เผยโฉม McLaren Speedtail ซูเปอร์คาร์สุดโหด ท็อปสปีดทะลุ 400 กม.ต่อชม.

ได้ฤกษ์เผยโฉมอย่างเป็นทางการ McLaren Speedtail คือซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่รับหน้าที่สานต่อตำแหน่งรถสมรรถนะสูงระดับท็อปอย่าง McLaren F1 

Speedtail เป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในไลน์ผลิตภัณฑ์ Ultimate Series ถึงแม้จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลระบบขับเคลื่อน แต่ก็มีการยืนยันแล้วว่าจะใช้ระบบไฮบริด เบนซิน-ไฟฟ้า รีดพละกำลังมหาโหด 1,036 แรงม้า มีท็อปสปีดอยู่ที่ 250 ไมล์ต่อชม. หรือกว่า 403 กม.ต่อชม.

McLaren Speedtail

ค่ายรถจากเมืองผู้ดีระบุว่า Speedtail จะสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านอัตราเร่ง โดยการออกตัวจาก 0-300 กม.ต่อชม. ทำได้ในเวลาเพียง 12.8 วินาทีหรือเร็วกว่า Bugatti Chiron อยู่ 0.3 วินาที (Chiron ทำได้ที่ 13.1 วินาที)

ทุกชิ้นส่วนตัวถังของ Speedtail ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาและลดแรงเสียดทานอากาศ กระจกมองข้างใช้กล้องจับภาพแสดงผลบนหน้าจอที่ติดตั้งบนเสาหลังคาหน้าแทนที่กระจกแบบดั้งเดิมซึ่งช่วยเพิ่มความลู่ลมอีกระดับ ส่วนฝาปิดล้ออัลลอยด้านหน้าก็ช่วยลดลมหมุนเวียนในซุ้มล้อได้อีกทางหนึ่ง

ไฮไลท์ของการออกแบบตัวถังที่เตี้ยแบนราวกับยานอวกาศในภาพยนตร์ไซไฟยังรวมถึงปีกสปอยเลอร์ท้ายที่ยกตัวและหุบลงได้อย่างแนบเนียนตามความเร็วของตัวรถ มิติตัวถังของ Speedtail มีความยาวถึง 5,137 มม. ซึ่งยาวกว่าทั้ง P1 และ Chiron

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้เบาะผู้ขับขี่ตั้งตระหง่านตรงกลางค็อกพิท และผู้โดยสาร 2 คนนั่งอยู่ด้านหลังแยกซ้ายขวา โครงสร้างเบาะที่นั่งทุกตัวทำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ตัวเบาะยึดติดกับแชสซีส์ตัวรถซึ่งเป็นแบบโมโนค็อก McLaren พัฒนาวัสดุหนังหุ้มเบาะประเภทใหม่ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถ “สไลด์” เข้าไปนั่งบนเบาะได้ง่ายดายมากขึ้น แต่ยังโอบกระชับตัวผู้นั่งได้อย่างมั่นคง

McLaren Speedtail

แผงควบคุมเบื้องหน้าผู้ขับขี่ดูล้ำยุคทั้งสีสันและวัสดุ มีหน้าจอทัชสกรีนความละเอียดสูงถึง 3 ตัวจัดวางอย่างสมดุล แทบจะไม่มีสวิทช์และปุ่มควบคุมดั้งเดิม แหงนหน้ามองบนเพดานยังมีโหมดการขับขี่ให้กดเลือกราวกับอยู่ในเคบินห้องนั่งบินรบอย่างไรอย่างนั้น

โหมดการขับขี่ที่น่าสนใจก็คือ Velocity ซึ่งผู้ขับขี่สามารถกดได้เมื่อต้องการควบทะยานด้วยความเร็วสูง โดยปีกหลังจะยกตัวขึ้น ตัวรถจะเตี้ยลงกว่าเดิมอีก 35 มม. ส่วนกระจกมองข้างจะพับเก็บเพื่อให้ตัวรถแหวกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

McLaren Speedtail

McLaren เผยว่าแชสซีส์คาร์บอนโมโนค็อกนั้นใช้วัสดุประเภทใหม่ที่ใช้ “การสานใยไทเทเนียม” หรือ Titanium Deposition Carbon Fibre ซึ่งทำให้วัสดุมีลักษณะเป็นประกายคล้ายโครเมียม มีความแข็งแกร่งมากและน้ำหนักเบา

Speedtail จะมีจำนวนผลิตเพียง 106 คันในโลกเท่านั้น และทุกคันถูกจับจองหมดเกลี้ยงแล้ว ทาง McLaren ยังนำเสนอการตกแต่งที่ทำให้แต่ละคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ราคาจำหน่ายเคาะเบาะๆ ที่ 1.75 ล้านปอนด์ กำหนดการส่งมอบคันแรกในปี 2020

McLaren Speedtail

กำลังติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่  Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ