เผยโฉม 2019 BMW X5 รูปลักษณ์สดใหม่ อัดแน่นเทคโนโลยีล้ำสมัย

– มีเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลให้เลือก 4 รุ่น

2019 BMW X5 โฉมล่าสุดได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางกาารแล้ว มาพร้อมรูปลักษณ์สดใหม่ยิ่งขึ้นและเพียบพร้อมเทคโนโลยีต่างๆ สุดล้ำสมัย

หน้าตาภายนอกของ BMW X5 โดดเด่นเห็นชัดเจนด้วยกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ แผงกันชนที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และช่องดักอากาศขนาดบิ๊กเบิ้ม เส้นสายด้านข้างตัวถังมีความเฉียบคมพาดสูงนำสายตาขึ้นไปบนประตูหลัง ขณะที่บั้นท้ายใช้ไฟ LED ทรงเปรียวบาง พร้อมท่อไอเสียคู่โครเมียม และสปอยเลอร์ประทับอยู่บนฝาประตูท้าย

การตกแต่งภายนอกจะแตกต่างไปตามรุ่นย่อย ล้ออัลลอยมีขนาดเริ่มตั้งแต่ 19 นิ้วในรุ่น xLine พร้อมการตกแต่งสีดำด้าน ไปจนถึงล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วในรุ่น M Sport ซึ่งจะมาพร้อมชิ้นส่วนตกแต่งสีเดียวกับตัวถัง ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ขึ้น และมีวัสดุสีดำเงาอีกด้วย ขณะที่มิติตัวถังยาวขึ้น กว้างขึ้น และสูงขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ระยะฐานล้อก็ยาวขึ้นด้วยซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารให้กว้างขวางสะดวกสบายยิ่งขึ้น

สไตล์การตกแต่งภายในค็อกพิทของ X5 รุ่นใหม่เน้นวัสดุที่มีความพรีเมียมมากขึ้น หัวเกียร์ชุดใหม่และมีเทคโนโลยีต่างๆ ครบครัน อาทิ มาตรวัดหลังพวงมาลัยเป็นแบบดิจิตอล บนแดชบอร์ดมีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้วซึ่งได้รับการปรับปรุงเมนูใช้งานให้ง่ายดายกว่าเดิม

ช่องแอร์ล้อมกรอบด้วยวัสดุโครเมียมสร้างบรรยากาศหรูหราล้ำสมัย ตรงกลางมีหน้าจอขนาดเล็กแสดงผลระบบปรับอากาศ รถครอสโอเวอร์รุ่นนี้ยังมีระบบแสงไฟแอมเบี้ยน LED ช่วยสร้างบรรยากาศ พร้อมกับที่รองแก้วแบบทำความร้อนและเก็บความเย็นได้

BMW ยังนำเสนออ็อปชั่นระบบควบคุมอากาศแบบแยกส่วน 4 โซน หลังคาพาโนรามิกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 30% ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System ลำโพงถึง 20 ตัว และระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่ประกอบด้วยจอ 10.2 นิ้ว 2 ตัวและเครื่องเล่นบลูเรย์

สำหรับพื้นที่บรรทุกสัมภาระในห้องโดยสารอยู่ที่ 645 ลิตร แต่ถ้าพับเบาะแถวหลังลงก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,860 ลิตรเลยทีเดียว ขณะเดียวกัน X5 รุ่นใหม่นี้ยังมีอ็อปชั่นเบาะที่นั่งแถว 3 ด้วย

ในช่วงเปิดตัว BMW X5 ใหม่จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลรวมทั้งหมด 4 รุ่น เริ่มต้นกันที่รุ่นเบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ผลิตพละกำลัง 340 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ภายใน 5.5 วินาที ความเร็วสูงสุดระดับ 243 กม.ต่อชม.

ถ้าต้องการพละกำลังมากขึ้นก็สามารถเลือกรุ่น X5 xDrive50i ขุมพลังวี8 ความจุ 4.4 ลิตร พละกำลัง 462 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่งจากหยุดนิ่งถึง 100 กม.ต่อชม. ใน 4.7 วินาที ท็อปสปีดทำได้ที่ 250 กม.ต่อชม.

ถึงแม้ตลาดดีเซลจะหดตัว แต่ BMW ก็ยังนำเสนอรุ่นขุมพลังดีเซล 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ รีดพลัง 265 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตันเมตร ส่วนรุ่นสมรรถนะสูง X5 M50d ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ติดตั้งเทอร์โบถึง 4 ลูก ผลิตเรี่ยวแรง 400 แรงม้า แรงบิด 760 นิวตันเมตร ออกตัวจาก 0-100 กม.ต่อชม. ใน 5.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม.ต่อชม.

ไม่ว่าจะเลือกเครื่องยนต์รุ่นใด ระบบส่งกำลังจะใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ แน่นอนว่า BMW จะนำเสนอรุ่นปลั๊กอินไฮบริดและรุ่นสมรรถนะสูงเต็มขั้นอย่าง X5 M ออกมาในภายหลัง

X5 โฉมใหม่จะมาพร้อมระบบควบคุมกันสะเทือน Dynamic Damper Control เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมกับมีระบบเลี้ยว 4 ล้อ และเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ลูกค้าสามารถสั่งซื้อช่วงล่างถุงลมที่เป็นอ็อปชั่นเสริมได้ซึ่งจะมีฟังค์ชั่นลดความสูงหรือยกตัวรถได้อีก 40 มม. เสริมสมรรถนะบนเส้นทางขรุขระ

BMW X5

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ครบครัน อาทิ Lane Keep Assist และ Traffic Jam Assist เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง นอกจากนี้ยังมี Emergency Stop Assist system ซึ่งตัวรถจะหยุดอัตโนมัติในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมตัวรถได้กะทันหัน

BMW X5 รุ่นใหม่จะเริ่มออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายปีนี้ ราคาจำหน่ายจะได้รับการประกาศอีกครั้ง

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ