PEUGEOT แบรนด์รถยนต์หรูเมืองน้ำหอม ถูกพูดถึงชื่อให้ได้ยินกันอีกครั้ง หลังกลับเข้ามาทำตลาดภายใต้การบริหารของเปอโยต์ ประเทศไทย เมื่อสักช่วงกลางปีที่ผ่านมา

PEUGOET

คุณเคยขับ PEUGEOT ไหมครับ…?

หลายคนที่นับอายุได้เกินหลักสี่สักหน่อยน่าจะตอบว่า…เคย กันเสียมาก

ถ้านับนิ้วถอยหลังอายุลงมาเยอะสักหน่อย คงตอบว่าไม่ ยกเว้นที่บ้านยังพอจะมีรุ่นเก่ารุ่นแก่ของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวที่เป็นระดับบิ๊กแฟนถือครองเอาไว้อยู่

เปอโยต์เป็นแบรนด์ระดับตำนานแบรนด์หนึ่งของโลก อายุอานามก็ทะลุ 200 ปี เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่หลายคนยังไม่เกิด ช่วงนึงได้รับความนิยมมาก เพราะจัดเป็นรถยุโรปที่มีเอกลักษณ์เอาเรื่อง

แต่ในความลุมดอนของการทำตลาดที่ผ่านมาทำให้ เปอโยต์ ไปไม่ถึงไหน

PEUGOET

การกลับมาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังครั้งนี้ ดูจะชักชวนให้แฟนานุแฟนของแบรนด์สิงห์ตะกายฟ้า ดูมีความหวังกันอยู่ไม่น้อย

PEUGEOT 3008 และ 5008 คือสองเอสยูวีที่เปอโยต์เลือกนำเข้ามาทำตลาด เหตุผลก็น่าจะด้วยตลาดเอสยูวีกำลังโตและมีช่องทางพอจะแบ่งเค้กออกมาได้ และที่สำคัญคือ โรงงานในมาเลเซียที่เป็นแหล่งนำเข้าเพิ่งจะผลิตรถแค่สองรุ่นนี้เท่านั้น

สำหรับผมนับเป็นการลองขับรถยนต์แบรนด์นี้เป็นครั้งแรก…ตื่นเต้นเอาเรื่อง

แต่ด้วยระยะทางและรูปแบบการทดสอบที่ต้องเปลี่ยนมือกันขับในระยะสั้นไปสักหน่อยอาจจะยังไม่สามารถพอจะอธิบายประสิทธิภาพของรถออกมาได้อย่างเต็มที่นัก แต่ก็น่าพอจะบรรยาภาพได้

3008 และ 5008 แม้จะมองผ่านๆ จะเห็นและตัดสินในทันทีได้เลยว่ามันคือรถรุ่นเดียวกัน เพราะรูปร่างหน้าตา โดยเฉพาะด้านหน้าเหมือนกันแทบทุกตารางนิ้ว แถมเครื่องยนต์ยังเป็นตัวเดียวกันด้วยซ้ำ

PEUGOET

ทีมงานเปอโยต์อธิบายพอเป็นสังเขป ถึงการดูและทำความเข้าใจในรหัสเรียกขานรุ่นรถ “ตัวเลขน้อยรุ่นเล็ก ตัวเลขมากรุ่นใหญ่”

เช่น 3008 ตัวเลขแรก คือ ซีรีย์ ตัวเลข 00 ตรงกลาง คือการระบุว่าเป็นประเภทเอสยูวี ส่วนตัวเลขสุดท้าย คือ รุ่นรถ ฉะนั้นชัดเจนว่าสองรุ่นนี้ ต่างกันเรื่องขนาดเป็นแน่แท้

เปอโยต์ 3008 เป็นรถเอสยูวีขนาด 5 ที่นั่ง ส่วน 5008 เป็นขนาด 7 ที่นั่ง ซึ่งเปอโยต์ 5008 มีขนาดที่ยาวกว่าเล็กน้อย และมีน้ำหนักที่แตกต่างกันประมาณสัก 60 กิโลกรัม

ทั้งคู่มีพื้นฐานการดีไซน์ที่คล้ายคลึงกันมากตามสไตล์รถยุโรป เน้นความเรียบง่าย หรูหรา แต่หากมองจากด้านข้างจะเริ่มเห็นความแตกต่างตั้งแต่บริเวณเสา B เป็นต้นไป ไฟหน้าแอลอีดีมีมุมแหลมคมเหมือนเขี้ยวสิงห์(เค้าว่างั้นนะ) ไฟท้ายออกแบบให้ดูเป็นกรงเล็บสิงห์โต

ในภาพรวมของรูปลักษณ์ดูแปลกตา มีทั้งความพลิ้วไหวและแข็งแกร่งในคันเดียว มีบางเหลี่ยมมุมดูคลับคล้ายรถยุโรปสายลุยยี่ห้อหนึ่ง แต่ก็มาถูกดักอารมณ์ด้วยเส้นสายชะมดชะม้อยตั้งแต่ด้านข้างรถจนมาถึงกระจังหน้า

ภายในทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาเหมือนกันแต่ดูจะแตกต่างกันเรื่องวัสดุบางส่วน ห้องโดยสารแบบ i-Cockpit ดูมีความสปอร์ตผสานไปกับความหรูหราทันสมัย ความโดดเด่นที่ทะลุเข้าตาคือบริเวณคอนโซลหน้าทั้งหมด

ไล่เรียงตั้งแต่ พวงมาลัยทรงสปอร์ตขนาดเล็ก ตัดหัว-ท้าย ประหลาดตา อารมณ์แรกที่สัมผัสรู้สึกว่าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ควรมาอยู่ในรถเอสยูวีเลยเถอะพ่อคุณ มันควรอยู่ในกลุ่มรถซีดานทรงสปอร์ตทั้งหลายแหล่ของเปอโยต์เสียมากกว่า

PEUGOET

แต่เมื่อเงยหน้ามองมาตรวัดแบบ Head-up Digital Cluster ขนาด 12 นิ้ว ที่เปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้มากถึง 5 รูปแบบ และก็พอเข้าใจในดีไซน์ของพวงมาลัย ที่ช่วยให้ไม่บดบังสายตายามมองมาตรวัด แม้ตำแหน่งการวางมือจะรู้สึกต่ำกว่าปกติ

บริเวณชุดควบคุม ตรงกลางเป็นแบบก้านเปียโนดูน่าใช้งานหรูหรา เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบอินโฟเทนเมนท์ ตรงกลางเป็นแบบก้านเปียโนดูน่าใช้งานหรูหรา ชุดควบคุมเกียร์รูปทรงสปอร์ตแปลกตาใช้งานไม่ยาก

เบาะนั่งออกแบบรับกับสรีระร่างได้ดีทั้งหน้าและหลัง เลือกใช้วัสดุหนังแท้อย่างดี ช่องวางของเต็มพิกัดรอบคัน ออกแบบมารองรับการใช้งานเพื่อความอเนกประสงค์อย่างลงตัว หลังคาพาโนรามิคซันรูฟกว้างสุดตา

พื้นที่การนั่งของผู้โดยสารด้านหลังกว้างขวางสะดวกสบาย แม้รูปทรงจะดูเป็นหลังคาตัดแต่ก็มีพื้นที่เฮดรูมเหลือเฟือ แต่จะมีความแตกต่างกันระหว่างสองรุ่นอยู่บ้าง คือ ในรุ่น 5008 จะมีชุดปรับความแรงลมของแอร์แถวหลัง และช่องเสียบยูเอสบี ส่วน 3008 จะมีแค่ช่องเสียบยูเอสบีเท่านั้น

ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์เดียวกัน คือ เบนซินทวินสกรอลล์เทอร์โบ 4 สูบ 1.6 ลิตร 167 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร ที่ 1,400 รอบ/นาที ผสานเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แบบ Electric Impluse

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอสันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง ด้านหลังคานแข็งกึ่งอิสระพร้อมคอยล์สปริง ล้อแม็คลายสปอร์ตสวยงาม ขนาด 18 นิ้ว

หลังจากปรับตัวกับตำหน่งการนั่งให้เข้ากับพวงมาลัยได้หลังจากขับออกมาได้สัก 30 กิโลเมตร ก็พอจะเริ่มขยับเล่นกับความเร็วไปจนถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถมากขึ้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือ ขนาดของรถไม่ได้เป็นปัญหากับกำลังของเครื่องยนต์แต่อย่างใด

การกดคันเร่งเรียกความเร็วทั้งของรถทั้งสองรุ่น ดูว่า 5008 จะตอบสนองดีกว่าเล็กน้อย การทำงานของเครื่องยนต์กับเกียร์ทำได้อย่างไหลลื่นนุ่มนวลสมกับเป็นรถยุโรป พวงมาลัยน้ำหนักกำลังดี คมแม่นยำในระดับหนึ่งโหมดสปอร์ตหลังจากลองกดใช้ ยกระดับความสนุกของการขับขี่ขึ้นได้ คันเร่งตอบสนองเร็ว ให้อารมณ์สปอร์ตปรู๊ดปร๊าดเชียวละ

ช่วงล่างดูแน่นหนึบ แอบมีความกระด้างบ้างเล็กน้อย ในความเป็นรถขับหน้า การเข้าโค้งเร็ว ๆ หน้ามีอาการดื้อเอาเรื่อง ต้องเติมด้วยการหักพวงมาลัยเล็กน้อย แต่ถ้าใส่เต็ม ๆ ก็พอจะมีอาการท้ายออกหน่อย ๆ เก็บเสียงจากเครื่องยนต์ได้ดี แต่ก็ดูจะมีเสียงลมปะทะจากด้านนอกเข้ามารบกวนพอควร

ระยะทางการทดสอบ 200 กว่ากิโลเมตร แบบสลับกันขับ 3 คน อัตราสิ้นเปลืองอยู่ประมาณ 16-17 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดใช้ได้เลยกับไซส์รถใหญ่โตขนาดนี้

สรุปโดยรวม การวางตำแหน่งทางการตลาด เปอโยต์ดูจะไม่ได้มุ่งหวังไปแย่งยอดจากกลุ่มบนของตลาด แต่กลับวางเป้าไปที่ตลาดแมสอย่าง ฮอนด้า ซีอาร์-วี, มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 เสียมากกว่า สมรรถนะหากเทียบกับคู่แข่งในตลาดถือว่าเหนือกว่าบางตัวอยู่มาก โดยเฉพาะในเรื่องของช่วงล่าง

ด้วยสนนราคาของ เปอโยต์ 3008 ราคาเริ่มต้น 1.549 ล้าน เปอโยต์ 5008 ราคาเริ่มต้น 1.749 ล้านบาท จัดเป็นรถยุโรปที่อยู่ในกลุ่มที่จับต้องได้และโอกาสเปลี่ยนใจมาหาไม่ยาก เพราะนอกจากจะกว้างขวางและเทคโนโลยีไม่น้อยหน้าใครแล้ว ยังมีความแตกต่างทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ทั้งภายในและภายนอก น่าจะเติมเต็มความต้องการของผู้ต้องการความยูนีคได้ไม่ยาก

PEUGOET

ปัญหาเดียว คือ ความเชื่อใจของลูกค้า ทั้งด้านของงานบริการ อะไหล่ และการเข้าถึงศูนย์บริการได้ง่าย ที่ต้องสร้างและดึงกลับมาจากกลุ่มผู้ผิดหวังจากเจ้าเดิมในอดีต เพราะเอาเข้าจริงรถแบรนด์นี้มีกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอยู่ไม่น้อยในเมืองไทย

ส่วนจะเดินหน้าลุยได้มากน้อยแค่ไหน ให้เป็นเรื่องของเวลา…

แท็กยอดนิยม

Avatar
KRINJUN
แรงบันดาลใจในชีวิต คือ กินอิ่ม นอนหลับ โทรศัพท์ โอนเงินได้

วีดิโอ