รีวิวหนัง Ford v Ferrari ไม่ใช่คอรถยนต์ก็ดูได้ แฟนรถแข่งยิ่งต้องดู!

ภาพยนตร์ Ford v Ferrari ได้รับเสียงวิจารณ์ในด้านบวกอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังทำเงินได้มากกว่าหนังที่เปิดตัวพร้อมกันอย่าง Charlie’s Angels ในสหรัฐอเมริกา

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่หนังฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ที่ใช้ชื่อไทยว่า “ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์” จะประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้กำกับที่ได้ชื่อว่าใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างเจมส์ แมนโกลด์ กับนักแสดงแถวหน้าอย่างแมตต์ เดมอนและคริสเตียน เบล กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่อาจส่งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าชิงรางวัลออสการ์

ไม่ว่าจะชนะรางวัลหรือไม่ก็ตาม Ford v Ferrari สามารถชนะใจผู้ชมที่ต้องนั่งลุ้นบนขอบเก้าอี้ด้วยการผสมผสานเรื่องราวสุดดราม่าและน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ผ่านบทหนัง ไดอาล็อกต่าง ๆ และเสียงเครื่องยนต์วี8 ในรถ GT40 ที่ยังคงติดหูผู้เขียนอยู่ในขณะที่ปั่นรีวิวนี้

แก่นของเรื่อง Ford v Ferrari อยู่ในสนามแข่งเลอมังส์ 24 ชั่วโมงอันสุดทรหดและยิ่งใหญ่ในฝรั่งเศส Ford ซึ่งไม่ประสีประสาในการสร้างรถแข่งต้องการโค่น Ferrari ยักษ์ใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่ครองแชมป์หลายปีติดต่อกันลงมาให้ได้ โดยมีกิมมิคอยู่ที่การมีเวลาเพียง “90 วัน” ในการสร้างรถแข่ง อันเป็นภารกิจที่โหดหินอย่างยิ่ง

นั่นทำให้ Ford ต้องว่าจ้างคาร์โรล เชลบี้ (เดมอน) ซึ่งเคยคว้าแชมป์เลอมังส์กับ Aston Martin มาแล้วในปี 1959 เข้ามาสร้างรถแข่งรุ่นใหม่ และนำไปสู่การดึงตัวเคน ไมลส์ (เบล) นักขับที่มีบุคลิกคาดเดาไม่ได้ให้มาเป็นนักแข่งตัวหลัก

การแสดงของเดมอนในบทนักพัฒนารถชาวเท็กซัสผู้ยิ่งใหญ่ถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่เมื่อหันมาดูที่เบล นักแสดงชาวอังกฤษผู้นี้ทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติอีกครั้งจนอดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมร่วมกับวาคีน ฟินิกซ์แห่งโจ๊กเกอร์

นอกจากนี้ยังมีนักแสดงชั้นนำที่ลงตัวอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นจอน เบิร์นธัล รับบทลี ไออาคอคคา ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ Ford หรือโนอาห์ จูป แสดงเป็นลูกชายของไมลส์ รวมถึงจอช ลูคัส สวมบทลีโอ บีบี หัวหน้าโครงการ Ford Racing ในเวลานั้น และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเทรซี่ เลตต์ส ที่ทำให้คนดูเชื่อว่าเขาคือเฮนรี่ ฟอร์ด ที่ 2 จอมอหังการจริง ๆ

หนึ่งในบทสนทนามากมายที่น่าสนใจของหนังเรื่องนี้ เกิดขึ้นในห้องบอร์ดรูมของ Ford ในช่วงที่ยอดขายตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

ยอดขายรถของเราไม่ดีเพราะเรามีวิธีคิดที่ผิดมาโดยตลอด…. ดูอย่าง Ferrari สิ พวกเขาชนะเลอมังส์ 4 ใน 5 ครั้งล่าสุด เราต้องคิดเหมือน Ferrari” ไออาคอคคา พูด

Ferrari ผลิตรถทั้งปีน้อยกว่าเราผลิตรถแค่วันเดียว เราใช้เงินซื้อกระดาษทิชชู่มากกว่างบที่พวกเขาใช้ผลิตรถเสียอีก แล้วคุณจะให้เราคิดเหมือน Ferrari หรือ?” บีบี ตอบโต้

เอ็นโซ่ เฟอร์รารี่จะถูกจดจำในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้สร้างรถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล” ไออาคอคคา ตอบ “คุณคิดว่านั่นเป็นเพราะ Ferrari ผลิตรถได้มากที่สุดงั้นหรือ…ไม่ใช่…แต่เป็นเพราะแบรนด์ Ferrari คือสัญลักษณ์ของชัยชนะต่างหาก

ตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างบริษัทรถยนต์ ระหว่างนักแข่งในสนามหรือระหว่างผู้บริหารในห้องบอร์ดรูม ไปจนถึงฉากการแข่งขันในองค์ที่ 3 ที่ใช้รถจริงในการถ่ายทำเป็นส่วนใหญ่โดยใช้ CG น้อยที่สุด รวมถึงดนตรีประกอบที่ลงตัวและการตัดต่อที่ระทึกใจสไตล์หนังบล็อกบัสเตอร์ช่วงปลายปี การันตีว่านี่คือหนังแห่งปีที่ไม่ควรพลาดชม

ขณะเดียวกัน Ford v Ferrari ไม่ใช่เรื่องของการแข่งรถเพื่อเอาชนะกันเท่านั้น แต่ตรงกันข้าม หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดมิตรภาพแบบแมน ๆ ระหว่างเชลบี้และไมลส์ได้อย่างลึกซึ้ง การดำเนินธุรกิจที่เต็มไปด้วยระบบเจ้าขุนมูลนายสไตล์อเมริกัน พร้อมกับบอกเล่าความทะเยอทะยานและความพยายามต่อสู้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

คนที่ไม่ได้ติดตามวงการรถยนต์หรือรถแข่งอาจจะประทับใจหนังเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย แต่คอรถยนต์และแฟนมอเตอร์สปอร์ตอาจหลงรักเลยทีเดียว

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ