BMW X7 M50d พาทัวร์ล่องใต้มหานครมิวนิค ขับรถชิลล์ชิลล์ท่องอดีต ทัวร์ธรรมชาติใน 1 วัน

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 30/10/19 11:31

BMW X7 M50d คือพี่ใหญ่สุดในสายเอสยูวีของค่ายใบพัดฟ้าขาว และเป็นพาหนะของผมตลอดช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันในมิวนิค ประเทศเยอรมนี เมื่อมีเวลาว่าง จะมีอะไรดีกว่าพาพี่ใหญ่คันนี้ออกเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวที่มากมายหลากหลายในเมืองเก่าแห่งนี้ ในแบบที่สนุกสนานกว่านั่งบริการขนส่งสาธารณะเยอะเลย

อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้เชิญชวน Autostation ไปทดลองขับเอสยูวีรุ่นใหม่ของพวกเขาอย่าง BMW X6 และ BMW X5 ซึ่งระหว่างที่เรารอที่จะได้ขับรถที่น่าสนใจตามที่มีการเปิดเผยรายละเอียดของรถไปก่อนหน้านี้ เวลาที่มีอยู่วันกว่า ๆ จะให้นั่งจับเจ่าอยู่ในโรงแรมก็คงจะใช่ที่ กางแผนที่แล้วมาคิดกันดีกว่าว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนกันได้บ้าง

ฺBMW X7

โชคดีของพวกเราก็คือ ทีมงานของบีเอ็มดับเบิลยูได้จัดรถยนต์ทดสอบไว้ให้พวกเรา 1 คัน แถมยังเป็นพี่ใหญ่อย่าง BMW X7 M50d เอสยูวีไซส์ใหญ่ 7 ที่นั่ง ที่ให้สมรรถนะไม่ได้แตกต่างอะไรไปกับซูเปอร์คาร์ย่อม ๆ ที่แสนจะประหยัดน้ำมัน และมีขนาดใหญ่โตสะดวกสบาย เว้นแต่ตอนขับบนถนนซอกซอยที่เราไม่คุ้นชินก็จะต้องกะระยะกันมากหน่อย เป็นเรื่องปกติที่ต้องปรับตัว

ใครที่คิดจะมาขับรถยนต์ในยุโรป อย่าลืมแวะไปจ่าย 505 บาททำใบขับขี่สากลที่กรมการขนส่งทางบกกันด้วยนะครับ ใบขับขี่ของประเทศไทยใช้ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวเช่ารถอะไรกันมาจะเสียอารมณ์กันเปล่า ๆ แถมพึงระลึกไว้ว่าแม้การขับขี่รถพวงมาลัยซ้ายจะไม่ได้ยากอะไร เพราะอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาให้ก็คล้ายคลึงกันไปหมด แต่เรื่องของการกะระยะบนถนนและการปรับพฤติกรรมในการขับขี่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

เอาจริง ๆ แม้ผมเองจะมีไปขับรถในยุโรปอยู่บ้างหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับมาทุกครั้งก็ยังมีชอตหวาดเสียว แนว ๆ วิ่งชิดขวามากไปครับผม หรือออกจากซอยไม่มองซ้ายก็มีให้เห็นอยู่ ว่าจะปรับจูนกันได้ก็ต้องมีวันสองวันนั่นล่ะครับ โชคดีที่รถทดสอบในทริปนี้มีระบบช่วยเหลือมากมายเต็มไปหมด โดยเฉพาะระบบกันรถให้อยู่ในเลนนี่ ผมใช้บ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาอยู่บนออโต้บาร์นที่รถวิ่งไหล ๆ ตามกันไป

ฺBMW X7

รับกุญแจพี่เบิ้มจากศูนย์ปล่อยรถสำหรับสื่อมวลชนที่อยู่ชานเมืองมิวนิค กดจีพีเอสให้พาไปยังจุดหมาย ซึ่งจึพีเอสรุ่นใหม่นั้นระบุพิกัดได้หลากหลายวิธี เซตจุดหมายปลายทางที่ซุกสปิทเซ่ (Zugspitze) เทือกเขาที่สูงที่สุดของประเทศเยอรมนี และจุดชมวิวที่ว่ากันว่ามองออกไปได้ถึงออสเตรีย เป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางสำหรับคนที่มามิวนิค ที่ควรจะมีโอกาสมาสัมผัสประสบการณ์กันสักครั้ง

ตลอดระยะทางเกือบ 200 กิโลเมตร หรือการขับขี่ 2 ชั่วโมงนั้น ส่วนใหญ่ของเส้นทางจะเป็นออโต้บาร์น ซึ่งมีการสลับในเรื่องของความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ คือแม้จะมีพื้นที่ที่ปล่อยอิสระไม่จำกัดความเร็วกัน แต่วิ่งไปสักพักใหญ่ ๆ ก็จะเจอช่วงที่กลับมาคุมความเร็วกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีการผ่านเมือง หรือผ่านจุดตัดถนนใหญ่ ๆ ทำให้รถไหลลื่นอย่างมาก ไม่รู้ว่าประเทศที่จำกัดความเร็วทางด่วนตลอดทางอยากมาเรียนรู้แนวคิดนี้หรือเปล่า

อีกสิ่งที่เห็นก็คือการจัดการเรื่องการจราจร ทางเบี่ยงของเขานั้นทำได้อย่างดีมาก กรมทางหลวงควรมาศึกษาวิธีการทำทางเบี่ยงและป้ายจราจรมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยบ้างจริง ๆ เพราะการจัดการทางเบี่ยงที่ทำได้อย่างดี ทำให้การจราจรไม่ติดขัด และป้ายที่บอกระยะทางอย่างชัดเจน ทำให้สามารถวางแผนการขับขี่รถบนถนนได้อย่างดีมากขึ้นด้วย มันช่วยลดความเครียดในการขับขี่ได้จริง ๆ นะ

ฺBMW X7

ช่วงที่ผมไปขับรถทดสอบในทริปนี้ เป็นช่วงที่ประเทศเยอรมนีกำลังทำการซ่อมแซมถนนครั้งใหญ่ (อันนี้ไม่แน่ใจว่าซ่อมทั้งปีเหมือนแถว ๆ นี้หรือเปล่า)​ แต่จากที่สอบถามมานั้น เป็นการซ่อมแซมเพื่อรองรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือน เพราะถนนที่พัง ๆ มาตลอดทั้งปีนั้น จะเป็นอันตรายมากเมื่อฤดูหนาวมาเยือน และถนนเต็มไปด้วยหิมะมาปกครองพื้นผิว ทำให้ต้องเร่งซ่อมแซมกันเป็นการใหญ่

ออกจากทางหลวงวนเข้าหมู่บ้านขนาดเล็ก ก็เริ่มเห็นทิวเขาขนาดใหญ่ ที่ด้านบนยอดยังมีหิมะค้างอยู่ อุณหภูมิบนพื้นอยู่ที่ระดับราว ๆ 13-14 องศาเซลเซียส ด้านบนเขาน้ำแข็งก็ยังน่าจะไม่ละลายแน่ ๆ การเดินทางไปยังยอดด้านบนสุดนั้น ทำได้ด้วยการขึ้นรถรางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และเราก็ดันเดินทางมาในวันที่รถรางนั้น ทำการปิดซ่อมแซมพอดี เรียกง่าย ๆ ว่าอดขึ้นนั่นล่ะครับ ท่านผู้อ่าน…

ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว แถมมีผู้ร่วมชะตากรรมมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่หัวทองเสียด้วย เรียกว่าไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่ามีการปิดซ่อมบำรุง กะเหรี่ยงไทยพยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ว่ามีทางขึ้นไปอีกหรือไม่ คำตอบก็คือโน ๆ รถรางเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะขึ้นไปบนยอดได้ ก็ต้องทำใจรับสภาพ เดินเล่นถ่ายวิวรอบ ๆ ไป แล้วก็นั่งเซตจีพีเอสใหม่ เพื่อหาที่ท่องเที่ยวกันต่อแบบไม่ให้เสียเวลา

ฺBMW X7

เอาล่ะ ไหน ๆ ก็มามิวนิคล่ะ อย่าไปเสียเที่ยว กดจีพีเอสไปต่อกันที่ปราสาทนอยชไวสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก่อสร้างโดยคิงลุดวิกที่ 2 แต่ความโด่งดังที่แท้จริงก็คือตัวปราสาทนั้นถูกนำไปเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทในโลกของดิสนีย์ ด้วยตัวปราสาทที่เป็นสีขาวทั้งหลัง และถูกก่อสร้างบนยอดเขาดูโดดเด่นเป็นสง่า

ขับรถมาเองก็มีที่จอดรถให้ เลือกวิธีการเดินทางขึ้นไปที่ตัวปราสาทได้ระหว่างการนั่งรถทัวร์ ที่ขับได้ระดับฟาสต์ 8 มาก ๆ คนละ 7 ยูโร หรือไม่ก็ถ้าคิดว่าแข็งแรงพอก็ออกกำลังเดินขึ้นไปได้ ใช้เวลาราว ๆ 40 นาทีแค่นั้นเอง เท่าที่เห็นก็มีคนมาเดินเล่นหลายคนเหมือนกัน ถ้ามีเวลาเหลือ ๆ ก็น่าจะมาลองความแข็งแรงกันได้ แต่พวกเวลาน้อยอย่างพวกผม ก็ขอใช้บริการเกาะรถบัสกันขึ้นไปก็แล้วกัน

ลงจากจุดจอดรถบัสแล้ว เดินขึ้นไปอีกนิดจะพบกับสะพานที่ดูแข็งแรงมาก ทอดกายอยู่ข้ามหุบเขา เพื่อให้เราสามารถเดินออกไปถ่ายรูปปราสาทได้ในมุมกว้าง ใครที่เป็นโรคกลัวความสูงแนะนำว่าอย่าเดินออกไปไกลมาก ลมแรงเอาเรื่อง แถมบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายก็ไม่ค่อยสนใจจะระมัดระวังอะไรกันเท่าไหร่ โดนเบียดโดนชน ระวังโทรศัพท์มือถือหล่นไปจะเสียดายกันใหญ่

ฺBMW X7

จากสะพาน หากต้องการเดินไปชมตัวปราสาทจะต้องเดินไปตามทางอีกประมาณครึ่งกิโลเมตร เป็นลักษณะทางลงเขาเกือบตลอด ไปเชิดขึ้นตรงทางขึ้นปราสาทนิดเดียว หากต้องการเข้าชมภายในสามารถซื้อตั๋วเข้าไปได้ หรือถ้าเวลาน้อยก็เดินชมรอบ ๆ ถ่ายรูปก็สวยดี แต่ตอนนี้หลายจุดปิดซ่อมแซมอยู่ ทำให้มีนั่งร้านเกะกะวิวสวยงามอยู่เยอะเหมือนกัน ถ่ายรูปมุมไหนก็ติดนั่งร้านไปหมด

ปัญหาก็คือ หากซื้อตั๋วราวด์ทริปที่ต้องการกลับไปขึ้นรถทัวร์ ต้องเดินขึ้นเขาย้อนกลับไปทางเดิมที่เดินมาเมื่อกี้ แต่คราวนี้เป็นทางขึ้นเขานะครับ เดินกันหอบลิ้นห้อย จริง ๆ แล้วก็มีวิธีที่ง่ายกว่าคือ ขึ้นรถบัสมารอบเดียว จ่ายตังค์รู้สึกจะ 4 ยูโร แล้วเอา 3 ยูโรที่เหลือมาจ่ายค่ารถม้าขาลงแทน ซึ่งที่จอดรถม้าจะอยู่ด้านล่างของตัวปราสาทเลย ทำให้ไม่ต้องเดินย้อนกลับไปที่ท่ารถบัส

ลงมาถึงรถแล้วก็สัก 4 โมงได้ เหลือออพชั่นให้เลือกคือกลับเข้าเมืองไปโรงแรม หรือจะแวบไปที่ไหนอีกสักที่ ลองดูเวลาแล้ว คิดว่าขับรถอีก 200 กิโลเมตรออกไปเอาท์เลทที่อินโกลสตาดท์ (Ingolstadt) น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เอาท์เลทปิด 2 ทุ่ม ใครมาถึงช่วงเย็น ๆ ก็ช็อปปิ้งกันไปสบาย ๆ ขนาดก็ไม่ใหญ่โตมาก เดินเล่นสัก 2 ชั่วโมงกำลังสวย ๆ เลย แถมราคาก็ดีงามในหลาย ๆ ร้านอีกด้วย

ฺBMW X7

สายกีฬาอาจจะมาดูรองเท้าหรือเสื้อผ้าอย่างไนกี้, อันเดอร์ อาร์เมอร์ และแบรนด์อื่น ๆ มากมาย ที่น่าประหลาดใจก็คือไม่มีช็อปเจ้าถิ่นอย่างอาดิดาสอยู่ คริสตอลชวารอฟสกี้ก็ราคาดีงาม หรือของที่ควรซื้อมาฝากอย่างบอดี้ครีมกลิ่นลาเวนเดอร์ ของลอคซิทานที่ไม่มีขายในเมืองไทย หรือแม้แต่แบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ราคาก็น่าคบหา เดินไปเล่น ๆ แวบเดียว เล่นเอากระเป๋าสตางค์เบาไปถนัด

ขากลับเราวิ่งเข้าเมืองอีกราว ๆ 70-80 กิโลเมตรบนถนนหลวงเป็นส่วนใหญ่ ผ่านสนามฟุตบอลของทีมบาร์เยิร์น มิวนิค ทำให้เพิ่งรู้ว่าตัวสนามรูปรังนกนั้นเปลี่ยนสีได้ ช่วงนี้มีการทำความเร็วของรถอยู่ในระดับเกิน 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นช่วง ๆ เรียกว่าพิสูจน์สมรรถนะของรถกันอย่างเต็มพิกัด และก็พบว่าบีเอ็มดับเบิลยูพัฒนารถใหญ่ ที่ขับสนุกโดยไม่ทิ้งความสะดวกสบายได้ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

ฺBMW X7

จบทริปการขับรถหนึ่งวันทัวร์ภาคใต้ของมิวนิคกันอย่างคึกคัก เพราะแม้รถรางจะปิดให้บริการ แต่ก็ทำให้เราได้ออกเดินทางไปยังสถานที่อื่น ๆ กันมากขึ้น ถือเป็นโรดทริปที่สนุกสนาน และแม้แต่ละสถานที่จะไปด้วยบริการขนส่งสาธารณะได้ทั้งหมด แต่ขับรถไปเองมันก็สะดวกกว่า จะขนข้าวของก็ง่ายกว่าเยอะ แถมที่จอดรถสาธารณะในเยอรมนีนั้นมีให้บริการอย่างหลากหลาย ในราคาไม่แพงเวอร์ซะด้วย

ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวแล้วอยากลองเช่ารถขับดู ต้องบอกว่าราคารถเช่าในเยอรมนีนั้นไม่ได้แพงมากมาย แถมการเดินทางก็สะดวกสบาย ใครที่วางแผนจะไปเที่ยวก็อย่าลืมลองดู ออพชั่นนี้ไปด้วยนะครับ…

ฺBMW X7

About BMW X7 M50d

ฟูลไซส์เอสยูวี เจ้าของขนาดใหญ่โต กว้าง 2,000 มิลลิเมตร ยาว 5,151 มิลลิเมตรและสูง 1,805 มิลลิเมตร มาพร้อมระยะฐานล้อ 3,105 มิลลิเมตร โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.33 ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับขนาดตัว เบาะโดยสาร 7 ที่นั่ง พร้อมที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 326 ลิตร ที่เพิ่มเป็น 2,120 ลิตร เมื่อพับเบาะ

เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแบบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ มัลติสเตจ เทอร์โบชาร์จจิ้ง ที่ผสานการทำงานของเทอร์โบ 4 ลูก ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้าที่ 4,400 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตรที่ 2,000-3,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเอ็กซ์ไดร์ฟ

ราคาจำหน่ายในไทย 8.999 ล้านบาท ใครมีสตางค์เหลือ ๆ ควรหาซื้อไว้ติดโรงรถสักคัน!!!

ฺBMW X7

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Man - 28/11 - 17:04

เทียบความต่าง New Mitsubishi Attrage – Mirage อีโคคาร์ต่างสไตล์ ราคาเริ่ม 6.19 แสน

รีวิวเปรียบเทียบความต่างของ New Mitsubishi Mirage และ New Mitsubishi Attrage สองอีโคคาร์ที่เพิ่งปรับโฉมมาใหม่และเปิดตัวไปแบบสดๆ ร้อนๆ ในงาน Motor Expo 2019 โดยทั้งสองรุ่น ทั้งตัว Mirage และ Attrage....

Cokey - 11/12 - 23:16

เปิดตัว 2020 Chevrolet Suburban เอสยูวีพี่ใหญ่ ค่าตัวเริ่มต้น 6.97 หมื่นเหรียญสหรัฐ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 2020 Chevrolet Suburban เอสยูวีพี่ใหญ่ ปรับลุคใหม่ พร้อมขุมพลัง V8 355 แรงม้า กับค่าตัวเริ่มต้น 6.97 หมื่นเหรียญ หรือราว 2.1 ล้านบาท เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ 2020 Chevrolet....

Man - 11/12 - 19:07

Johann Zarco หนีซบ Ducati พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาล 2020

เป็นที่แน่ชัดแล้วสำหรับนักบิดหนุ่มเมืองน้ำหอม อย่าง Johann Zarco หลังจากที่เซ็นสัญญา พร้อมโพสภาพใน Instagram เอ่ยถึงการย้ายค่ายไปสู่ ทีม Reale Avinita Racing แทนที่ Karel Abraham โดย Zarco นั้นจะขี่ร่วมทีมกับ Tito....

Man - 11/12 - 17:23

รีวิว Mercedes-Benz C 300 e Avantgarde ซาลูนเครื่องปลั๊กอินไฮบริด ราคา 2.599 ล้านบาท

พาลองขับ Mercedes-Benz C 300 e Avantgarde รถปลั๊กอินไฮบริดหรูในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ กับราคาค่าตัวที่เริ่มต้นที่ 2.479 – 2.99 ล้านบาท โดยสำหรับ C-Class ที่จำหน่ายในบ้านเรานั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 เกรดด้วยกัน ทั้งตัวเครื่องยนต์ดีเซล เบนซิน....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

30/10/19 11:31

เปิดตัว Range Rover Sports SVR เอสยูวีพี่บิ๊ก รหัสแรง พลัง 575 แรงม้า ค่าตัว 13.999 ล้านบาท

ก่อน

2020 All New Indian Challenger ที่สุดของแบกเกอร์ครูเซอร์มาดใหม่จากอเมริกา

ต่อไป

next article

2020 All New Indian Challenger ที่สุดของแบกเกอร์ครูเซอร์มาดใหม่จากอเมริกา