[1st Drive] ทดสอบแบบย่อมๆ New Mitsubishi TRITON ช่วงล่างนุ่มนวลขึ้น เก็บเสียงดีขึ้น

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 11/11/18 10:21

ทดสอบรถยนต์ New Mitsubishi TRITON ครั้งแรกบนสนามออฟโรดแบบเล็กๆ ซึ่งทำให้พอรับรู้อะไรบ้างอย่างได้พอประมาณ จะมีอะไรดีบ้าง ผมจะมาเล่าให้ฟัง

ถือว่าเป็นการจัดเทสรถยนต์ที่ ทันใจมากจริงๆ หลังจากมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกไปเมื่อช่วงวันที่ 9 พ.ย 2561 ที่ผ่านมา กับ New Mitsubishi TRITON กับการ ไมเนอร์เชนจ์ ครั้งยิ่งใหญ่ของเค้า

ซึ่งหลังจากเปิดตัวไป ก็จัดเทสติดต่อกันทันที่ (วันที่ 10 พ.ย 2561) แอดโค้กได้รับเกียรติ์ไปงานทดสอบ ซึ่งครั้งนี้ อาจจะเป็นการทดสอบที่ยังไม่ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน เพราะสถานที่สนามทดสอบ มีจำกัด

แต่ก็พอจับความรู้สึก หรืออาการบางอย่างได้ เดี๋ยวจะมาเล่ากันให้ฟัง ซึ่งผมแอบกระซิบทีม Mitsubishi ไปวได้ความว่า เร็วๆ นี้ได้เจอทริปทดสอบแบบจัดเต็มแน่นอน ไว้ครั้งนั้นทีมงาน Autostation จะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันอีกครั้งว่ารถยนต์คันนี้ ดีงาม หรือต้องแก้ไขอะไรส่วนไหนบ้าง

เริ่มต้นกันที่รูปลักษณภายนอกกันก่อนดีกว่า อย่างที่เห็นกันไปในงานเปิดตัว ว่า New Mitsubishi TRITON คันนี้ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกใหม่ทั้งหมด ด้วยการดีไซน์ด้านหน้าแบบ Dynamic Shield ที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากรุ่นพี่อย่าง Pajero Sport หรือ Xpander ก็ตาม

ชุดโคมไฟหน้าที่ยกสูงขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 100 มม. รวมไปถึงกรอบและชุดโคมไฟตัดหมอก ที่ยกสูงขึ้นจากพี่ดินถึง 700 มม. พร้อมดีไซน์ด้านหน้าขนาดใหญ่และมีความเหลี่ยมสัน ทำให้โดยรวม New TRITON มีความบึกบึนและหนักแน่นมากขึ้น

เช่นเดียวกันด้านท้ายดีไซน์ใหม่ กับชุดโคมไฟท้ายที่มาพร้อม Guiding LED ที่มีลักษณะเหมือน Pajero Sport พร้อมการดีไซน์ฝากระบะท้ายให้มีเหลี่ยมสัน และเส้นสาย ซึ้งช่วยขับให้รถมีความบึกบึนมากขึ้นเช่นเดียวกัน

ภายในเปิดประตูเข้ามา ใครที่คาดหวังไว้อาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะดีไซน์และรูปแบบแผงแดชบอร์ดอะไรต่างๆ เหมือน TRITON รุ่นก่อนหน้าแทบจะทั้งหมด ทั้งแผงแดชบอร์ด คอนโซลกลาง

ที่ยังเน้นดีไซน์เหมือนภายนอกคือชิ้นลากยาวบริเวณกลางคอนโซล โดยซึ่งที่ปรับเปลี่ยนไปคือวัสดุบริเวณฐานเกียร์ และคอนโซลกลางส่วนล่าง ที่ใช้วัสดุที่มีรายละเอียดและให้ผิวสัมผัสเหมือนโลหะกัดลาย ให้อารมณ์สปอร์ต และพรีเมี่ยมมากขึ้นเล็กน้อย

ซึ่งที่ปรับใหม่ที่เห็นได้ชัดเจนคือ วัสดุหุ้มนุ่มบริเวณแผงประตู วัสดุนุ่นบริเวณข้างฐานเกียร์ ที่เท้าแขนกลางพร้อมช่องวางของและช่อง USB 2 จุดสำหรับด้านหลัง ที่วางแก้วกลาง 2ตำแหน่ง และการดีไซน์ช่องเก็บของเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติม

หลักๆ จะประมาณนี้ มาในเรื่องสมรรถนะที่มีการปรับเปลี่ยนและจูนใหม่กันดีกว่า New Mitsubishi TRITON ได้อัพเกรดระบบช่วงล่างใหม่ โดยช็อคอัพคู่หลังปรับปรุงใหม่เพิ่มความนุ่มนวลให้ผู้โดยสารตอนหลังนั่งได้สบายมากขึ้น

ระบบดิสก์เบรก ที่อัพกรดจานเบรกให้มีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงอัพเกรดเป็นแบบ 2Pod อีกด้วยสำหรับรุ่น ล้อขอบ 18 นิ้ว พร้อมกันนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่อีกมากมายทั้ง

ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา BSM / ระบบเตือนขณะเปลี่ยนช่องจราจร LCA / ระบบเตือนด้านหลัง ขณะถอยออกจากช่องจอด RCTA / กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Multi Around View Monitor พร้อมเส้นแสดงทิศทาง รวมถึงการพัฒนาดิสก์เบรกหน้าให้ใหญ่ขึ้น

ด้านความรู้สักหลังการขับขี่ จากการทดสอบย่อยครั้งนี้คือ การเก็บเสียงเข้ามาในห้องโดยสาร ทำได้ดีขึ้นจริงๆ รวมไปถึงระบบช่วงล่างหลังใหม่ ที่มีความนุ่มนวล และนั่งสบายมากขึ้น แม้ไม่ได้บรรทุกสัมภาระไว้ท้ายกระบะ ก็ตาม

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC ขนาด 2.4 ลิตรรุ่นเดิม ที่ให้กำลัง 181 แรงม้า พร้อมแรงบิด 430 นิวตันเมตร พร้อมส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดตัวใหม่ และธรรมดา 6 สปีด

อัตราเร่งที่ต้องยอมรับว่าเป็นปิกอัพอีกหนุึ่งรุ่น ที่ขับสนุก เพราะอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม กำลังเหลือๆ แม้จะขับขี่บนทางลาดชันแบบไหนก็ตาม น้ำหนักแป้นเบรก และคันเร่ง ให้อารมณ์คล้ายขับรถเก๋งธรรมดา

ซึ่งสิ่งที่ประทับใจจากการทดสอบครั้งนี้คือ ระบบช่วงล่างใหม่ นั่งสบาย นุ่มนวล มากขึ้น แต่ก็ยังมีความแข็งแกร่งและกระชับเช่นเคย กาเรก็บเสียงภายนอกที่ดีขึ้น การดีไซน์ระบบช่วยเตือนต่างๆ ให้มีการส่งเสียงเบาลง ทำให้ผู้ขับขี่มีสมาธิในการขับรถมาขึ้น

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือการทดสอบ New Mitsubishi TRITON ครั้งแรกของโลก ที่มีสถานีที่จำกัด ซึ่งจากที่บอกไปว่า ทริปทดสอบแบบขับยาวๆ เต็มๆ จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่นอน รอชม รออ่านกันได้เลย

ขอขอบคุณ บริษัท Mitsubishi Motor (Thailand) สำหรับทริปการทดสอบ New Mitsubishi TRITON ในครั้งนี้ด้วยครับ

ทดสอบและเขียนโดยแอดโค้ก Peerapat.h

เรื่องที่น่าสนใจ

GolF - 20/07 - 15:43

Diversity ไปกับ Mercedes-Benz เมื่อความไม่เท่าเทียมกำลังเปลี่ยนโลกสู่อนาคต

Diversity โครงการจาก Mercedes-Benz ที่แสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันอย่างหลากหลายของมนุษย์ และถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก แถมยังสานต่อไปยังกลุ่มเยาวชนในโรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา ที่พวกเขาดูแลกันมาอย่างยาวนาน หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิซัดถล่มชายฝั่งภาคใต้ของประเทศไทยในปี 2547 ชื่ีอของโรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา ก็เป็นที่รู้จักในกลุ่มสื่อมวลชนสายยานยนต์ เมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กแห่งนี้ในการฟื้นฟูให้กลับมาสู่ภาวะปกติ สนับสนุนกิจกรรมที่มากหน้าหลายตา และที่สำคัญ ค่ายรถตราดาวยังมีการพาคณะสื่อมวลชนลงไปเยี่ยมชมที่โรงเรียนแห่งนี้กันเป็นประจำเกือบทุกปี....

OakkyBear - 20/07 - 12:30

Quick Shifter (ควิก ชิฟต์เตอร์) คืออะไร?

Quick Shifter (ควิก ชิฟต์เตอร์) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ใส่มาเป็นอุปกรณ์มาตราฐานให้กับบิ๊กไบค์บางรุ่น และยังมีผลิตเป็นอุปกรณ์ตกแต่งให้ได้เสียเงินซื้อมาตกแต่งกันเพิ่มอีกด้วย แต่ ควิก ชิฟต์เตอร์ นั้นทำงานยังไงและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง? โดยหลักการทำงานของ ควิก ชิฟต์เตอร์ นั้น จะทำงานโดยเข้าไปตัดรอบเครื่องยนต์ผ่านกล่อง ECU ที่ควบคุมระบบจุดระเบิดเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อทำให้การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลและรวดเร็วขึ้น โดยที่ไม่ต้องกำครัชและผ่อนคันเร่ง โดยปกติการเปลี่ยนเกียร์ของรถมีครัช....

Ken - 20/07 - 11:39

ลาทีจอขาวดำ Kawasaki ZX-10R เสริมเท่ด้วยจอ Race TFT สี่สีทันสมัยพร้อมเชื่อมต่อ Wi-Fi

ซูเปอร์ไบค์ระดับเทพของค่ายยักเขียวอย่างKawasaki ZX-10R ไม่คิดว่าจะมีจอสี่สี TFT กับเขาบ้างรึไง ถ้าคุณอยากได้เรามีชุดแต่งมาแนะนำ MMS Performance เปิดตัวเรือนไมล์ Race-TFT สี่สีในชื่อ AIM MXK10 ติดตั้งง่ายแค่เสียบปลั๊กพร้อมรับรองหลากหลายการเชื่อมต่อและฟังก์ชะ่นการใช้งานครบๆ สำหรับสายสนาม ด้วยดีไซน์ที่เท่ล้ำสมัย ฟังก์ชั่นที่ทางบริษัทผู้ผลิตแจ้งมาคือรองรับ GPS Lap....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

11/11/18 10:21

Motor Expo 2018 เพิ่มเป้ารถยนต์จบที่ 4.5 หมื่นคัน ผู้ชมทะลุ 1.5 ล้านคน เงินหมุนเวียนกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท

ก่อน

ล้อหมุนดวงชะตา กับ Autostation ตั้งแต่วันที่ 12-18 พ.ย. 2561

ต่อไป

next article

ล้อหมุนดวงชะตา กับ Autostation ตั้งแต่วันที่ 12-18 พ.ย. 2561