กางแผน กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ Alfa Romeo เดินหน้ารุกตลาดเอสยูวี – รถสปอร์ตคูเป้

ถึงแม้จะมียอดขายไม่สู้ดีในช่วงหลัง แต่ Alfa Romeo ยังสู้ไม่ถอย ประกาศ กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ใหม่ในระยะ 4 ปีข้างหน้า เพียบพร้อมทั้งรถสปอร์ต เอสยูวี และการมุ่งเน้นระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า

หนึ่งในรถยนต์ที่น่าสนใจก็คือ GTV รถสปอร์ตคูเป้ที่เป็นการแตกไลน์จากรถซีดาน Giulia ซึ่งจะมาพร้อมรหัส Quadrifoglio บ่งบอกการเป็นรถสมรรถนะสูงเพื่อบดบี้กับคู่แข่งชั้นพระกาฬจากเยอรมนี ทั้ง BMW M4, Audi RS5 และ Mercedes-AMG C63

Alfa Romeo

แผนโรดแมพของ Alfa Romeo เน้นย้ำว่า GTV จะมาพร้อมการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบ 50-50 ห้องโดยสารรองรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่ง ที่น่าสนใจก็คือรุ่นท็อปไลน์จะมีพละกำลังทะลุหลัก 600 แรงม้าด้วยเทคโนโลยีขุมพลัง  E-Boost และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมระบบควบคุมแรงบิดอย่างเป็นอิสระ มีกำหนดการเปิดตัวในปี 2022

GTV จะถูกสมทบด้วยรถที่น่าสนใจอีกหนึ่งโมเดลคือ 8C การหวนคืนตลาดของรถซูเปอร์คาร์ระดับไอคอนที่จะใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริด รีดพละกำลังมากกว่า 700 แรงม้า เครื่องยนต์วางกลางลำ ติดตั้งระบบเทอร์โบคู่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า  ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. จะทำได้ในเวลาไม่ถึง 3 วินาที

Alfa Romeo

แบรนด์รถยนต์อิตาเลียนรายนี้ระบุว่า 8C จะใช้แชสซีส์โมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์ โดยภาพทีเซอร์ที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเผยให้เห็นยานยนต์เครื่องจักรสังหารที่มีรูปทรงปราดเปรียว โค้งมน และมีโลโก้ Quadrifoglio ประทับที่ส่วนท้ายรถด้วย

สำหรับคอรถยนต์เอสยูวีจะได้พบกับรถอเนกประสงค์อีก 2 รุ่นต่อจาก Alfa Romeo Stelvio โดยหนึ่งในนั้นจะมีขนาดคอมแพ็กต์ที่มีตำแหน่งการตลาดต่ำกว่า Stelvio ส่วนอีกหนึ่งโมเดลจะมีขนาดใหญ่กว่าโดยอยู่ในระดับเดียวกับ BMW X5, Mercedes-Benz GLE และ Audi Q7

Alfa Romeo ยังวางแผนทำตลาดรุ่นฐานล้อยาวสำหรับโมเดล Giulia และ Stelvio ออกทำตลาดจีนโดยเฉพาะซึ่งชื่นชอบรถที่นั่งสบาย และน่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในแดนมังกรได้เป็นอย่างดี

Alfa Romeo

แผนการทำตลาดเครื่องยนต์เป็นไปในทิศทางที่คาดเดากันได้เมื่อ Alfa Romeo ประกาศว่าจะโบกมือลาเครื่องยนต์ดีเซล และหันไปมุ่งเน้นระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ทั้งไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดที่สามารถโลดแล่นด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกล 50 กม. เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง

รถคอมแพ็กต์ Giulietta จะยังคงออกทำตลาดในระดับเดียวกับ Audi A3 Sportback, Mercedes-Benz A-Class และ BMW 1-Series ต่อไป แต่จะได้รับการแตกไลน์เพิ่มรุ่นปลั๊กอินไฮบริด รวมถึงการติดตั้งระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติและการเชื่อมต่อตามเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภค

ส่วน Giulia และ Stelvio จะได้รับการอัพเดตไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ พร้อมกับแตกไลน์เป็นรุ่น ปลั๊กอินไฮบริด และมีระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติคอยช่วยเหลือผู้ขับขี่เช่นกัน

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ