[MotoGP] เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนกับ Silverstone สนามแข่งที่ 12 ณ เมืองผู้ดี – BritishGP

นับถอยหลังอีกเพียง 3 สนาม ก็จะเดินทางมาถึงการแข่งขัน MotoGP ในประเทศไทยของเรากันแล้ว แต่ก่อนที่จะไปลุ้นกับปฐมบทของกีฬาความเร็วระดับโลกในบ้านเรา ข้ามมาดูการแข่งขัน ณ สนาม Silverstone แห่งประเทศอังกฤษกันก่อนดีกว่า

Silverstone

อย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศอังกฤษกับกีฬาความเร็วอย่างการแข่งขันมอเตอร์ไซค์นั้นอยู่คู่กันมานานนับร้อยปี เช่นการแข่งขันชื่อดังอย่าง Isle of man TT ที่มีประวัติการแข่งขันเริ่มมาตั้งแต่ปี คศ.1907 มาสู่การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับประเทศต่างๆ รวมถึงโมโตจีพี
หรือแม้กระทั่งการปั้นนักแข่งสายเลือดอังกฤษระดับแนวหน้าของโลกทั้งในอดีตไม่ว่าจะเป็น Barry Sheene, Guy Martin, Phil Read, Mike Hailwood  หรือที่ยังแข่งขันอยู่ในโมโตจีพี ณ ปัจจุบันทั้ง Scott Redding, Bradley Smith และ Cal Crutchlow 

 

Silverstone

โดยในส่วนของสนาม Silverstone เองก็อยู่คู่กับการแข่งขันมาตั้งแต่ปี คศ.1950 เป็นต้นมา และกลับมาเป็นสนามที่ใช้ในการแข่งขันโมโตจีพีตั้งแต่ปี คศ.2010 โดยรับไม้ต่อจากสนาม Donington Park ต่อมาอีกที

โมโตจีพี

ซึ่งตัวสนาม Silverstone เองเป็นสนามที่มีความยาวที่สุดในบรรดาสนามที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมด ด้วยระยะทางกว่า 5.9 กิโลเมตร บนการแข่งขัน 20 รอบ รวมระยะทาง 128 กิโลเมตรพอดิบพอดี
นอกจากนี้ยังมีโค้งที่สลับด้านซ้ายขวาต่อเนื่องคอยท้าทายความสามารถของนักบิดในการควบคุมคันเร่งในการส่งออกจากโค้ง กว่า 18 โค้ง หรือแม้กระทั่งทางตรงยาวๆ ที่ให้ทำความเร็วและวัดการเบรคลึกอยู่ถึง 4 จุดด้วยกัน

Silverstone

นอกจากรูปแบบของตัวสนามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นความท้าทายของสนามแห่งนี้คือ สภาพอากาศที่สุดแปรปรวนอันแสนเลื่องชื่อของประเทศอังกฤษ ที่สามารถพลิกจากแดดเปรี้ยงๆไปสู่ฝนกระหน่ำได้ในแค่ช่วงพริบตา ซึ่งหลายทีก็เป็นจุดชี้ชะตาของเหล่านักบิดที่เลือกยางผิดประเภทมาใช้ก็มีให้เห็นกันมาแล้ว
รวมไปถึงผิวแทร็คที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ครั้งแรกในรอบ 22 ปี โดยทางพาร์ทเนอร์ยางในการแข่งอย่าง Michelin เองก็ได้เพิ่มออพชั่นคอมปาวน์พิเศษอย่าง ยางฮาร์ด x2 เข้าไปในสนามนี้อีกด้วยเพื่อรองรับตัวผิวแทร็คใหม่ที่ทาง Michelin ยังไม่เคยได้นำยางลงไปทดสอบเลยหลังจากที่ปรับปรุงเสร็จ

MotoGP

มาดูในส่วนของตัวสถิติสนาม เริ่มต้นกันที่สถิติเวลาดีที่สุดในการแข่งขันของสนามซิลเวอร์สโตนแห่งนี้ นั้นอยู่ที่ 2’01.560 นาที ด้วยความเร็วเฉลี่ยต่อรอบที่ 174.7 กิโลเมตร/ชั่วโมง และท็อปสปีดที่ 323.1 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดย Marc Marquez(93) ในปี 2017 ที่ผ่านมา แม้ว่าตัวเขาเองจะขี่ไม่จบการแข่งขันก็ตาม
ส่วนสถิติผู้ครองแชมป์สนามนี้มากที่สุดเป็นของ Jorge Lorenzo(99) ด้วยตำแหน่งแชมป์ 3 สมัย รองมาด้วย Andrea Dovizioso(04) และ Maverick Vinales(25) คนละ 1 สมัย

BritishGP

ตัดกลับไปที่แชมป์ฤดูกาล 2017 นั้นเป็นของ Andrea Dovizioso(04) ตามมาด้วยคู่หูจากยามาฮ่าทั้ง Maverick Vinales(25) และ Valentino Rossi(46)
ในตำแหน่ง Fastestlap หรือผู้ที่ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดก็ยังคงเป็น Marc Marquez(93) ที่ทำเวลาในรอบควอลิฟายได้ไวกว่าใครในปี 2017 ที่ผ่านมา ด้วยเวลา 1’59.941 นาที ด้วยความเร็วเฉลี่ย 177 กิโลเมตร/ชั่วโมง
และสถิติความเร็วสูงสุดก็ยังคงไม่มีใครทำลายได้กับความเร็วที่ 332.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ทำไว้ในปี 2015 โดย Andrea Iannone(29) ที่ขณะนั้นยังขี่ให้กับทางดูคาติอยู่

Silverstone

แต่อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงสถิติข้อมูลการแข่งขันที่เคยผ่านๆ มา ซึ่งในปีนี้แต่ละทีม รวมไปถึงนักบิดแต่ละคนต่าวก็มีการพัฒนาปรับปรุงกันอยู่ตลอดในทุกสนาม ซึ่งไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็นแชมป์หน้าใหม่ขึ้นมายืนโพเดียมกันบ้างก็เป็นได้

และสำหรับการแข่งขัน BritishGP นั้นจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม นี้ เวลา 19.00 เหมือนเช่นเคย ซึ่งสามารถติดตามผลการแข่งขัน และอัพเดตผลคะแนนสะสมล่าสุดได้ที่ Autostation ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง:   ผลการแข่งขันโมโตจีพีทุกสนาม 

แท็กยอดนิยม

Man
Man
นักเขียนหุ่นหมี ทาสแมว ผู้ชอบกินปลาและนอนกลางวัน หลงใหลในเครื่องยนต์และการเดินทางท่องเที่ยวด้วยล้อกลมๆ ที่พร้อมจะสรรหาเรื่องราวเจ๋งๆ มาให้รับชมกัน

วีดิโอ