ผู้บริหาร Porsche ยอมรับวิกฤตโกงมลพิษดีเซลส่งผลกระทบใหญ่หลวง

หลังจาก Porsche ประกาศยกเลิกการทำตลาดรถดีเซลอย่างถาวรไปแล้ว ลองมาฟังความเห็นของผู้บริหารถึงที่มาที่ไปของการตัดสินใจดังกล่าว

วิกฤตโกงมลพิษที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก Volkswagen Group นั้นไม่ได้ส่งผลด้านลบกับเฉพาะแบรนด์รถ Volkswagen อย่างเดียวเท่านั้น แต่แบรนด์อื่นใต้ชายคาเดียวกันล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ทั้ง Skoda, Audi, Seat และ Porsche ที่ต้องประกาศเรียกคืนรถหลายล้านคันเพื่อนำมาแก้ไข

โอลิเวอร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Porsche ยอมรับว่าวิกฤตการบิดเบือนค่ามลพิษส่งผลอย่างหนักหน่วงต่อชื่อเสียงของบริษัท

Porsche

เราไม่ได้กำลังทำให้เครื่องยนต์ดีเซลมีภาพลักษณ์ในแง่ลบ เรายอมรับว่าเครื่องยนต์ดีเซลจะยังคงเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อไป แต่ภาพลักษณ์ของ Porsche ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงและสร้างปัญหาให้เราอย่างมาก” บลูมกล่าว

Porsche ยกเลิกการรับจองรถดีเซลอย่าง Panamera 4S Diesel และ Macan S Diesel ไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยค่ายรถสปอร์ตจากสตุทการ์ทรายนี้ไม่เคยพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลเอง แต่หยิบยืมมาจาก Audi ซึ่งว่ากันว่ามีเทคโนโลยีดีเซลที่ดีที่สุดในโลก

เมื่อ Porsche ยุติการทำตลาดดีเซลไปแล้ว พวกเขาจะหันไปให้ความสำคัญกับขุมพลังเบนซินควบคู่กับระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ทั้งปลั๊กอินไฮบริดและระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยเตรียมทุ่มงบประมาณมหาศาลถึง 7 พันล้านเหรียญสหรัฐในอีก 4 ปีข้างหน้าเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ