[MotoGP] Mugello สนามแข่งขันที่ 6 รังเหย้าของนักบิดสายเลือดมักกะโรนี #ItalianGP

มาถึงความร้อนระอุในช่วงก่อนการแข่งขัน #ItalianGP หรือว่า MotoGP สนามที่ 6 ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายนที่จะถึงนี้แล้ว โดยย้ายข้ามมายังเมืองแห่งศิลปะทางตอนกลางของประเทศอิตาลี อย่างเมือง Florence ที่นับว่าเป็นบ้านเกิดของศิลปินมากมาย รวมไปถึงต้นกำเนิดศิลปะในแบบเรเนซองส์
ซึ่งนอกเหนือจากงานศิลปะที่เลื่องชื่อแล้ว อิตาลียังเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์มอเตอร์ไซค์ชื่อดังมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งที่จะคุ้นหน้าคุ้นตาในการแข่งขันโมโตจีพีแล้วก็คงหนีไม่พ้น Aprilia และ Ducati อีกทั้งยังเป็นบ้านเกิดของนักบิดระดับตำนานอย่าง Giacomo Agostini แชมป์โลกในรุ่น 500และ350 ซีซี กว่า 15 สมัย และแชมป์โลก 9 สมัย ขวัญใจใครหลายๆคน อย่าง Valentino Rossi

MotoGP

มาถึงประวัติของตัวสนาม Autodromo del Mugello นั้นถูกเริ่มต้นใช้ในการแข่งขันกรังปรีซ์ มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1976 และถูกซื้อไปปรับปรุงโดยบริษัทรถหรูชื่อดังอย่าง Ferrari ในปีค.ศ. 1988 ก่อนที่จะกลายมาเป็นหนึ่งในสนามประจำของการแข่งขันโมโตจีพี มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991
ด้วยความที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามที่มีการออกแบบที่สวยงาม โดยถูกผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างโค้งความเร็วสูงและต่ำทั้งซ้ายและขวา รวมไปถึงทางตรงยาวกว่า 1.1 กิโลเมตร ที่ผนวกเข้ากับทิวทัศน์ที่แสนงดงามของที่ราบสูงแบบทัสคานี และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี (เฉลี่ย 6-25 องศาเซลเซียส)

#ItalianGP

โดยตัวสนามนั้นมีความยาวทั้งสิ้น 5.2 กิโลเมตร รายล้อมไปด้วยโค้งทั้ง 15 ที่มีรูปแบบหลากหลายและครบครันมากที่สุดสนามนึงในโลก ซึ่งทำให้สนาม Mugello แห่งนี้นั้นเป็นสนามที่ท้าทายทั้งตัวนักแข่งและทีมช่างเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเซ็ตตัวรถรวมไปถึงควบคุมให้รถสามารถตอบสนองต่อโค้งต่างๆ และทำความเร็วให้ดีกว่านักบิดคนอื่นแม้เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม

MotoGP
ดูจากสีเสื้อแฟนๆ ก็บอกได้เลยว่าที่นี่ถิ่นใคร

ซึ่งจุดไฮไลต์ที่มักใช้เป็นจุดแซงในสนามแห่งนี้จุดแรกคือบริเวณสิ้นสุดทางตรงยาว 1.1 กิโลเมตรหลังออกจากเส้นสตาร์ท  ที่จะเป็นจุดวัดความสามารถ หลังจากหวดคันเร่งทำความเร็วทะลุกว่า 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก่อนที่จะพับเข้าโค้งขวา ที่โค้งที่ 1 San Donato
จุดถัดมาคือบริเวณโค้งต่อเนื่อง ระหว่างโค้งที่ 6 และ 7 Casanova,Savelli ที่หลังจากเข้าโค้งซ้ายมาจะถูกดักด้วยทางตรงสั้นๆ ซึ่งจะเป็นจุดที่ผู้นำมักจะถูกแซงจากการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่โค้งขวา Savelli ที่ถูกวางไว้ต่อเนื่องกัน
ต่อเนื่องกับอีกจุดที่บริเวณโค้งที่ 10 Scarperia ที่เป็นโค้งขวาต่อจากแนวลาดลงจากเนิน ที่นักบิดแต่ละคนต้องคอยคุมความเร็วของตัวเองให้ดี เพราะหลังจากโค้งที่ 10 แล้วจะต่อเนื่องเข้าโค้งซ้ายที่ 11 Palagio ต่อทันที

#ItalianGP

โดยกว่า 40 นาทีที่นักบิดแต่ละคนต้องทุ่มเทแรงกายและสมาธิในการแข่งขันสนามนี้ ทั้ง 23 รอบรวมเป็นระยะทางทั้งสิ้นกว่า 120.6 กิโลเมตร
ซึ่งในปีที่ผ่านมาพื้นที่บนโพเดียมเองก็เกือบจะตกเป็นของนักบิดเจ้าถิ่นเสียเกือบหมดทั้งแชมป์สนามอย่าง Andrea Dovizioso(4) และรองแชมป์อันดับที่ 3 Danilo Petrucci(9) ส่วนอันดับที่ 2 นั้นถูกแย่งพื้นที่ไปโดยนักบิดชาวสเปนอย่าง Maverick Vinales(25)

#ItalianGP

ในส่วนสถิติความเร็วทั้ง Fastest Lap และ Top Speed รวมถึงตำแหน่งโพลโพสิชั่น นั้นเป็นของนักบิดเจ้าถิ่นทั้งสิ้น ซึ่งได้แก่
Fastest Lap ตกเป็นของ Andrea Iannone(29) ด้วยเวลา 1.46.489 นาที ที่ความเร็วเฉลี่ย 177.3 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยจารึกไว้ในการแข่งขันปี 2015
ส่วน Top Speed หรือความเร็วสูงสุด ก็ยังคงเป็นของ  Andrea Iannone(29) ในปี 2016 ด้วยความเร็ว 354.9 กิโลเมตร/ชั่วโมง
แต่ในส่วนของผู้ที่ครองตำแหน่งผู้ทำเวลาควอลิฟายมาได้ดีที่สุดของสนามตกเป็นของลุงหมอ Valentino Rossi(46) ที่ครองตำแหน่งนี้ได้ทั้งหมด 6 สมัยด้วยกัน

#ItalianGP

สถิติดีที่สุดของสนาม Mugello แห่งนี้ ตกเป็นของแชมป์โลกฤดูกาลล่าสุดอย่าง Marc Marquez(93) ที่ปัจจุบันขี่ได้โหดสึสไม่เกรงใจเพื่อนร่วมสนามเลย โดยทำไว้ในปี 2013 ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 354.9 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยใช้ความเร็วเฉลี่ยตลอดการแข่งขันที่ 174.2 กิโลเมตร/ชั่วโมง
และเวลาเฉลี่ยที่ 1.47.639 นาที/รอบ

ส่วนผู้ที่ครองแชมป์สนามแห่งนี้มากที่สุดคือ Valentino Rossi(46) การันตีด้วยตำแหน่งแชมป์ 7 สมัย รองลงมาด้วย Jorge Lorenzo(99) กับแชมป์ 5 สมัย ส่วนแชมป์คนอื่นๆ นั้นถัวๆ กันไปคนละสมัย

ซึ่งในการแข่งขันสนามนี้ก็คงต้องมาลุ้นกันว่านักบิดชาวอิตาเลียนบนเครื่องจักรสีแดงจะสามารถป้องกันตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ หรือว่าจะเป็นนักบิดจากชาติอื่นจะมาขอจารึกชื่อของตัวเองไว้ในสนามแห่งนี้กันแน่ ติดตามชมพร้อมกันเวลาเดิม วันอาทิตย์นี้ 19.00 น. รู้เลยยยยยยย!!

MotoGP

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

Man
Man
นักเขียนหุ่นหมี ทาสแมว ผู้ชอบกินปลาและนอนกลางวัน หลงใหลในเครื่องยนต์และการเดินทางท่องเที่ยวด้วยล้อกลมๆ ที่พร้อมจะสรรหาเรื่องราวเจ๋งๆ มาให้รับชมกัน

วีดิโอ