รถยนต์มาตรฐาน EURO 5 และ EV แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้จริงหรือไม่? วันนี้มีคำตอบ

เขียนโดย

เขียนโดย 09/04/19 10:35

ไขข้อข้องใจ ทำไมในบ้านเราปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ปัญหาเกิดจากอะไร การอัพเกรดมาตรฐานรถยนต์เป็น EURO 5 หรือ รถ EV รวมไปถึงน้ำมัน EURO 5 จะช่วยได้หรือไม่ วันนี้มีคำตอบ

ตั้งแต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลายท่านน่าจะทราบดีถึงปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ PM 2.5 ที่นับวันยิ่งร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในตอนนี้ จังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นเขตที่อันตรายที่สุดในโลกไปแล้ว

และ กรุงเทพมหานคร ก็เช่นเดียวกัน ในทุกวันนี้แม้จะดูว่าท้องฟ้า หรืออากาศปลอดโปร่งกว่าในช่วงต้นปี แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่! เพราะค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์อยู่

ผลกระทบจาก PM 2.5 หากสูดอากาศที่มีการเจือปน อาจทำให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง โรคอัลไซเมอร์ หรือ โรคระบบประสาทอื่นๆ โรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ และ ทำลายพัฒนาการทางสมองของเด็ก

จากการสำรวจพบว่าคนไทยเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษทางอากาศถึง 50,000 ราย / ปี

โดยสาเหตุของการเกิด PM 2.5 มีหลายประการไม่ว่าจะเป็น การเผาพื้นที่การเกษตร การก่อสร้างรถไฟฟ้าพร้อมกันทั้ง 8 สาย ในเขตกรุงเทพ จำนวนรถยนต์มหาศาล ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีรถยนต์ถึง 6 ล้านคัน ในกรุงเทพ ซึ่งท้องถนนสามารถรองรับได้เพียง 1-2 ล้านคัน เท่านั้น

จึงไม่แปลกใจที่ กรุงเทพ เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย ด้านรถติด โดยเฉลี่ยรถติดนานถึง 64.1 ชั่วโมง / ปี เลยทีเดียว

แหล่งที่มาของมลพิษฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร แบ่งได้ดังนี้

1.ไอเสียดีเซล จากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ 52%

2.การเผาชีวมวล จากการเผาในที่โล่งแจ้ง 35%

3.ฝุ่นละอองทั่วไป จากการก่อสร้าง 8%

4.โรงงาน จากปล่องระบาย 4%

5.ดิน จากพื้นที่ที่เป็นดิน 1%

จากข้อมูลจะพบว่า ต้นเหตุหลักๆ คือ ไอเสียดีเซล จากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ จะด้วยจากอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะการดัดแปลงรถยนต์ หรือคุณภาพน้ำมัน รวมไปถึงมาตรฐานรถยนต์ EURO

ณ ปัจจุบันในไทยยังคงใช้มาตรฐาน EURO 4 ที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี 2555 และในยุโรปใช้กันมาตั้งปี 2548 ซึ่ง ณ ปัจจุบันยุโรปนำหน้าไปถึง EURO 6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยในไทยตั้งเป้าอัตเกรดรถยนต์เป็น EURO 5 ในช่วงปี 2564 โดยในยุโรปใช้มาตั้งแต่ปี 2552 ถือว่า ล้าหลังกว่า 12 ปี เลยทีเดียว

หลายคนอาจสงสัยอัพเกรดมาตรฐานรถยนต์เป็น EURO 5 แล้วจะดีอย่างไร ผมได้นำกราฟมาให้ชมกันถึง อัตราลดการปล่อยไอเสียทุกประเภท

ซึ่งสังเกตุจะเห็นว่าเมื่อเราอัพเกรดมาตรฐานรถเป็น EURO 5 แล้ว ไม่ว่าเราจะเติมน้ำมันแบบ EURO 4 (ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้) หรือ EURO 5 มลพิษต่างๆ ลดลงไปอย่างมาก

แบบนี้ก็น่าจะพอทราบแล้วว่า แนวทางในการช่วยเหลือ และช่วยกันของประชาชนคืออะไร ถ้าทุกคนอยากให้คุณภาพชีวิต และสุขภาพของตนเองและคนรอบข้างดีขึ้น

ทางด้านรถยนต์ EV หรือรถไฟฟ้าล้วน แน่นอนเมื่อการขับขี่ไร้การสันดาปภายใน การปล่อยมลพิษย่อมไม่มี หากยานยนต์ส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้รถพลังไฟฟ้ากันมากขึ้น มลพิษก็จะลดลงอย่างแน่นอน

แต่สำหรับบ้านเรา ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องปรับเปลี่ยน และพัฒนาเพื่อรองรับการใช้งานรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตและการพัฒนาขุมพลังไฟฟ้า

การเพิ่มจุดชาร์จ ให้มีมากพอที่จะรองรับการใช้งาน รวมไปถึงมีในทุกๆ จุดและระยะเพื่อครอบคลุมอย่างทั่วถึง และสุดท้ายคือต้องเข้าถึงประชาชนได้ง่าย อาจจะด้วยราคาที่ประหยัด หรือ กระจายความรู้เกี่ยวกับการใช้งาน ประโยชน์ของรถไฟฟ้า ให้ประชาชนทราบมากกว่านี้

ซึ่งถ้าให้เทียบกันระหว่าง พัฒนารถยนต์เป็นมาตรฐาน EURO 5 กับ เปลี่ยนยุครถเป็นรถไฟฟ้า แล้ว การอัพเกรดมาตรฐานรถยนต์เป็น EURO 5 น่าจะใกล้เคียงความเป็นจริง และทำได้จริงในบ้านเรามากที่สุด

อย่างไรก็ตามต้องรอการสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาล และการให้ความร่วมมือของค่ายรถยนต์ และนักลงทุน กับการผลักดันมาตรฐานรถยนต์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งถ้าทำได้เร็วเท่าไร ปัญหามลพิษรวมไปถึง ฝุ่นละออง PM 2.5 จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดทันที แต่ท้ายที่สุดแล้ว การให้ความร่วมมือของประชาชนก็สำคัญที่สุดเช่นเคย ไม่ดัดแปลง บำรุงรักษาเสมอ เท่านี้ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ข้ามวิกฤตนี้ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ข่าวรถยนต์ เที่ยงตรง ฉับไว ก่อนใคร Autostation

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 24/04 - 15:30

เผยภาพ ศูนย์บริการรถยนต์ แห่งอนาคต เพียบพร้อมเทคโนโลยีและหุ่นยนต์

ผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ของอังกฤษทำการวิจัยความเห็นของผู้ใช้รถยนต์ก่อนนำมาสร้างเป็น ศูนย์บริการรถยนต์ แห่งอนาคตที่เพียบพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย บริษัทประกันภัย Direct Line ทำการสำรวจความคิดเห็นของคนอังกฤษทั่วไปกว่า 2,000 คนพบว่า 59% ไม่ต้องการทำงานในอู่ซ่อมรถหรือศูนย์บริการรถยนต์ โดยมีเพียง 26% เท่านั้นที่ต้องการทำงาน และตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 19% สำหรับผู้หญิง นั่นหมายความว่าอู่หรือศูนย์บริการในปัจจุบันไม่มีสภาพแวดล้อมที่น่าทำงานเท่าใดนัก Direct....

Monster - 24/04 - 13:40

ยางรถยนต์ ตัวเลขบนแก้มยาง บอกอะไรเราได้บ้าง? รู้ไว้จะได้เลือกเป็น

ยางรถยนต์ นับเป็นหัวใจหลักที่สำคัญของความปลอดภัยในการขับขี่ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนน ซึ่งหากเลือกยางผิด ชีวิตของคุณอาจตกอยู่ในอันตรายได้ การเลือกใช้ยางให้เหมาะสมกับการใช้งาน มีวิธีเบื้องต้นที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง นั่นก็คือการอ่านค่ายาง (ตัวเลขบนแก้มยาง) ซึ่งสามารถบอกข้อมูล และรายละเอียดต่างๆ ให้เราได้ทราบอย่างครบถ้วน ตัวอย่างตัวเลขบนแก้มยาง 215/45R17 จำแนกค่าต่างๆ ได้ดังนี้ 215 คือ....

SK - 24/04 - 13:00

Aston Martin DBS Superleggera Volante รถเปิดประทุนที่เร็วที่สุดของแบรนด์

Aston Martin ยกระดับมาตรฐานซูเปอร์คาร์ให้สูงอีกขั้นด้วยการเผยโฉม Aston Martin DBS Superleggera Volante มาพร้อมนิยามรถเปิดประทุนที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา DBS Superleggera Volante ใช้หัวใจขับเคลื่อนขนาดวี12 ความจุกระบอกสูบ 5.2 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศทวินเทอร์โบ ผลิตพละกำลังสูงสุดถึง 715....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

09/04/19 10:35

เผยโฉม 2020 Mercedes-AMG CLA 35 ขุมพลังเทอร์โบชาร์จ 302 แรงม้า

ก่อน

เผยโฉม Kia SP Signature รถต้นแบบครอสโอเวอร์ระดับบีเซกเมนท์

ต่อไป

next article

เผยโฉม Kia SP Signature รถต้นแบบครอสโอเวอร์ระดับบีเซกเมนท์