[Detroit 2019] สิ้นสุดการรอคอย! เปิดตัว Toyota Supra ใหม่ เร็วและแรงที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

รถสปอร์ตในตำนานฟื้นคืนชีพ! Toyota Supra เจนเนอเรชั่นใหม่ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วที่งาน 2019 ดีทรอยท์ ออโต้โชว์

All-New Supra รุ่นใหม่รหัสตัวถัง A90 เจนเนอเรชั่นที่ 5 นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นมาพร้อมกับ BMW Z4 เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งเพิ่งเปิดตัวสู่ออกสู่ตลาดเมื่อปีที่แล้ว ผู้บริหารของทั้ง 2 บริษัทยืนยันว่ารถสปอร์ตทั้ง 2 รุ่นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่การออกแบบ ตำแหน่งการตลาด และบุคลิกการขับขี่

หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอก เห็นได้ชัดเจนว่า Supra รุ่นใหม่ถ่ายทอดสไตล์มาจากรถต้นแบบ FT-1 Concept ซึ่งเปิดตัวสู่สาธารณชนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้มีภาพรูปลักษณ์ภายนอกหลุดออกมาแล้วหลายครั้งซึ่งแสดงให้เห็นถึงมัดกล้ามที่แข็งแกร่งผสมผสานความปราดเปรียว และทันสมัยอย่างลงตัว

ภายในห้องโดยสารดูเรียบหรูผสมผสานความทันสมัย พวงมาลัยสามก้านอวบน่าสัมผัส สวิทช์และปุ่มควบคุมต่างๆ ยังมีละลานตา บนคอนโซลมีหน้าจอ ต่ำลงมาเป็นช่องแอร์ทรงเหลี่ยม มองในภาพรวมถือว่าน่าใช้มากทีเดียว

ไฮไลท์ที่เชื่อว่าแฟนๆ รอคอยรับชมก็คือเครื่องยนต์ใต้ฝากระโปรงซึ่งเป็น
เทคโนโลยีของ BMW บล็อกเบนซิน 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ รีดพละกำลังสูงสุด 340 แรงม้า แรงบิด 494 นิวตันเมตรซึ่งน้อยกว่า BMW Z4 M40i อยู่ 47 แรงม้าและ 6 นิวตันเมตร

ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อมแพดเดิลชิฟท์ มีอัตราเร่ง 0-96 กม.ต่อชม. อยู่ที่ 4.1 วินาทีซึ่งถือเป็นรถสปอร์ตโปรดักชั่นที่แรงที่สุดเท่าที่ Toyota เคยสร้างมา ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม.ต่อชม.

สำหรับสเปก JDM หรือรุ่นทำตลาดญี่ปุ่นจะมีเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบให้เลือกใช้ด้วยเช่นกัน มีพละกำลัง 2 ระดับ คือ 197 แรงม้าและ 258 แรงม้า

ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นยืนยันว่า Supra ใหม่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างพละกำลัง ความแม่นยำ และความปราดเปรียว โดยใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง มีศูนย์ถ่วงตัวรถต่ำ และมีการกระจายน้ำหนักหน้า:หลังอยู่ที่ 50:50 ซึ่งทั้งหมดเป็นคุณสมบัติครบถ้วนที่รถสปอร์ตที่ดีควรมี

โหมดการขับขี่ของ Supra ใหม่จะมีทั้งหมด 2 โหมดคือ Normal และ Sport โดยโหมดหลังนั้นจะช่วยรักษาเสถียรภาพและการควบคุมให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มการตอบสนองของคันเร่ง ปรับน้ำหนักบังคับเลี้ยวให้เฉียบคม และยกระดับความรวดเร็วในการเปลี่ยนเกียร์

เฟืองท้ายของ Supra เป็นแบบแอคทีฟซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและคลัตช์มัลติเพลทในการควบคุมแรงบิดในโค้ง ทำให้การกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการเร่งและการเบรกในโค้งเพื่อรักษาความมั่นคง ลดอาการอันเดอร์สเตียร์และโอเวอร์สเตียร์ได้เป็นอย่างดี

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบสตรัทดับเบิลจอยท์ ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ ล้ออัลลอยใช้ขนาด 19 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Super Sport ขนาด 255/35 R19 ที่ล้อหน้าและ 275/35 R19 ที่ล้อหลัง ระบบเบรกด้านหน้าใช้ดิสก์ขนาด 348 มม. ประกบกับคาลิปเปอร์เบรก Brembo ขนาด 4 สูบ

Supra ปี 2020 จะออกจำหน่าย 2 รุ่นย่อย คือ 3.0 and 3.0 Premium โดยช่วงเปิดตัวจะมีรุ่น Launch Edition ให้ลูกค้าเลือกจับจองด้วย อ็อปชั่นอำนวยความสะดวกประกอบด้วยคีย์เลส ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ กล้องมอภาพด้านหลัง ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ พวงมาลัยหุ้มหนัง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายอื่นๆ

ระบบความปลอดภัยถือว่าพอตัวด้วยการแจ้งเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินพร้อมตรวจจับคนเดินถนน ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจรพร้อมช่วยควบคุมพวงมาลัย ไฟสูงอัตโนมัติ ครูสคอนโทรล ระบบตรวจจับมุมอับสายตา ระบบแจ้งเตือนการจราจรตัดขวางด้านหลัง และระบบแจ้งเตือนการชนท้าย

บนคอนโซลมีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 6.5 นิ้วควบคุมด้วยสวิทช์ปรับหมุนตรงกลางคอนโซล แต่ถ้าเป็นรุ่นท็อป 3.0 Premium จะมีหน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 8.8 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง ระบบบริการ Supra Connect รองรับการเชื่อมต่อแอปเปิลคาร์เพลย์ มีเครื่องเสียง JBL ลำโพง 12 ตัว และชาร์จไฟไร้สาย เป็นต้น

Toyota Supra รุ่นใหม่จะขึ้นสายการผลิตในโรงงานของ Magna Steyr แห่งเดียวกับ BMW Z4 ตั้งอยู่ในเมืองกราซ ประเทศออสเตรีย

กำลังติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ