สวยแบบนี้มาไทยเถอะ Chevrolet Blazer ฟื้นชีพรถครอสโอเวอร์แนวสปอร์ต

เขียนโดย

เขียนโดย 22/06/18 09:30

รถครอสโอเวอร์ Chevrolet Blazer หวนคืนสู่ตลาดอีกครั้งในรอบ 13 ปี หลังจากเคยออกจัดจำหน่ายในชื่อ S-10 Blazer และยกเลิกการผลิตไปตั้งแต่ปี 2005

ตลาดรถอเนกประสงค์เติบโตอย่างต่อเนื่อง General Motors จึงเดินหน้าเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ด้วยการเปิดตัวรถครอสโอเวอร์แนวสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ Blazer ซึ่งมาพร้อมความดุดันปราดเปรียวอย่างชัดเจน โดยจะมีตำแหน่งการตลาดเหนือกว่ารุ่น Chevrolet Equinox แต่เล็กกว่า Chevrolet Traverse

Chevrolet Blazer

หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอกจะเห็นได้ว่า Blazer มีความคล้ายคลึงกับรถมัสเซิลคาร์ 2019 Camaro SS อย่างมาก สร้างภาพลักษณ์ความโฉบเฉี่ยวและโมเดิร์นเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ กรอบไฟหน้าเป็นเทคโนโลยี HID และมีกระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่พร้อมโลโก้โบว์ไทสีดำ เสาหลังคาหน้าก็ใช้สีดำเช่นกันทำให้แผงหลังคาดูเหมือนลอยเด่นอยู่เหนือตัวรถ

หันมาดูที่ไฟท้ายเป็นแบบ LED และมีท่อไอเสียทรงเหลี่ยม ล้ออัลลอยมีขนาดตั้งแต่ 18 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐานขึ้นไปถึงขนาดใหญ่ 21 นิ้วในรุ่นบนอย่าง Premiere และ RS

Chevrolet Blazer

จอห์น คาฟาโร ผู้อำนวยการบริหาร Global Chevrolet Design กล่าวว่า “Blazer ถูกออกแบบมาให้เป็นผู้นำจอมบงการบนท้องถนน เปี่ยมด้วยความอเนกประสงค์ซึ่งเป็นหัวใจหลักของรถครอสโอเวอร์และรถเอสยูวีของ Chevrolet ทุกรุ่น

ภายในห้องโดยสารเน้นความสปอร์ต บึกบึน และทันสมัยอย่างมาก กรอบไฟทรงกลมติดตั้งอยู่ด้านล่างต่ำกว่าหน้าจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 8 นิ้ว เบาะที่นั่งรองรับผู้โดยสาร 5 คน โดยเบาะหลังสามารถเลื่อนไปด้านหน้าและด้านหลังได้ 5.5 นิ้วเพื่อเพิ่มพื้นที่ช่วงขา 2019 Blazer เป็นรถรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบ Cargo Management System ซึ่งเป็นระบบรางแยกสัดส่วนพื้นที่จัดเก็บสัมภาระให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

Chevrolet Blazer

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ยังรวมถึง Adaptive Cruise Control และ Rear Camera Mirror ฝาประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า มีระบบชาร์จไฟอุปกรณ์อิเลกทรอนิกไร้สายและพอร์ท USB ให้ใช้งานถึง 6 จุด รวมถึงการเชื่อมต่อ 4G LTE Wi-Fi   พร้อมรองรับแอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้

Blazer มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รุ่นในช่วงเปิดตัว เริ่มจากขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร พละกำลัง 193 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตันเมตร และเบนซินบล็อกวี6 ความจุ 3.6 ลิตร 305 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดและมีระบบสตาร์ทและหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติเพื่อความประหยัดน้ำมัน โดยรุ่นวี6 มีศักยภาพการลากจูงได้ถึง 2,040 กก.

Chevrolet Blazer

ระบบขับเคลื่อนมีฟังก์ชั่น Traction Select ซึ่งเอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้แบบเรียลไทม์ โดยสามารถเลือกได้ทั้งใช้งานระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนรุ่นท็อปมีระบบทวินคลัตช์ขับเคลื่อน 4 ล้อซึ่งค่ายรถยักษ์อเมริกันเคลมว่าจะให้ประสิทธิภาพการเกาะถนนบนทางเปียกลื่นได้ดีกว่า

Chevrolet จะขึ้นสายการผลิต Blazer ในโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศเม็กซิโก กำหนดการส่งมอบคันแรกในช่วงต้นปีหน้า

Chevrolet Blazer

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 18/02 - 07:10

Porsche Charging Service ขยายจุดชาร์จพลังงานไฟฟ้าทั่วยุโรปเกือบ 5 หมื่นแห่ง

ถึงแม้จะยังไม่จัดจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ แต่ Porsche เดินหน้าขยายจุดชาร์จพลังงานไฟฟ้า Porsche Charging Service อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต รายงานข่าวระบุว่าบริการ Porsche Charging Service สามารถรองรับความต้องการของลูกค้ารถปลั๊กอินไฮบริดและพลังงานไฟฟ้า โดยปัจจุบันมีจุดชาร์จไฟฟ้ามากกว่า 49,000 แห่งใน 12 ประเทศทั่วภูมิภาคยุโรป จุดชาร์จไฟส่วนใหญ่ตั้งอยูในยุโรปกลางและตะวันตก....

GolF - 18/02 - 05:33

ล้อหมุนดวงชะตา กับ Autostation ตั้งแต่วันที่ 18-24 ก.พ. 2562

ล้อหมุนดวงชะตา ดวงชะตาเป็นศาสตร์​ชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน งานนี้ Autostation.com ได้เชิญหมอโยมาตรวจสอบดวงชะตารอบสัปดาห์ให้ทุกคน คนเกิดวันจันทร์ ระดับดวงชะตา 3 ดาว ภาพรวมดวงชะตา – โรคนอนไม่หลับ ความเครียดวิตกกังวลจะรุมเร้า แต่อย่าเศร้าไปคุณจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญต่อไป ความรัก – คนโสด มีเกณฑ์ได้สละโสดในสัปดาห์นี้....

SK - 17/02 - 15:26

ไม่ได้แรงอย่างเดียว ชมคลิปความอเนกประสงค์ Lamborghini Urus ซูเปอร์เอสยูวี

Lamborghini Urus ไม่ได้เป็นรถซูเปอร์เอสยูวีที่ถูกสร้างมาเพื่อสมรรถนะที่ทรงพลังเท่านั้น แต่ยังรองรับการใช้งานอย่างอเนกประสงค์ด้วยเนื้อที่ห้องโดยสารอันกว้างขวาง Lamborghini ระบุว่า Urus คือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัวมากที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา โดยระหว่างการพัฒนานั้น ทีมงานให้ความสำคัญเท่าๆ กันในด้านสมรรถนะการขับขี่และการใช้งานหลากหลายรูปแบบให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เบาะนั่งคู่หน้าของ Urus นั้นได้รับการออกแบบเพื่อรองรับผู้โดยสารที่สูงถึง 2.05 เมตรเลยทีเดียว ดังนั้นผู้ชายหรือผู้หญิงที่มีรูปร่างมาตรฐานยุโรปหรืออเมริกาเหนือก็สามารถขับขี่ได้สบาย ไม่ต้องพูดถึงมาตรฐานเอเชียที่ส่วนใหญ่ตัวเล็กกว่า ขณะที่เบาะหลังก็รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

22/06/18 09:30

Ford และ Volkswagen เริ่มต้นหารือการพัฒนารถเพื่อการพาณิชย์ร่วมกัน

ก่อน

“เราคือหัวใจของรถสปอร์ต” ชมวีดีโอ Porsche ฉลองอายุ ครบรอบ 70 ปี

ต่อไป

next article

“เราคือหัวใจของรถสปอร์ต” ชมวีดีโอ Porsche ฉลองอายุ ครบรอบ 70 ปี