5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถฉุกเฉิน รู้ได้แม้ไม่ต้องฉุกเฉิน

เชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยเห็น รถฉุกเฉิน ทั้งบนท้องถนนหรือจากในหนังและละครต่างๆ หรืออาจจะเคยมีประสบการณ์บนรถฉุกเฉินกันมาบ้าง ยิ่งโดยเฉพาะในตอนนี้ที่กระแสซีรีย์ รักฉุดใจ นายฉุกเฉิน กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ ในวันนี้จึงขอหยิบยกสาระน่ารู้เกี่ยวกับรถฉุกเฉินมาให้ได้ทราบกัน

รถฉุกเฉิน
http://www.carryboyambulance.com/

ประเภทของรถฉุกเฉิน

รถฉุกเฉินในบ้านเรานั้นถูกแบ่งแยกย่อยออกเป็นหลายหน่วยงาน และหลายประเภท อาทิ รถตำรวจ รถพยาบาล รถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งในส่วนของรถพยาบาลนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน โดยแบ่งตามความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วย ดังนี้

1 รถอาสาฯ มีหน้าที่ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมไปถึงประเมินและวิเคราะห์อาการบาดเจ็บเบื้องต้น ก่อนที่จะประสานขอความช่วยเหลือในระดับที่สูงขึ้น

รถฉุกเฉิน
http://www.carryboyambulance.com/

2 รถพยาบาล BLS (Basic Life Support) มีอุปกรณ์พยาบาลมากกว่ารถอาสาฯ สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับอาการบาดเจ็บอาการปานกลาง

3 รถพยาบาล ALS (Advance Life Support) มาพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ครบครันมากที่สุดในบรรดารถทั้งสามแบบ มาพร้อมกับ ช่างเทคนิคการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ได้ใบรับรองระดับ EMT-I/85 ซึ่งสามารถทำการปฐมพยาบาลในบางจุดที่รถในระดับอื่นๆ ไม่ถูกอนุญาตให้ทำได้

รถฉุกเฉิน
http://www.carryboyambulance.com/

สีของไฟ จำแนกประเภทรถ

รถในหน่วยงานราชการ หรือรถฉุกเฉินต่างๆ นั้นจะมีสีของไฟไซเรนที่แตกต่างกันออกไป อาทิ หน่วยงานของกทมจะใช้ไฟสัญญาณสีเหลือง รถตำรวจใช้ไฟสัญญาณสีแดง ส่วนของตัวรถพยาบาลและรถฉุกเฉินทางการแพทย์จะใช้ไฟสัญญาณ สีน้ำเงิน และ สีแดง/น้ำเงิน

รถฉุกเฉิน
http://www.carryboyambulance.com/

ทำไมต้องติด Ambulance กลับด้าน

เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์ต่างๆ บนตัวรถฉุกเฉิน ซึ่งสัญลักษณ์และสีสันต่างๆ นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ตัวรถนั้นถูกสังเกตุเห็นได้ง่าย และนั่นก็รวมไปถึงตัวคำว่า AMBULANCE ที่บริเวณด้านหน้าตัวรถที่ถูกติดมาแบบกลับด้าน ทำให้กลายเป็นอักษรที่ไม่คุ้นตาอย่าง ECNALUBMA ส่วนเหตุผลที่ติดมาแบบกลับด้านนั้นก็เพื่อให้รถที่ขับอยู่ด้านหน้ารถฉุกเฉิน เมื่อมองกระจกหลังก็จะเห็นเป็นคำว่า AMBULANCE นั่นเอง

รถฉุกเฉิน
http://www.carryboyambulance.com/

ให้ทางรถฉุกเฉินเสมอ

เมื่อเจอรถฉุกเฉินบนท้องถนนให้ระลึกไว้เสมอว่ามารยาทบนท้องถนนที่ดีคือการหลบเลี่ยงให้รถฉุกเฉินไปก่อน แม้ว่าตัวรถนั้นจะไม่ได้เปิดไฟหรือเสียงสัญญาณไซเรนวิ่งมาก็ตาม เพราะในรถอาจจะมีผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ หรือแม้แต่การส่งเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์การทางแพทย์ต่างๆ ระหว่างโรงพยาบาล ซึ่งตามกฎหมายหากไม่หลบทางให้รถฉุกเฉินก็จะมีโทษปรับ รวมถึงห้ามขับตามรถฉุกเฉินในระยะ 50 เมตรอีกด้วย

https://www.vibhavadi.com/

เบอร์โทรติดต่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ ขึ้น เบอร์โทรติดต่อหน่วยงานทางการแพทย์ต่างๆ เป็นสิ่งแรกที่จำเป็นมาก สำหรับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บหรือต้องการรถฉุกเฉิน ทางผู้เขียนแนะนำเป็นเบอร์ 1669 โดยจะติดต่อไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่จะเป็นหน่วยงานกลางที่คอยประสานต่อและส่งรถฉุกเฉินไปยังที่เกิดเหตุ โดยโทรฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

รู้สาระเกี่ยวกับตัวรถฉุกเฉินกันไปแล้ว ครั้งหน้าเมื่อได้ยินเสียงไซเรน หรือเห็นรถฉุกเฉิน ก็อย่าลืมให้ทางพี่ๆ เค้าด้วยนะครับ

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com


แท็กยอดนิยม

Man
Man
นักเขียนหุ่นหมี ทาสแมว ผู้ชอบกินปลาและนอนกลางวัน หลงใหลในเครื่องยนต์และการเดินทางท่องเที่ยวด้วยล้อกลมๆ ที่พร้อมจะสรรหาเรื่องราวเจ๋งๆ มาให้รับชมกัน

วีดิโอ