NISSAN GO Anywhere พาล่องดินแดนมลายู จากตะวันตกถึงตะวันออก ตะลุยเทือกเขาตีตีวังซา

NISSAN Go Anywhere กิจกรรมที่จัดต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่ง นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เคยพาสื่อมวลชนไปขับรถลุยพม่า ด้วยคอนเซ็ปต์เข้าใจง่าย คือ ไปทุกที่ ที่มีทาง

GO Anywhere Malaysia

Salam Sejahtera ความสุขสวัสดิ์สันติจงมีแด่ท่าน คำทักทายในมาเลเซีย ประหนึ่งคล้ายคำว่า สวัสดี ของไทย ซึ่งชาวคณะทีมงานของนิสสันกล่าวต้อนรับเราเมื่อพื้นแตะเท้าสนามบินกัวลาลัมเปอร์

GO Anywhere Malaysia

และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสำหรับกลุ่ม 2 รับไม้ต่อจากกลุ่มแรกที่เริ่มต้นขบวนคาราวาน Go Anywhere Malaysia มาจาก หาดใหญ่ จ.สงขลา ผ่านชายแดนที่ด่านสะเดา เข้าสู่รัฐเกอดะฮ์ (Kedah) มาเลเซีย ก่อนเดินทางไปยังภูเขาเจไร (Mount Jerai) ปราสาทเคลลี (Kellie’s Castle) ก่อนจะเข้าสู่เมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์

GO Anywhere Malaysia

เล่ากันโดยคร่าว… มาเลเซีย เป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องและมีพรมแดนร่วมกันทั้งทางบกและทางทะเลกับไทย มีความเกี่ยวพันธ์กันมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะทางด้านการค้า และจัดเป็นประเทศในแทบเอเชียที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูงมาก นอกจากเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบสำคัญแห่งหนึ่งของโลกแล้ว ยังมีแร่ดีบุกเป็นสินค้าสำคัญ

GO Anywhere Malaysia

เสือเหลือง แห่งมลายู จัดเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ นอกจากชาวพื้นเมืองที่เรียกกันว่า ภูมิมิบุตร แล้ว ยังมีคนอพยพเข้ามาจากทั้ง จีนและอินเดีย ซึ่งในอดีตเคยมีปัญหาเรื่อวเชื้อชาติรุนแรงอยู่ไม่น้อย

มาเลเซีย มีการปกครองแบบสหพันธรัฐราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย 13 รัฐโดยจะมี 9 ที่มีกษัตริย์ปกครอง และจะมีการคัดเลือกประมุขแห่งรัฐเป็นพระมหากษัตริย์หรือที่เรียกว่า ยังดีเปอร์ตวนอากง หรือ พูดให้เข้าใจโดยง่ายก็คือ King of The King ขึ้นมาดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี

GO Anywhere Malaysia

แม้จะเป็นประเทศที่มีการเจริญทางเศรษฐกิจได้รวดเร็ว แต่ก็ถือได้ว่าเป็นประเทศที่สามารถบาลานซ์ระหว่างความเจริญและธรรมชาติให้คงอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดีประเทศหนึ่ง เพราะเส้นทางของกลุ่ม 2 คือ การเดินทางจากกัวลาลัมเปอร์ ที่ตั้งอยู่ในมาเลเซียฝั่งตะวันตก ไปยัง กวนตัน ซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออก

โดยมีเทือกเขาตีตีวังซา เป็นเหมือนกระดูกสันหลังคั่นกลาง เราได้พบพานความเจริญของตึกสูงใหญ่ที่อยู่คู่ไปกับความอุมดมสมบูรณ์ของต้นไม้นานาพรรณได้อย่างน่าอิจฉา

เส้นทางส่วนใหญ่ในวันแรก จากกรุงกัวลาลัมเปอร์มุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง มะละกา เป็นการวิ่งบนถนนแบบไฮเวย์ ถนนหนทางสภาพดี เดินทางสะดวก ผู้คนค่อนข้างจะเคารพกฎหมายจราจร มีการกำหนดความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งแทบจะไม่เห็นมีใครฝ่าฝืน

รถประจำการในวันแรก คือ นิสสัน เอ็กซ์เทรล เอสยูวีหรู ที่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้การขับในวันแรกกับระยะทางรวมประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นไปอย่างสนุกสนานราบรื่น เพราะในช่วงทางตรงยาว ๆ เราเปิดใช้งานระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICC) ซึ่งจะรักษาระยะห่างตามความเร็วของรถคันหน้าตามที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ และเทคโนโลยีช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ ช่วยลดภาระการกดคันเร่งแช่นานๆ ในการใช้ความเร็วคงที่ตามความเร็วของขบวนได้

มะละกา เมืองท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของมาเลเซีย แหล่งดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาร่วมชื่นชมความเป็นเมืองมรดกโลกในเอเชีย ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามแปลกตาผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยังคงอยู่

แต่ก่อนจะกลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยว อดีต มะละกา เป็นเมืองท่าสำหรับการค้าขายอันยิ่งใหญ่และสำคัญระดับโลก จนเป็นที่หมายปองและถูกแย่งชิงของเหล่าประเทศผู้ล่าอาณานิคมในอดีต เคยถูกยึดครองจากโปรตุเกส ก่อนจะผลัดมือมาสู่เนเธอแลนด์และสุดท้ายกลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษ​ เราจึงเห็นสถาปัตยกรรมที่แปลกตาหลากหลายมากในเมืองแห่งนี้

วันที่ 2 ในมาเลเซีย ระยะการเดินทางวันนี้คือ 400 กิโลเมตร ผมขยับเปลี่ยนมาขับ นิสสัน เทอร์ร่า พีพีวีตัวใหญ่โตที่มีดีในหลายจุดโดยเฉพาะเรื่องความกว้างขวาง และช่วงล่างอันเหนือชั้น จะหงุดหงิดก็เรื่องรูปลักษณ์ที่ดูไม่ทันสมัย และเรื่องการควบคุมที่พอเจอโค้งแคบๆ จะต้องเติมพวงมาลัยมากกว่าปกติ แต่โดยรวมถือว่าดีงามเอาเรื่องอยู่

หนีออกจากมะละกา มุ่งหน้าสู่ E8 เอ็กซ์เพรสเวย์ ที่จะพาเราเข้าสู่เทือกเขาที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของคาบสมุทรมลายู คือ ตีตีวังซา หรือคนท้องถิ่นเรียกกันว่า บันจารันเบอซาร์ ซึ่งตอนเหนือของเทือกเขานี้ คือ สันกาลาคีรีที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ของไทย

เส้นทางส่วนใหญ่ให้คุณนึกภาพการขับขึ้นเขาใหญ่บ้านเรา แต่สภาพของป่าไม้ตลอดเส้นทางมีความอุดมสมบูรณ์สูง ตัดเข้าสู่เส้นทางขรุขระ วิ่งผ่านลำธารเล็ก ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรประจำของชาวบ้านท้องถิ่น เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดรับประทานอาหารกลางป่า ก็พอได้ใช้สกิลในการคอนโทรลรถบ้างเล็กน้อย ซึ่งเส้นทางลักษณะนี้ เทอร์ร่าผ่านได้สบาย

มื้อกลางวัน ถูกจัดขึ้นกลางแคมป์ปิ้งกราวด์ของเอกชนที่ตั้งอยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่ง อาหารการกินเป็นไปแบบง่าย ๆ มีข้าวผัดเห็ด กับข้าวผัดปลา รสชาติให้นึกถึงข้าวผัดปลาทูแต่ใช้ปลาตัวเล็ก ๆ ในท้องถิ่นเหมือนปลาซิวบ้านเรา รสปลาเค็ม แต่รสชาติข้าวผัดกลาง ๆ กินรวมกับไก่ย่าง และแกะย่าง พอประทังแก้คิดถึงบ้านไปได้บ้าง แต่ส่วนของข้าวผัดเห็ดขออนุญาตไม่บรรยายรสชาติ

จากนั้นวิ่งบนเส้นทางในภูเขามุ่งหน้าสู่เมือง กวนตัน เมืองท่องเที่ยวชายทะเลฝั่งตะวันออกอันแสนห่างไกล ซึ่งทีมงานเล่าว่ากวนตันเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาแต่การเดินทางก็ไม่ใช่ใกล้ มีให้เลือกว่าจะขับรถมาให้บินมา เพราะกวนตันเป็นเมืองใหญ่และมีสนามบินเป็นของตนเอง

กวนตัน เป็นเมืองหลวงของรัฐปะหัง เป็นเมืองเศรษฐกิจที่เป้นทั้งเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างหลากหลายทั้งภูเขา ทะเล สวนสัตว์ สวนน้ำ ชอปปิ้งมอลล์ แต่ความน่าเสียดายคือ ขบวนคาราวานกว่าจะไปถึงที่พักก็เล่นเอาซะเกือบค่ำแทบไม่มีเวลาได้ออกไปชมเมืองมากนัก

แต่ก็แอบพบเห็นได้ถึงความคึกคักในยามค่ำคืน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะฝรั่งอยู่มาก พบเจอคนไทยอยู่บ้างเล็กน้อย ส่วนวิวทิวทัศน์ท้องทะเล น้ำทะเลใสดูสะอาด สะอ้าน หลับตาพริ้มดูจะเห็นภาพของหัวหินลอยมาไกล ๆ

GO Anywhere Malaysia

การจะเดินทางมาเที่ยวกวนตัน อย่างที่บอกถ้าไม่ขับรถมา ก็ต้องบินมาจากกัวลาลัมเปอร์มาลงสนามบินกวนตัน แต่แอบถามข้อมูลมาทราบว่า มีรถตู้ท่องเที่ยววิ่งรับส่งจากสุไหงโกลก บ้านเรามายังกวนตันได้ด้วย เผื่อใครสนใจจะมาเยือนเมืองนี้

ปิดทริป ไปทุกที่ที่มีทางกับ นิสสัน ด้วยการส่งไม้ต่อให้กลุ่ม 3 ที่จะเดินทางจากกวนตัน ฃผ่านเมืองกัวลาตรังกานู (Kuala Terengganu) ไปยังรัฐปีนัง (Penang) ก่อนที่จะข้ามชายแดนด่านสะเดากลับสู่ประเทศไทย ต่อไป

แท็กยอดนิยม

Avatar
KRINJUN
แรงบันดาลใจในชีวิต คือ กินอิ่ม นอนหลับ โทรศัพท์ โอนเงินได้

วีดิโอ