Mercedes-Benz เอาใจลูกค้ารถหรู ส่ง Mercedes-AMG GT R และ GT C ลุยตลาดไทยครั้งแรก

เขียนโดย

เขียนโดย 08/01/18 08:21

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เดินหน้าขยายไลน์สินค้าเอาใจลูกค้ากลุ่มดรีมคาร์ ด้วยการส่งรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง Mercedes-AMG GT R ทำตลาดอย่างเป็นทางการ พร้อมเคาะราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 16.8 ล้านบาท

ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตแถวหน้าของโลก บริษัทได้ตัดสินใจนำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยแบบครบวงจรในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

ทั้งนี้ บริษัทได้มองว่าตลาดรถยนต์กลุ่มนิช มาร์เก็ตมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นตลาดที่น่าสนใจ จึงได้นำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่อย่างเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที ซี รถยนต์สปอร์ตเปิดประทุน พร้อมด้วยเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที อาร์ รถยนต์สปอร์ตรุ่นท๊อปในครอบครัวของจีที เพื่อเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอของกลุ่มรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง

“บริษัทได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ รถยนต์นำเข้าแบบสำเร็จรูป หรือแม้แต่รถยนต์ที่ใช้เทคโนโยีปลั๊กอิน ไฮบริด ในกลุ่มอีคิว เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในประเทศไทย”

วี8 เทอร์โบคู่ ขนาด 3,982 ซีซี. ของMercedes-AMG GT R และ GT C

วี8 เทอร์โบคู่ ขนาด 3,982 ซีซี. ของMercedes-AMG GT R และ GT C

สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ของค่ายรถยนต์ตราดาวนั้น มาพร้อมกับเครื่องยนต์วี8 เทอร์โบคู่ ขนาด 3,982 ซีซี. ที่มาพร้อมเกียร์แบบคลัตช์คู่ 7 สปีด โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์เคาะราคาจำหน่ายของจีที ซี เริ่มต้นที่ 16.8 ล้านบาทและจีที อาร์เริ่มต้นที่ 17.4 ล้านบาท ซึ่งรถยนต์แต่ละคันก็มีความโดดเด่นและสมรรถนะที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยได้ทำการเปิดตัวรถสปอร์ตสมรรถนะสูงในประเทศไทยอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ จีที เอส ด้วยสนนราคาค่าตัว 14.9 ล้านบาท ที่มาพร้อมเครื่องยนต์สมรรถนะสูง 510 แรงม้า โดยมียอดจำหน่ายไประดับหนึ่ง

สำหรับเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที อาร์ ถือเป็นรุ่นท็อปของรถยนต์ในตระกูลนี้

Mercedes-AMG GT R รุ่นท็อปของรถยนต์ในตระกูลนี้

Mercedes-AMG GT R รุ่นท็อปของรถยนต์ในตระกูลนี้

สำหรับเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที อาร์ ถือเป็นรุ่นท็อปของรถยนต์ในตระกูลนี้ ด้วยเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่ให้กำลังถึง 585 แรงม้าที่ 6,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตรที่ 1,900-5,500 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.6 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Mercedes-AMG GT R มาจากรถแข่งเอเอ็มจี จีที3

เทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Mercedes-AMG GT R มาจากรถแข่งเอเอ็มจี จีที3

รถยนต์สปอร์ตรุ่นแรกที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้ในรถแข่งเอเอ็มจี จีที3 มาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้านหน้าของรถออกแบบให้มีลักษณะลาดต่ำ กระจังหน้าแบบเอเอ็มจี แพนอเมริกาน่า ยื่นออกมาคล้ายจมูกฉลาม ที่นอกจากจะดูสวยงามแล้วยังช่วยลดแรงกดทีด้านหลังของตัวรถ ดูเด่นด้วยวัสดุบังคับลมชุบโครเมียม 15 ซี่ที่ตกทอดมาจากจีที3 เช่นกัน

บังคับลมชุบโครเมียม 15 ซี่จากจีที3

บังคับลมชุบโครเมียม 15 ซี่จากจีที3

ล้ออัลลอยเอเอ็มจี เพอร์ฟอร์มานซ์ มีน้ำหนักเบา วัสดุที่ใช้ผลิตหลังคาทำมาจากคาร์บอน ช่วยลดน้ำหนักตัวรถลงไปเหลือราว ๆ ตันครึ่งเท่านั้น มาพร้อมระบบเบรกพิเศษที่พัฒนามาสำหรับรถรุ่นนี้เท่านั้น แถมยังพัฒนาครอบเบรกสีเหลือง ซึ่งเป็นสีพิเศษสำหรับรถรุ่นนี้เท่านั้นอีกด้วย

ล้ออัลลอยเอเอ็มจี เพอร์ฟอร์มานซ์

ล้ออัลลอยเอเอ็มจี เพอร์ฟอร์มานซ์

ห้องโดยสารภายในของจีที อาร์ ได้รับอิทธิพลมาจากีฬามอเตอร์สปอร์ต เบาะที่นั่งเอเอ็มจี สปอร์ต บัคเก็ต ถูกปรับให้ต่ำลง มาพร้อมชุดแต่งเอเอ็มจี อินทีเรีย ไนท์ ด้วยการชุบสีดำเงาให้กับพวงมาลัยและหัวเกียร์ แต่หากลูกค้ายังไม่พอใจและมีเงินเหลือ เอเอ็มจีก็มีชุดแต่งให้เลือกมาตกแต่งห้องโดยสารเพิ่มได้อย่างมากมาย

เบาะที่นั่งเอเอ็มจี สปอร์ต บัคเก็ต

เบาะที่นั่งเอเอ็มจี สปอร์ต บัคเก็ต

ระบบกันสะเทือนของรถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาสำหรับมันโดยเฉพาะ ด้วยการทำงานผสานกับระบบเอเอ็มจี ไรด์ คอนโทรล โครงสร้างปีกนกแบบสองชั้น ติดสปริงไว้ด้านบน โครงสร้างรถน้ำหนักเบาและมีความยืดหยุ่นสูง แต่แข็งแกร่งและกระจายแรงได้เป็นอย่างดี ระบบแทร็คชั่น คอนโทรลสามารถปรับได้ 9 ระดับ ท่อไอเสียรูปทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ผลิตจากไทเทเนียมและเหล็กไร้สนิม ให้เสียงเหมือนกับรถแข่ง

ภายในของ Mercedes-AMG GT R

ภายในของ Mercedes-AMG GT R

ไฟท้ายและสปอยเลอร์หลังของ Mercedes-AMG GT R

ไฟท้ายและสปอยเลอร์หลังของ Mercedes-AMG GT R

ขณะที่ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที ซี โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ของรถยนต์สปอร์ตโรดสเตอร์ ที่สามารถเปิดหลังคารับลมได้ และถือเป็นโรดสเตอร์ที่มีสมรรนะสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ซึ่งนอกจากภาพลักษณ์จะโดดเด่นแล้ว ยังมาพร้อมระบบเอเอ็มจี ไรด์ คอนโทรลแบบสปอร์ต เพื่อให้ได้ประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด

สปอร์ตโรดสเตอร์ Mercedes-AMG GT C

สปอร์ตโรดสเตอร์ Mercedes-AMG GT C

ภายนอกของตัวรถมีการติดตั้งสปอยเลอร์หลังที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่ในสนามแข่ง ล้อหลังปรับใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง ฝากระโปรงหน้ายาวและกว้าง พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ที่สามารถเปิด-ปิดได้โดยอัตโนมัติ หลังคาผ้าใบ 3 ชั้นที่ให้ผิวสัมผัสนุ่ม โครงสร้างเป็นโลหะผสมแมกนีเซียมและอลูมิเนียม เปิด-ปิดในเวลา 11 วินาทีที่ความเร็วสูงสุด 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หลังคาผ้าใบ 3 ชั้นพับเก็บได้ของ Mercedes-AMG GT R

หลังคาผ้าใบ 3 ชั้นพับเก็บได้ของ Mercedes-AMG GT R

ภายในให้บรรยากาศสปอร์ตไม่ได้แตกต่างจากจีที อาร์ สักเท่าใด และลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งเบาะเสริมเอเอ็มจี เพอร์ฟอร์มานซ์ที่ช่วยปกป้องร่างกายได้มากขึ้น ติดตั้งระบบให้ความอบอุ่นที่ช่วงคอและระบบทำความเย็นให้เบาะ สำหรับลูกค้าที่ต้องการขับเปิดประทุนในสภาพอากาศที่แตกต่างกันไป และห้องโดยสารก็สามารถเปลี่ยนสีได้อย่างหลากหลายอีกด้วย

ภายในของ Mercedes-AMG GT R

ภายในของ Mercedes-AMG GT R

ภายในของ Mercedes-AMG GT R ขณะปิดหลังคา

ภายในของ Mercedes-AMG GT R ขณะปิดหลังคา

ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับรถยนต์โรดสเตอร์ ทีมพัฒนาของเอเอ็มจีเลือกใช้คาร์บอนไฟเบอร์และวัสดุเอสเอ็มซีในการผลิตฝากระโปรงที่ให้ความทนทานแต่มีน้ำหนักเบา ปีกนก แกนบังคับเลี้ยวและโครงฐานคุมล้อทั้งสี่ หล่อจากอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก และถูกควบคุมด้วยกลไลปีกนก 2 ชั้น เพื่อความแม่นยำในการควบคุมรถ

Mercedes-AMG GT R ด้านหน้า

Mercedes-AMG GT R ด้านหน้า

เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที ซี มาพร้อมเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับรุ่นพี่อย่างจีที อาร์ แต่ปรับทอดสมรรถนะลงไปเล็กน้อย แต่ก็ยังให้กำลังสูงสุด 557 แรงม้าที่ 5,750-6,750 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 680 นิวตันเมตรที่ 1,900-5,500 ต่อนาที ใช้เวลา 3.7 วินาทีในการวิ่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทำความเร็วสูงสุดที่ 316 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

วี8 เทอร์โบคู่ ขนาด 3,982 ซีซี. ของMercedes-AMG GT C

วี8 เทอร์โบคู่ ขนาด 3,982 ซีซี. ของMercedes-AMG GT C

รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมระบบเอเอ็มจี ไดนามิก ซีเลคท์ ซึ่งสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงมีโหมด Race ที่มาพร้อมเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเหมือนรถแข่ง มาพร้อมระบบเพลาหลังแบบแอคทีฟที่ปรับการทำงานได้ตามความเร็ว เพื่อรีดสมรรถนะของรถออกมาให้ได้มากที่สุดในแต่ละช่วงความเร็ว

ลูกค้าที่สนใจสามารถไปชมรถคันเป็น ๆ ได้ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปปีนี้ และสามารถสั่งจองรถคันนี้ได้แล้ว โดยกำหนดการส่งมอบจะเริ่มตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

เรื่องที่น่าสนใจ

Man - 06/12 - 17:17

[VDO] ส่องรถยนต์ไฟฟ้า 100% กับ Nissan LEAF ในงาน Motor Expo 2018

พาชมรอบคันกับ Nissan LEAF ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมยานยนต์พลังงานสะอาดสำหรับอนาคตโดยแท้จริง โดยเจ้า Nissan LEAF นั้นพร้อมวางจำหน่ายจริงในบ้านเราแล้ว กับราคาค่าตัวที่ 1.99 ล้านบาท ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

Man - 03/12 - 09:09

[VDO] พาชม Lamborghini Urus ซูเปอร์ เอสยูวี เจ้าของค่าตัว 23.42 ล้านบาท

พาชมซูเปอร์ เอสยูวี สุดทรงพลัง กับเจ้า Lamborghini Urus เจ้าของราคาค่าตัวที่ 23.42 ล้านบาท อีกทั้งยังทรงพลังจากเครื่องยนต์ เบนซิน วี8 เทอร์โบคู่ ความจุ 4.0 ลิตร ให้พละกำลัง 659 แรงม้า....

Man - 01/12 - 08:30

[VDO] เรียกน้ำย่อยกับบรรยากาศงาน Motor Expo 2018

เรียกน้ำย่อยกับบรรยากาศงาน Motor Expo 2018 ที่รวบรวมยานยนต์จากทั่วโลกกว่า 59 แบรนด์ ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นเด็ดๆ ของตกแต่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงพริ้ตตี้สาวสวยอีกเพียบบบ โดยงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือว่า Motor Expo 2018 นั้นเริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ –....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

08/01/18 08:21

Toyota จัดเต็ม เตรียมส่งรถไฟฟ้าใหม่ 10 รุ่นเปิดตัว ลุ้นยอดขาย 1 ล้านคัน

ก่อน

ตลาดรถยนต์ในประเทศโตเวอร์ ส.อ.ท.ปรับเป้าการผลิตเพิ่มอีก 2 หมื่นคันทะลุ 1.95 ล้านคันในปีนี้

ต่อไป