รู้จักกับภาวะหัวใจหยุดเต้น Cardiac Arrest สาเหตุการเสียชีวิตของนักแข่ง Dakar Rally

Paulo Goncalves นักแข่ง Rally Dakar เพิ่งเสียชีวิตในศึกคนโหดข้ามทะเลทรายสเตจที่ 7 จากภาวะหัวใจหยุดเต้น Cardiac Arrest หลังจากแข่งในสังเวียนนี้มาอย่างยาวนาน

Dakar Rally 2020

ตามรายงานของการแข่งขันนั้นแจ้งว่า Paulo Goncalves อาจเสียชีวิตจากอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยได้รับแจ้งเตือนในเวลา 10.08 ก่อนไปถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 10.16 และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

“The organisers received an alert at 10.08 and dispatched a medical helicopter that reached the biker at 10.16 and found him unconscious after going into cardiac arrest,” 

Cardiac Arrest

ข้อมูลจากโรงพยาบาลพญาไทเผยว่าภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเกิดจากการที่หัวใจทำงานผิดปกติ ทำให้หัวใจไม่มีการบีบหัวหรือหยุดเต้นในทันที โดยอาการนี้จะไม่มีอาการใดแจ้งเตือนล่วงหน้า

ภาวะนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดปกติ กระแสไฟฟ้าที่ส่งออกจากหัวใจจะเร็วและไม่เป็นจังหวะ ทำให้หัวใจไม่บีบตัว เมื่อหัวใจหยุดเต้น ทำให้เลือดไม่ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย อวัยวะทำงานผิดปกติ ในกรณีที่สมองไม่มีเลือดมาเลี้ยงก็จะทำให้หมดสติ โดยในอเมริกามีผู้เกิดภาวะนี้ถึงปีละ 3 – 4 แสนราย ทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 3 ล้านราย โดยพบมากในนักกีฬา

Cardiac Arrest

กลุ่มเสี่ยงของผู้ที่เกิดภาวะดังกล่าวนั้นมักเกิดในผู้ที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคหัวใจหรือดูปกติมาตลอด แต่ทว่ามีภาวะแฝงอยู่แบบไม่รู้ตัว ทั้งจากหลอดเลือกหัวใจตีบในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ หรือในผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

มีวิธีในการตรวจสอบและป้องกันความเสี่ยงได้ทั้งการจากตรวจเลือดวัดระดับน้ำตาลและไขมัน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ การติดตามการเต้นหัวใจ

 

AED

อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันทั่วโลกนั้นต่ำเพียง 1-6 % เท่านั้น เว้นแต่ในประเทศที่มีระบบชุมชนและการแพทย์ที่เข้าถึงตัวผู้ป่วยได้ไวอย่างอเมริกาก็จะมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงราว 10% เท่านั้น

การช่วยฟื้นคืนชีพหรือการทำ CPR โดยการกดหน้าอกเพื่อนวดหัวใจและผายปอดด้วยการเป๋าปาก เป็นวิธีการช่วยเหลือข้างต้น หรือในกรณีที่ทีมแพทย์เข้าถึงจะมีการใช้การกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า(AED) ตัวแปรสำคัญคือเวลา ยิ่งผ่าไนปนานการอรดชีวิตโดยไม่พิการจะยิ่งลดลง

Cardiac Arrest

การเก็บข้อมูลพบว่าทีมแพทย์ฉุกเฉินนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8-9 นาทีในการเข้าถึงผู้ป่วยซึ่งสายเกินไป (เช่นเดียวกับในกรณีของ Paolo Goncalves) ส่วนการช่วยเหลือโดยผู้อยู่ในเหตุการณ์นั้นมีเพียง 2 ใน 3 เท่านั้น โดยการทำ CPR จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า

ในประเทศที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่นนั้นประชาชนจะได้รับการฝึกสอนการทำ CPR โดย 70% ของชาวญี่ปุ่นเคยฝึก CPR รวมถึงการฝึก AED หรือเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ และกระจายเครื่องดังกล่าวให้ครอบคลุมในพื้นที่ต่างๆ

ส่วนประเทศไทยเองยังไม่มีการรวบรวมข้อมูลของผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นและผลลัพธ์ในการฟื้คืนชีพผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ แต่มีรายงานของศูนย์นเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลศิริราช รายงานอัตราการรอดชีวิตไว้ที่ 6.9 – 7.7 %

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันกับภาวะหัวใจวายเฉียบพลันนั้นต่างกัน  ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากการไหลของเลือดที่เข้าไปเลี้ยงหัวใจถูกรบกวน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนตาย โดยมาเกิดจากการอุดตันของเส้นเลือดที่เลี้ยงหัวใจ โดยใจขณะที่เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันนั้นหัวใจอาจไม่ได้หยุดเต้น

ส่วนใหญ่แล้วภาวะหัวใจวายเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนทั่วโลก โดยมีปัจจัยเสี่ยงทั้งอายุ โรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และการสูบบุหรี่

Paulo Goncalves Paulo Goncalves

ในกรณีของ Paulo Goncalves นั้นทางผู้จัดแจ้งว่าเขาหมดสติลงหลังจากเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ซึ่งทำให้ตกจากรถแข่งของเขา โดยทีมแพทย์ใช้เวลา 8 นาทีกว่าจะถึงจุดเกิดเหตุซึ่งน่าจะนานเกินไป ก่อนจะมีการยืนยันการเสียชีวิตในภายหลังการนำตัวส่งโรงพยาบาล

อ้างอิง:
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน…อันตรายที่ไร้สัญญาณเตือน, โรงพยาบาลพญาไท
ภาวะหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน, Sunai Janchai, M.D.,กระทรงสาธารณะสุข
การรอดชีวิตของผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลและความเป็นไปได้ในการชักนำอุณหภูมิกายต่ำลง, โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

แท็กยอดนิยม

Ken
Ken
ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

วีดิโอ