ตลาด รถแฮทช์แบ็ก เดือด MG3 รุ่นใหม่ ท้าชน Honda Jazz และ Mazda 2

MG3 ได้รับการปรับโฉมเพิ่มความสดใหม่เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด รถแฮทช์แบ็ก ขนาดเล็กกับคู่แข่งอีกหลายรุ่นโดยเฉพาะค่ายรถจากญี่ปุ่นที่ถือว่าเป็นเจ้าตลาดมาเนิ่นนาน

ท่านผู้อ่านบางคนอาจกำลังชั่งใจเลือกซื้อรถแฮทช์แบ็กขนาดย่อมสำหรับใช้งานในเมืองก็ได้ ขับออกต่างจังหวัดก็สบาย AutoStation จึงขอนำข้อมูลของรถ 3 รุ่นทั้ง MG3 – Honda Jazz และ Mazda 2 มาเปรียบเทียบกันให้เห็นกันชัดๆ ว่าจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละรุ่นมีอะไรกันบ้าง แต่อย่าลืมทดลองขับขี่ให้ครบทุกรุ่นก่อนตัดสินใจ

รถแฮทช์แบ็กรูปลักษณ์ของ MG3 ใหม่เน้นแนวคิดสนุกสนานตามการสื่อสารการตลาด “WE ARE FUN” 

รูปลักษณ์

หน้าตาการออกแบบถือเป็นเรื่องต่างจิตต่างใจ หลายคนอาจชื่นชอบดีไซน์ที่เรียบง่ายแฝงลูกเล่นนิดหน่อยของแบรนด์ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดอย่าง Honda Jazz แต่บางคนชื่นชมความสปอร์ตปราดเปรียวตามเอกลักษณ์ KODO DESIGN ของ Mazda 2 ขณะเดียวกัน MG3 รุ่นปรับไมเนอร์เชนจ์ก็ถือว่าน่าสนใจด้วยความสดใหม่และสปอร์ตสวยงามแบบยุโรป จุดเด่นจะอยู่ที่รูปลักษณ์ด้านหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงกระจัง แผงกันชน และโคมไฟ พร้อมเดย์ไลท์ยกชุด

ภายในห้องโดยสารของ Honda Jazz มีความเรียบง่ายและเน้นฟังก์ชั่นใช้งานมากที่สุด มีกลิ่นอายความหรูหราแต่ยังใช้เบาะผ้าสีดำเดินด้ายสีส้มในรุ่นสูงสุด ดีไซน์เน้นเหลี่ยมคมที่ไม่หวือหวาแต่รองรับการใช้งานได้ดี จุดเด่นอยู่ที่ความกว้างขวางที่มากที่สุดในระดับเดียวกัน พื้นที่เก็บของมีความจุมากถึง 906 ลิตรเมื่อพับเบาะด้านหลังให้แบนราบ

รถแฮทช์แบ็กHonda Jazz มีเส้นสายหวือหวาเล็กน้อยถูกใจทุกเพศทุกวัย

ดีไซน์ห้องโดยสารของ Mazda 2 ผสมผสานความสปอร์ตและบรรยากาศแบบพรีเมียมด้วยการเน้นสีเข้ม พนักพิงเบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้ 60:40 เพิ่มพื้นที่กว้างวางสัมภาระขนาดใหญ่ได้สบาย แต่ความกว้างขวางยังเป็นรอง Jazz

MG3 ถูกปรับเปลี่ยนดีไซน์ห้องโดยสารเช่นกันทั้งแผงแดชบอร์ดดีไซน์ใหม่ ช่องแอร์ทรงกลม รวมไปถึงพวงมาลัยดีไซน์ใหม่ดูอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือและให้กลิ่นอายเรซซิ่ง พร้อมการตกแต่งเบาะนั่งแบบทูโทนและลวดลายพิเศษสะดุดตาที่เข้ากับบนแผงคอนโซลที่สอดคล้องกับนิยามใหม่ “WE ARE FUN” หรือ “มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” เบาะที่นั่งหลังสามารถปรับพับแยกส่วนในการเก็บสัมภาระแบบ 60:40

รถแฮทช์แบ็กMazda 2 เน้นความสปอร์ตปราดเปรียว

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

Honda Jazz รุ่นท็อปไลน์ RS+ มาพร้อมไฟหน้าและไฟท้าย LED ไฟตัดหมอก กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปุ่มสตาร์ท ครูสคอนโทรล พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ลำโพง 6 ตัว มีระบบเชื่อมต่อบลูทูธ พอร์ท USB, HDMI และ AUX

สำหรับตัวท็อปไลน์ Mazda 2 XD Sports High Plus L ใช้ไฟหน้า ไฟตัดหมอกและเดย์ไลท์ LED ระบบกุญแจสมาร์ทคีย์ ปุ่มสตาร์ท ระบบครูสคอนโทรล ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ ระบบเชื่อมต่อบลูทูธพร้อมสวิทช์ที่พวงมาลัย ระบบจดจำเสียง พอร์ท USB, SD Card, AUX ลำโพง 6 ตัว

รถแฮทช์แบ็กห้องโดยสารของ Mazda 2 ใช้โทนสีเข้มขรึมขลัง

MG3 รุ่นสูงสุดมาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ เดย์ไลท์ และไฟท้าย LED ในค็อกพิทมีหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ไฮไลท์อยู่ที่ระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART มาพร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก สามารถฟังเพลงจากศิลปินค่ายต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ  USB และยังสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีครูสคอนโทรล พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วาง สายโทรศัพท์ด้วยปลายนิ้วสัมผัส มาพร้อมกับกุญแจรีโมท

เครื่องยนต์

Jazz ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC ความจุ 1.5 ลิตร พละกำลัง 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่องซีวีทีแบบ 7 สปีด พร้อมระบบช่วยขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ECO Assist รองรับพลังงานทางเลือก E85

รถแฮทช์แบ็กลวดลายสะดุดตาในห้องโดยสาร MG3 สร้างเอกลักษณ์ต่างจากคู่แข่ง

ขยับมาที่ Mazda 2 ตัวท็อปวางเครื่องยนต์ดีเซล 1,500 ซีซี เทอร์โบแปรผัน มีแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร พร้อมหัวฉีดโซลีนอยด์ อัตราส่วนกำลังอัดต่ำเพียง 14.8:1 ผ่านมาตรฐานข้อบังคับมลพิษระดับ Euro 5 ของยุโรป ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แค่ 100 กรัม/กม. มีตัวเลขประหยัดน้ำมันระดับ 26.3 กม./ลิตร

สำหรับหัวใจของ MG3 ใหม่คือเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาดความจุ 1.5 ลิตร ให้พละกำลัง 112 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุด

ความปลอดภัย

ความปลอดภัยของ Honda Jazz ถือว่าครบครันที่สุดรุ่นหนึ่งในระดับเดียวกัน ถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้าง และม่านถุงลมรวม 6 จุด ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ

รถแฮทช์แบ็กพื้นที่ภายในของ Honda Jazz กว้างขวางที่สุดในระดับเดียวกัน

Mazda 2 มาพร้อมแพ็คเกจ ¡-ACTIVSENSE ได้แก่ระบบ ABSM ช่วยระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบ RCTA เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ ระบบ DSC ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบ TCS ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ระบบ ESS ซึ่งเป็นสัญญาณไฟกะพริบเมื่อเบรกรถในภาวะฉุกเฉิน จอแสดงภาพกล้องมองหลัง รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า

ระบบความปลอดภัยของ MG3 ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า โครงสร้างตัวถังนิรภัย USD ระบบความปลอดภัยเด่นๆ ได้แก่ ระบบควบคุมการทรงตัว SCS ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง  CBC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR

ราคา

Honda Jazz

รถแฮทช์แบ็ก

รุ่น RS+ ราคา 7.54 แสนบาท

รุ่น RS ราคา 7.39 แสนบาท

รุ่น V+ ราคา 6.94 แสนบาท

รุ่น V ราคา 6.54 แสนบาท

รุ่น SCVT ราคา 5.94 แสนบาท

รุ่น SMT ราคา 5.55 แสนบาท

Mazda 2

รถแฮทช์แบ็ก

รุ่น 1.3 Sports Standard ราคา 5.30 แสนบาท

รุ่น 1.3 Sports High ราคา 5.90 แสนบาท

รุ่น 1.3 Sports High Connect ราคา 6.20 แสนบาท

รุ่น 1.3 Sports High Plus ราคา 6.70 แสนบาท

รุ่น XD Sports ราคา 6.80 แสนบาท

รุ่น XD Sports High Connect ราคา 7.50 แสนบาท

รุ่น XD Sports High Plus L ราคา 7.89 แสนบาท

MG3

รถแฮทช์แบ็ก

MG3 รุ่น V ราคา 6.29 แสนบาท

MG3 รุ่น X ราคา 5.89 แสนบาท

MG3 รุ่น D ราคา 5.49 แสนบาท

MG3 รุ่น C ราคา 5.19 แสนบาท

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ