BMW ทยอยยกเลิกเครื่องยนต์ดีเซล หันไปมุ่งเน้นปลั๊กอินไฮบริดแทน

BMW เป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์รถยนต์พรีเมียมที่นำเสนอเครื่องยนต์ดีเซลในสหรัฐอเมริกา แต่ล่าสุดพวกเขาเตรียมปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งสำคัญ

ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีตกเป็นข่าวว่าเตรียมยกเลิกการทำตลาดรถเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาหลังจากปี 2018 เป็นต้นไป เพื่อหันไปทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่ให้กับการจัดจำหน่ายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดแทน

ข่าวการยกเลิกรถดีเซลหมายถึงการยุติการทำตลาดของรถหลายรุ่นในแดนมะกัน ไม่ว่าจะเป็น 328d, 540d xDrive และ X5 xDrive35d รวมถึง 540d xDrive ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาพร้อมขุมพลังดีเซล  6 สูบ TwinPower Turbo พละกำลัง 261 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ

BMW

540d xDrive มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 62,000 เหรียญสหรัฐซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นไฮบริด 530e xDrive iPerformance ที่มีค่าตัว 54,700 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เว็บไซต์ FuelEconomy.gov ทำการวิจัยการใช้งานและระบุว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริดจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่ารุ่นดีเซลประมาณ 100 เหรียญสหรัฐต่อปี

ขณะเดียวกัน BMW ยังเพิ่งเผยโฉม X5 xDrive45e iPerformance ที่จะออกทำตลาดดสหรัฐอเมริกาในปี 2020 มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง มอเตอร์ไฟฟ้า และชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พละกำลัง 388 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร

คุณสมบัติที่น่าสนใจของ X5 xDrive45e iPerformance ก็คือการทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม.ต่อชม. ในเวลาเพียง 5.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กม.ต่อชม. และสามารถโลดแล่นด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกล 64 กม. จึงคาดว่าจะเป็นหัวหอกโมเดลใหม่ในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดรถเอสยูวีขนาดกลาง

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ